รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 2

การทดสอบแรกที่ไร้ความยุติธรรม

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าเกณฑ์การประเมินของสถาบันเซนต์ลูเซียนับความพยายามเป็นศูนย์ คะแนนของเธอในตารางนี้ก็คงติดลบจนธนาคารเวทมนตร์ยังต้องปฏิเสธการค้ำประกันเลยล่ะครับ คุณคิรอส" เสียงหัวเราะในลำคอที่เจือความเย้าแหย่ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องควบคุมสนามทดสอบเวทมนตร์ใต้ดิน แสงไฟจากผลึกมานาสีฟ้าครามสาดสะท้อนกรอบแว่นโลหะและเรือนผมสีเงินยาวสลวยของศาสตราจารย์ไอรีล นางกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ปลายเรียวเล็บแตะคางมองภาพโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางลานประลองหินอัคนีเบื้องล่าง คิรอสถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นสีเทาที่เปรอะเปื้อนเสื้อคลุมนักเรียนสีทึบของตน สายตาสีเทาเข้มกวาดมองไปรอบโดมสนามทดสอบที่ถูกออกแบบมาอย่างจงใจ พื้นที่รอบตัวเขากำลังถูกบีบอัดด้วยค่ายกลแรงโน้มถ่วงระดับสาม ขณะที่ไอความร้อนระอุจากผนังหินรอบด้านพุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่การทดสอบเพื่อวัดศักยภาพมาตรฐาน แต่มันคือ ‘บทลงโทษกลายๆ’ สำหรับเด็กสอบตกที่อาจารย์ฝ่ายปกครองตั้งใจจัดฉากให้เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ [ระบบวิเคราะห์สนามประลองตรวจพบ: ค่ายกลกักเก็บมานาแบบวงจรปิด (Closed-Loop Mana Circulation)] [ความต้านทานเวทมนตร์ของสนาม: สูงกว่าเกณฑ์ปกติ 320%] [อัตราการฟื้นฟูมานาภายในเขต: เป็นศูนย์ (-100%)] เสียงแจ้งเตือนราบเรียบจากระบบภายในจิตสำนึกดังขึ้นย้ำเตือนความจริงอันโหดร้าย คิรอสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากที่ติดจะเจ้าเล่ห์เล็กๆ ปรากฏขึ้นแทนที่ความกังวล นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนข้อมือซ้ายเสมือนกำลังคำนวณสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก "อาจารย์ไอรีลครับ การออกแบบสนามทดสอบที่ตัดวงจรการไหลเวียนของมานาภายนอกออกทั้งหมด เพื่อบังคับให้ผู้รับการทดสอบต้องดึงมานาจากแกนกลางของตนเองจนหมดหลอด... เป็นหลักสูตรที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรีดเค้นพลังก็จริงครับ" คิรอสเงยหน้าขึ้นมองกล้องเวทมนตร์ตัวจิ๋วที่ลอยอยู่เหนือหัว น้ำเสียงของเขาดังสะท้อนผ่านระบบสื่อสารก้องไปทั่วห้องควบคุม "แต่ถ้ามองในมุมของวิศวกรรมเวทมนตร์แล้ว... มันมีจุดบอดที่โง่เง่าอยู่จุดหนึ่งนะครับ" บนห้องควบคุม ศาสตราจารย์ไอรีลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันคมกริบหรี่ลงครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของนางเผยให้เห็นความสนใจที่ถูกปิดบังไว้ไม่มิด นางเท้าคางลงกับฝ่ามือแล้วเอ่ยตอบผ่านไมโครเวท "โอ้? เด็กชายผู้ได้คะแนนภาคทฤษฎีอันดับหนึ่งแต่ภาคปฏิบัติรั้งท้ายอย่างเธอกล้าใช้คำว่า 'โง่เง่า' กับผลงานของสภาวิชาการเชียวหรือครับ? ไหนลองบอกฉันทีสิ ว่าช่องโหว่ที่ว่ามันอยู่ตรงไหน... ถ้าคำตอบของเธอไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลา ฉันคงต้องเพิ่มเวลาทดสอบให้อีกสักครึ่งชั่วโมงนะ" "มันง่ายมากครับอาจารย์" คิรอสขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบกระแสเปลวไฟที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องใต้ได้อย่างเฉียดฉิว ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้รีบร้อน แต่แม่นยำราับกับคาดการณ์ทิศทางไว้ล่วงหน้าแล้ว "ผู้ออกแบบค่ายกลนี้มีความมั่นใจในความหนาแน่นของผนังหินอัคนีจนเกินไป พวกเขาเชื่อมโยงเสาหลักทั้งห้าต้นเข้ากับผลึกมานาใจกลางโดมเพื่อสร้างสนามพลังกดทับ แต่ลืมไปว่า... เมื่อแรงดันภายในมีมากเกินไปโดยไม่มีวาล์วระบายความร้อน ระบบจะพยายามถ่ายเทพลังงานส่วนเกินไปยังจุดที่ต้านทานน้อยที่สุด ซึ่งก็คือ..." คิรอสเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเข้มเป็นประกายวาบด้วยความมั่นใจ "...รอยต่อของอักขระรูนที่สามบนเสาต้นที่สี่ ซึ่งทำจากหินทรายบลูสโตนราคาถูกที่ถูกนำมาสับเปลี่ยนเพื่อลดงบประมาณก่อสร้างเมื่อปีที่แล้ว" กึก! เสียงสะท้อนเบาๆ ดังขึ้นในห้องควบคุม ศาสตราจารย์ไอรีลชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยเมื่อระบบแสดงผลของสถาบันยืนยันข้อมูลที่เด็กหนุ่มพูดออกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน นางจำได้แม่นยำว่ารอยต่อนั้นเป็นงบประมาณส่วนที่ถูกตัดทอนจริง และมีเพียงไม่กี่คนในสภาอาจารย์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้! "เจ้าเด็กนี่..." ไอรีลพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกทึ่งผสมผสานกับความเอ็นดูพุ่งพล่านขึ้นในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เบื้องล่างสนามประลอง คิรอสไม่รอช้า เขาย่อตัวลงต่ำ ฝ่ามือข้างหนึ่งแตะลงบนพื้นผิวหินที่ร้อนระอุ รวบรวมเศษเสี้ยวมานาที่เหลืออยู่น้อยนิดหลอมรวมเข้ากับเวทมนตร์ธาตุดินระดับพื้นฐานที่ใครๆ ก็มองข้าม—*ศรดินปฐพี* "แต่แทนที่จะทำลายมันให้พังทผม... ผมเลือกที่จะ 'ปรับแต่ง' มันนิดหน่อยก็แล้วกันครับ" ตูม! กระแสมานาพุ่งอัดเข้าไปตามรอยต่อของอักขระรูนที่คิรอสชี้เป้า แรงกระแทกไม่ได้ทำให้เสาหินพังทลายลงมา แต่กลับไปรบกวนความถี่ในการส่งผ่านพลังงานของค่ายกลทั้งระบบอย่างแม่นยำ ชั่วพริบตานั้นเอง แสงสีฟ้าครามที่สว่างจ้าทั่วโดมก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงเตือนของระบบที่ดังรัวระรัว [คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติในระบบค่ายกล] [เสาหลักลำดับที่ 4 สูญเสียการเชื่อมต่อ] [ระบบสนามทดสอบ: ปิดการใช้งานฉุกเฉิน!] แรงกดทับอันหนักอึ้งมลายหายไปในพริบตา คิรอสยืนตรงขึ้น ปัดเศษฝุ่นที่หัวไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเขาไม่ได้เพิ่งทำลายระบบทดสอบมูลค่าหลายล้านเหรียญมานาลงด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เขาเงยหน้าขึ้นมองกล้องเวทมนตร์ด้านบนอีกครั้ง ส่งยิ้มกวนประสาทไปให้ผู้คุมสอบที่นั่งอยู่เบื้องบน "แบบนี้... พอจะผ่านเกณฑ์ความพยายามของสถาบันได้หรือยังครับ ศาสตราจารย์ไอรีล?" เสียงถอนหายใจปนเสียงหัวเราะเบาๆ ดังผ่านเครื่องสื่อสารลงมา ทว่ายังไม่ทันที่อาจารย์สาวจะได้เอ่ยปากวาจาใดตอบโต้ บรรยากาศรอบตัวในโดมทดสอบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิที่เคยร้อนระอุกลับลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว [แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลักระดับ SSS] [ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากขอบเขตการทดสอบ... กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน] [คำเตือน: พลังงานที่ไม่รู้จักกำลังตื่นขึ้นใต้พื้นสนามประลองชั้นที่สอง] คิรอสขมวดคิ้วมุ่น รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เมื่อพื้นหินเบื้องหน้าของเขามีรอยร้าวสีดำทมิฬปริแตกออก พร้อมกับละอองหมอกสีม่วงเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมร่างของเขาไว้ และก่อนที่เขาจะได้ถอยหลังหนี มือปริศนาสีขาวซีดราวกระดูกก็ยื่นทะลุกำแพงมิติออกมาคว้าข้อเท้าของเขาไว้แน่นด้วยพละกำลังมหาศาล! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกเวทมนตร์บทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%