รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 14

เตรียมตัวลงดันเจี้ยนครั้งแรก

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ถ้าแกยังไม่หยุดทำหน้าเหมือนคนกินยาขมเข้าไส้แบบนั้น ฉันจะสาปให้แกกลายเป็นคางคกเฝ้าดันเจี้ยนตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปนะ คิรอส” เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทของ ‘เซธ’ รูมเมทตัวแสบผู้มีเส้นผมสีเพลิงยุ่งเหยิงดังขึ้น เขาพิงไหล่กับเสาหินของทางเข้าป่าอาคม สายตาคมกริบมองมาที่คิรอสพลางหมุนกริชในมือเล่นอย่างใจเย็น คิรอสไม่ได้ตอบโต้ แต่เขากำลังกวาดสายตาผ่านหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่ตรงหน้า—ระบบแจ้งเตือนภารกิจ ‘ทดสอบภาคสนาม’ เพิ่งจะอัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน [ประกาศ: กิจกรรมทดสอบภาคสนาม ‘ป่าอาคมวิปลาส’] [ภารกิจหลัก: เข้าถึงใจกลางป่าและชิงศิลาเวทมนตร์ภายในเวลาที่กำหนด] [ภารกิจเสริม (ลับ): เอาชีวิตรอดจาก ‘ผู้สังเกตการณ์’ ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคณาจารย์] [รางวัลความสำเร็จ: อัปเกรดค่าความแม่นยำของดวงตามานา (Mana Eye)] “ความเงียบของแกมันทำให้อากาศตรงนี้หนักขึ้นนะ” เซธบ่นอุบพร้อมกับถอนหายใจ “เราถูกจัดให้อยู่ ‘กลุ่มปัญหาร่วม’... นายเห็นรายชื่อเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนไหม? หนึ่งคือยัยแม่มดที่ร่ายเวทผิดๆ ถูกๆ จนระเบิดใส่หน้าตัวเองประจำ กับอีกหนึ่งคือเจ้าชายน้ำแข็งที่มองทุกคนเป็นฝุ่นผง นี่มันกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มรวมพลคนเพี้ยนกันแน่” คิรอสปิดหน้าต่างระบบลงช้าๆ เขาหันไปมองรูมเมทด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้าคิดว่ามันห่วยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองขออาจารย์เปลี่ยนกลุ่มดูล่ะ?” “เปลี่ยนได้ฉันทำไปนานแล้ว!” เซธแค่นหัวเราะ “แต่ดูเหมือนอาจารย์ไอรีลจะเป็นคนจัดผังด้วยตัวเอง... เธอเน้นย้ำนักหนาว่า ‘เพื่อกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนักเรียน’ หรือถ้าแปลเป็นภาษาคนก็คือ ‘อยากเห็นพวกแกตบตีกันจนเก่งขึ้น’ นั่นแหละ” เมื่อพูดถึงชื่อนั้น คิรอสชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาเหลือบไปมองที่อัฒจันทร์ฝั่งคณาจารย์ ร่างระหงในชุดคลุมสีนิลนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางกลุ่มศาสตราจารย์คนอื่น ศาสตราจารย์ไอรีลไม่ได้มองมาที่เขาโดยตรง แต่เขารู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นวาบที่ลากผ่านผิวหนังราวกับเข็มพิษ... นั่นไม่ใช่แค่สายตาของการคุมสอบ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังล่อเหยื่อเข้าสู่กับดัก “เอาล่ะ ทุกคน...” เสียงของอาจารย์คุมสอบดังก้องกังวานเหนือป่าอาคม “กฏการทดสอบเรียบง่าย... ใครถึงเส้นชัยช้าที่สุด จะต้องทำความสะอาดหอสมุดเวทมนตร์ชั้นใต้ดินทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งเดือน เริ่ม!” สัญญาณเริ่มต้นดังกึกก้อง เสียงคำรามเบาๆ จากสัตว์เวทในป่าตอบรับคำประกาศนั้นทันที เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนของคิรอสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เริ่มออกวิ่งทันทีด้วยความตื่นตระหนก แต่คิรอสกลับไม่ขยับ “ไปสิ! แกจะยืนรอให้ดอกไม้บานหรือไง?” เซธกระชากคอเสื้อคิรอส แต่กลับพบว่าเพื่อนของเขาคนนี้กำลังยืนนิ่งดั่งรูปปั้น “หยุดวิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าเสียที เซธ” คิรอสเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของเขามุ่งตรงไปยังพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงกิ่งไม้พันกัน แต่ในวิสัยทัศน์ของระบบที่ทำงานประสานกับดวงตามานา สิ่งที่เขากำลังเห็นคือ ‘เส้นสายพลังงาน’ ที่สั่นไหวผิดธรรมชาติ “แกเห็นอะไร?” เซธลดมือลง สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาเริ่มตื่นตัวเมื่อเห็นท่าทีของคิรอส “การทดสอบนี้ไม่ได้วัดความเร็วในการวิ่ง แต่วัดความเข้าใจในผังเวทมนตร์” คิรอสชี้มือไปยังจุดหนึ่ง “มองเส้นกระแสมานาตรงนั้นสิ มันไม่ได้ไหลไปตามธรรมชาติ แต่มันถูกบังคับให้วนเป็นวงกลม... นั่นคือประตูมิติหลอกล่อ ถ้าพวกนั้นวิ่งเข้าไป จะโดนส่งกลับไปที่จุดเริ่มต้นในอีกสามนาทีข้างหน้า” เซธเบิกตากว้าง “หมายความว่าอาจารย์ไอรีลจงใจสร้างเส้นทางวนลูปไว้?” “ไม่ใช่แค่ลูป...” คิรอสขยับยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “เธอกำลังทดสอบว่านักเรียนคนไหนจะกล้าพอที่จะ ‘ทำลายกฎ’ แล้วเดินผ่านจุดที่ไม่มีใครคาดคิด” คิรอสไม่รอช้า เขาหยิบผลึกมานาขนาดเล็กออกมาสองก้อนแล้วขว้างไปที่จุดบอดของกระแสพลังงานทันที เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับม่านพลังงานที่สั่นไหวและจางหายไป เผยให้เห็นเส้นทางลัดที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ “ตามมา ถ้าไม่อยากทำความสะอาดห้องสมุด” ทั้งสองพุ่งตัวเข้าสู่เส้นทางที่เพิ่งเปิดออก ทิ้งความวุ่นวายเบื้องหลังไว้ ทว่าขณะที่พวกเขาข้ามผ่านม่านพลังงาน บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความกดอากาศต่ำลงจนน่าอึดอัด กลิ่นไอของความตายและเวทมนตร์โบราณอบอวลไปทั่ว เซธชักกริชออกมาเตรียมพร้อมทันทีเมื่อเห็นเงาดำขนาดยักษ์เคลื่อนไหวอยู่เหนือยอดไม้ “คิรอส... นี่มันไม่ใช่สัตว์เวทระดับทั่วไปแล้วนะ นั่นมัน ‘เงาอสูรเฝ้าประตูนี่หว่า!” เซธตะโกน คิรอสไม่ได้ตกใจ เขากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอของอสูรตัวนั้น... ปลอกคอที่มีตราสัญลักษณ์ของ ‘ไอรีล’ สลักอยู่เด่นชัด มันไม่ใช่การทดสอบตามธรรมชาติ แต่นี่คือบอสลับที่ถูกเรียกออกมาเป็นการส่วนตัวเพื่อทดสอบเขาโดยเฉพาะ! [แจ้งเตือน: ตรวจพบตัวตนระดับสูง! การคำนวณความเสี่ยง: 99.9% โอกาสรอดชีวิต: ต่ำมาก] [คำสั่งระบบ: ปลดล็อกโหมดใช้บั๊ก ‘โอเวอร์โหลดมานา’ (จำกัดเวลา 30 วินาที)] คิรอสมองไปยังเงาสีดำที่พุ่งลงมาหมายจะบดขยี้พวกเขา เขาสูดหายใจเข้าลึก ความฉลาดรอบคอบที่เขาสั่งสมมาบอกว่าเขาไม่มีทางชนะอสูรตัวนี้ด้วยกำลังปกติ แต่ถ้าเขาทำให้มานาของมันย้อนกลับเข้าหาตัวเองด้วยการแทรกแซงจุดบอดที่เห็นบนปลอกคอ... “เซธ! เบี่ยงเบนความสนใจมันทางซ้าย! เดี๋ยวฉันจะเปิดรูโหว่ให้!” คิรอสตะโกนสั่ง “แกจะทำบ้าอะไรของแก!” “ทำตามที่บอกเถอะน่า!” ในจังหวะที่เงาสีดำเงื้อกรงเล็บลงมา คิรอสก็เริ่มร่ายเวทสลับขั้วในวินาทีที่วิกฤตที่สุด ทันใดนั้น เงาของศาสตราจารย์ไอรีลที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอไม่ได้ก้าวออกมาเพื่อช่วย แต่เธอกำลังก้าวออกมาเพื่อดูว่าเด็กหนุ่มที่เธอหมายตาไว้จะจัดการกับความตายที่เธอหยิบยื่นให้อย่างไร เสียงหัวเราะเบาๆ ของเธอดังแว่วมาตามลม “เอาสิ คิรอส... ทำให้ฉันประทับใจหน่อย ว่า ‘ลูกศิษย์’ ของฉันคนนี้ ฉลาดพอที่จะรอดจากกับดักของอาจารย์ตัวเองได้หรือเปล่า” ทันใดนั้นเอง แสงสีทองสว่างวาบจากปลายนิ้วของคิรอสทะลุทะลวงผ่านหมอกมืดมิด เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรดังกึกก้องไปทั้งป่าพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมอย่างฉับพลัน... ทว่าสิ่งที่ทำให้คิรอสตัวแข็งทื่อไม่ใช่ชัยชนะที่กำลังจะมาถึง แต่เป็นข้อความสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขา [แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้ใช้งานระดับสูง 'ไอรีล'!] [ภารกิจเปลี่ยนสถานะ: คุณได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบ และในขณะนี้... มีใครบางคนกำลังรอคุณอยู่ที่ปลายทางของเส้นทางลัดนี้ พร้อมกับคำถามที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของสถาบันไปตลอดกาล!] ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคิรอสและศาสตราจารย์ไอรีลนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%