กลิ่นอายของอณูมานด้านมساสเข้มข้นจนปลายลิ้นของคิรอสสัมผัสได้ถึงรสชาติฝาดปร่าคล้ายสนิมเหล็ก รอบกายของพวกเขาในยามนี้ไม่ใช่ป่าสนเวทมนตร์เขตควบคุมพิเศษที่ทางสถาบันจัดเตรียมไว้สำหรับการทดสอบภาคสนามอีกต่อไปแล้ว ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกกลืนกินด้วยหมอกสีครามเข้มที่หนาทึบจนแสงจากคริสตัลนำทางในกระเป๋าเสื้อแทบจะกลายเป็นเพียงจุดแสงริบหรี่ของหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด
"ระบบกำลังรวน... หรือพูดให้ถูกคือ พวกเรากำลังเดินวนอยู่ในเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นจากเวทมนตร์โบราณ"
คิรอสพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่กระพริบเตือนด้วยอักษรสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนด่วนจากระบบยังคงค้างคาอยู่บนเรติน่า แม้เขาจะพยายามปัดมันทิ้งไปหลายรอบแล้วก็ตาม การแทรกแซงจากผู้ใช้งานระดับสูงที่ชื่อ 'ไอรีล' ไม่ใช่ความผิดพลาดของโค้ดเวทมนตร์ แต่เป็นความตั้งใจ... ตั้งใจที่จะผลักดันเขาให้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่สถาบันกำหนดไว้
เบื้องหลังของเขาคือกลุ่มนักเรียนปีหนึ่งอีกสามคนที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของป่าต้องห้ามแห่งนี้
"รุ่นพี่คิรอสครับ... เรา... เราควรจะถอยกลับไปทางเดิมดีไหมครับ" เสียงของรุ่นน้องคนหนึ่งสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เข็มทิศเวทมนตร์มันหมุนวนไม่หยุดแล้วนะ หรือว่า... เราจะหลงเข้ามาในเขตแดนต้องห้ามของจริงเข้าแล้ว?"
คิรอสไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบด้านอย่างใจเย็น สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูล สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันภายในระยะเวลาไม่ถึงสามร้อยก้าว ต้นไม้สูงใหญ่ที่บิดเบี้ยวผิดรูป รากไม้ที่แผ่ขยายราวกับกรงเล็บอสูร และที่สำคัญที่สุด... ความกดอากาศที่กดทับลงมาบนแผ่นอกจนทำให้การหายใจเริ่มติดขัด
นี่ไม่ใช่ป่าธรรมดา นี่คือเขตอันตรายระดับสูงที่ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลโบราณ และมีเพียงคนเดียวในสถาบันแห่งนี้ที่มีสิทธิ์และอำนาจพอจะปลดล็อกเส้นทางนี้ได้
"ถอยไม่ได้หรอครับ..." คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นดินที่มีไอความเย็นยะเยือกแผ่ออกมา "เพราะประตูข้างหลังพวกเรา ปิดตายไปตั้งแต่สามนาทีที่แล้วต่างหากล่ะครับ"
สิ้นคำพูดของคิรอส ทุกคนก็หันขวับกลับไปมองทางเดิมทันที ภาพของแนวป่าที่เคยคุ้นตาได้ถูกแทนที่ด้วยม่านหมอกทึบตันและรากไม้หนาทึบที่ประสานกันจนกลายเป็นกำแพงหินผา ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังในชั่วพริบตา
ทว่า ในสถานการณ์ที่วิกฤตถึงขีดสุด มุมปากของเด็กหนุ่มผู้รอบคอบกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มักจะปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อเขาพบว่าเกมนี้มีกฎที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น
"ในเมื่อระบบบังคับให้เราต้องเล่นเกมกระดานนี้ต่อ..." คิรอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษดินที่ปลายนิ้วออกเบาๆ ก่อนจะดึงด้ามจับดาบเวทมนตร์ที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา "เราก็คงต้องเดินไปให้สุดทาง เพื่อดูว่าใครกันแน่ที่นั่งรอเราอยู่ปลายทางนั้น"
ในขณะที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ทีละก้าว... ทีละก้าว... เสียงฝีเท้าของเขาก็ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบสงบที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง หมอกสีครามค่อยๆ เจือจางลง ปรากฏเป็นลานกว้างกลางป่าที่มีเสาหินโบราณแกะสลักลวดลายประหลาดตั้งตระหง่านอยู่โดยรอบ
และที่ใจกลางลานกว้างนั้น... เงาร่างของสตรีคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา เส้นผมสีเงินยวงยาวสยายสะท้อนกับแสงเรืองรองจากอักขระเวทที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ชุดคลุมสีดำสนิทขอบทองพลิ้วไหวตามสายลมเย็นเยียบที่พัดโชยมา
แม้นางจะยังไม่ได้หันกลับมามอง แต่กลิ่นอายอันทรงพลังที่กดดันจนสรรพสิ่งรอบตัวต้องสยบยอม ก็ทำให้คิรอสรู้ได้ทันทีว่าการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง... คิรอส"
เสียงหวานใสที่เจือด้วยความเย็นชาและรอยยิ้มเย้าแหย่ที่เป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
ศาสตราจารย์ไอรีลค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีไพลินคู่นั้นพินิจพิเคราะห์มองเขาด้วยประกายวิบวับที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือสาวกำลังจ้องมองเหยื่อที่เดินเข้าสู่อุ้งมือด้วยความสมัครใจ
"อาจารย์... พาผมมาไกลถึงขนาดนี้ คงไม่ได้แค่จะมาบอกให้ผมทำการบ้านส่งให้ทันกำหนดหรอกนะครับ?" คิรอสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อยเพื่อลดทอนความตึงเครียด แม้ว่าในใจจะเริ่มคำนวณความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตจากสถานการณ์นี้แล้วก็ตาม
ไอรีลยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวกับภาพวาด แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบลึกล้ำ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้คิรอสทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ
"การบ้านหรือคะ? หึ... เปล่าเลย คิรอส" ไอรีลหยุดยืนตรงหน้าเขา ปลายจมูกของนางแทบจะชนกับลาดไหล่ของเขาหากไม่ติดว่านางสูงน้อยกว่าเล็กน้อย "ฉันแค่จะมาถามคำถามหนึ่ง... คำถามที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของเด็กเหลือขออย่างเธอไปตลอดกาล"
นางเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะมองทะลุผ่านความลับทั้งหมดที่เขากักเก็บไว้ในระบบ
"ระหว่างการเป็น 'ผู้รอดชีวิต' ตามกฎของสถาบัน... กับการเป็น 'ผู้ทำลายล้าง' ที่ยืนอยู่ข้างฉัน... เธอจะเลือกทางไหน?"
[แจ้งเตือนด่วนระดับวิกฤต: คุณได้รับคำถามชี้ชะตาจากผู้ดูแลระบบระดับสูง! การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้จะปลดล็อกเส้นทางเควสต์ลับระดับ SSS และไม่มีทางหวนกลับคืนสู่เส้นทางเดิมได้อีก!]
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของสนามพลังรอบตัว อุณหภูมิลดลงฉับพลัน -25 องศาเซลเซียส... และในวินาทีที่คิรอสกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงฝีเท้าปริศนาจำนวนมากก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเสาหินโบราณ พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งตรงเข้าปิดล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทางอย่างรวดเร็วราวกับเงาทมิฬ!]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคิรอสและศาสตราจารย์ไอรีลมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 15
หลงทางในป่าเวทมนตร์
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!