กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของสนามพลังที่ดิ่งฮวบลงถึงลบยี่สิบห้าองศาเซลเซียสในชั่วพริบตา ไม่ได้ทำให้คิรอสสูญเสียความสุขุมไปแม้แต่น้อย สัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะลงบนพื้นหินอ่อนโบราณส่งสัญญาณเตือนผ่านหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าของระบบว่า *'ความหนาแน่นของมานาเชิงลบเกินขีดจำกัดปลอดภัย'*
ในเสี้ยววินาทีที่เงาร่างนับสิบพุ่งแหวกความมืดออกมาจากเบื้องหลังเสาหินทลาย เสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจก็ดังขึ้น กลิ่นอายสาบสาปรุนแรงคละคลุ้งปะปนกับเกล็ดน้ำแข็งที่ฟุ้งกระจาย ดวงตาสสีแดงฉานนับคู่ไม่ถ้วนจ้องเขม็งมายังผู้บุกรุกผู้ล่วงล้ำอาณาเขต
"ระ... หมาป่าเงาพันปี! แถมยังมากันเป็นฝูงระดับนี้..." เสียงของนักเรียนร่วมกลุ่มคนหนึ่งสั่นสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนสะดุดเข้ากับเศษซากปรักหักพัง
ไม่มีใครในกลุ่มขยับตัวได้ดั่งใจนึก ความกดดันระดับมหาศาลจากฝูงมอนสเตอร์เจ้าถิ่นระดับสูงกดทับลงบนบ่าราวกับมีภูเขาทั้งลูกมาแบกไว้ อาวุธในมือของเพื่อนร่วมชั้นสั่นระริก สติสัมปชัญญะที่ถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำทำให้กระบวนท่าเวทมนตร์ที่ท่องจำมานับร้อยรอบหลุดลอยหายไปจนหมดสิ้น
ทว่า ท่าความโกลาหลและเสียงลมหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนกนั้น กลับมีเพียงร่างเดียวที่ยังคงยืนนิ่งสนิท
คิรอสค่อยๆ หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนการวิเคราะห์ทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าประจุเวทมนตร์ เขาไม่ได้มองที่เขี้ยวอันแหลมคมหรือกรงเล็บที่พร้อมจะฉีกกระชากเนื้อหนังของพวกมัน แต่นัยน์ตาคู่คมกริบกลับกวาดมองไปตาม "จังหวะการหายใจ" และ "การไหลเวียนของมานา" ที่สะท้อนผ่านหน้าต่างวิเคราะห์ของระบบ
"อย่าเพิ่งขยับ..." คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคงพอที่จะดึงสติของทุกคนให้กลับมาได้ชั่วขณะ
"คิรอส นายบ้าไปแล้วหรือไง! นั่นมันหมาป่าเงาพันปีนะ ฝูงนึงมีไม่ต่ำกว่าสิบตัว พวกเราตายแน่!" เสียงกระซิบหวาดผวาของผู้ร่วมกลุ่มดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเสียงคำรามเตือนภัยรอบทิศทางที่ใกล้เข้ามาทุกที
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ร่างระหงในชุดคลุมโบราณของศาสตราจารย์ไอรีลก็ก้าวขึ้นมาขนาบข้างเด็กหนุ่มอย่างเงียบเชียบ ปลายคทาในมือของเธอเปล่งแสงสีครามจางๆ ขับไล่ความมืดออกไปได้เพียงรัศมีสั้นๆ แต่ทว่า แววตาของอาจารย์สาวไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับเหลือบมองลูกศิษย์ตัวแสบด้วยหางตา พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุกในยามวิกฤตเช่นนี้
"ดูท่าทางเธอจะเจอของเล่นถูกใจเข้าแล้วสินะ, คิรอส" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่กวนประสาทดังลอดมาจากริมฝีปากของอาจารย์สาว "หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของเธอ กำลังคำนวณอยู่ว่าจะวิ่งหนีทางไหนถึงจะไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป?"
"ผมไม่ได้กำลังคิดเรื่องหนีครับ ศาสตราจารย์..." คิรอสตอบกลับโดยไม่ละสายตาไปจากฝูงหมาป่าเงาเบื้องหน้า นิ้วมือขวาเคาะเบาๆ เป็นจังหวะเข้ากับด้ามมีดเวทมนตร์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว "และผมก็ไม่ได้มองว่าพวกมันเป็น 'ของเล่น' ด้วย... แต่เป็น 'บั๊ก' ของดันเจี้ยนต่างหาก"
คำว่า *'บั๊ก'* ทำให้คิ้วของไอรีลกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉงน
ในขณะที่ฝูงหมาป่าเงาพันปีตัวหัวหน้า ซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬารกว่าตัวอื่นและมีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาสีเลือด ส่งเสียงคำรามก้องกังวานจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน มันคือจ่าฝูงที่ทรงพลังและดุร้ายที่สุดในเขตนี้ ร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยเกราะเงาทมิฬที่สะท้อนแสงจันทร์สีเลือดจากรอยแยกด้านบนเพดานถ้ำ
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามนั้นมาพร้อมกับการพุ่งทะยานเข้าจู่โจมด้วยความเร็วเหนือเสียง ร่างของหมาป่าเงาตัวยักษ์หายวับไปจากจุดเดิม และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหากลุ่มของคิรอสด้วยกรงเล็บที่อาบไอความมืดมิด
ทุกคนหลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง
แต่คิรอสกลับยิ้มมุมปาก
"เจอแล้ว... จุดบอดของสนามพลังเวท"
เด็กหนุ่มก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ คำนวณวิถีการพุ่งและแรงเสียดทานของอากาศในเสี้ยววินาที ข้อมูลมหาศาลจากระบบไหลทะลักเข้าสู่สมองเพื่อหาความเชื่อมโยงของเกราะเงาทมิฬที่ห่อหุ้มตัวจ่าฝูงอยู่ ทุกตัวตนย่อมมีจุดอ่อน และหมาป่าเงาพันปีตัวนี้ก็มีจุดบอดที่ซ่อนอยู่ใต้ซี่โครงด้านซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่เกราะมานาจะบางลงสามเปอร์เซ็นต์ทุกๆ ครั้งที่มันอ้าปากคำราม!
*ตู้มมม!*
แรงปะทะจากการพุ่งชนสร้างความเสียหายแก่พื้นหินจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจของเพื่อนร่วมกลุ่มที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
ทว่า ท่ามกลางกลุ่มควันสีเทาและเศษหินที่กำลังร่วงหล่นลงมา... เงาร่างของคิรอสไม่ได้ถูกตะปบจนแหลกเหลวอย่างที่ใครหวาดกลัว
เขากลับพุ่งทะยานสวนทางกับคมเขี้ยวของมันขึ้นไปด้านบน โดยอาศัยแรงลมจากการพุ่งชนของอีกฝ่ายเป็นสปริงส่งตัว ปลายมีดเวทมนตร์ในมือของเขาอาบด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบจากการรีดเร้นมานาทั้งหมดในร่างกายมารวมไว้ที่จุดเดียว เล็งตรงไปยังจุดบอดใต้ซี่โครงด้านซ้ายของจ่าฝูงอย่างไร้ความปรานี!
*ฉับพลัน!*
ก่อนที่ใบมีดจะสัมผัสกับเป้าหมาย เสียงเตือนภัยจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของคิรอสกลับไม่ได้มาจากตัวหมาป่าเงาตัวนั้น...
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากสนามพลังภายนอก ระดับมานาในรัศมี 50 เมตรพุ่งสูงขึ้น 500% ในทันที... คำเตือน: สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นใต้พื้นดิน ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับพันปี... แต่เป็น "ผู้เฝ้าประตู" ระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้!]*
ดวงตาของคิรอสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เมื่อพื้นหินเบื้องล่างที่ควรจะมั่นคง กลับเริ่มปริแตกออกเป็นรอยแยกสีแดงฉาน พร้อมกับแรงดึงดูดมหาศาลที่ดึงร่างของทุกคนให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างอย่างฉับพลัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมผจญภัยไปกับคิรอสและศาสตราจารย์ไอรีลเสมอนะครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 16
มอนสเตอร์เจ้าถิ่นปรากฏตัว
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!