แรงโน้มถ่วงที่พลิกผันกลับหัวกลับหางไม่ได้ทำให้สติของคิรอสหลุดลอยไปเลยแม้แต่น้อย ในเสี้ยววินาทีที่หินผาถล่มทลายและห้วงเหวสีเลือดอ้าปากกว้างต้อนรับ ร่างของเด็กหนุ่มดีดตัวกลางอากาศราวกับแมวป่า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการคำนวณฟิสิกส์เวทมนตร์ทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าประมวลผลของคริสตัลมานาชั้นยอด
"อาจารย์ครับ จับมือผมไว้!"
คิรอสตะโกนฝ่าเสียงลมกรรโชกที่กรีดหู มือซ้ายคว้าข้อมือเรียวของศาสตราจารย์ไอรีลเอาไว้แน่น แรงเหวี่ยงจากการร่วงหล่นทำให้ทั้งคู่หมุนเคว้งกลางความมืดมิด ทว่าใบหน้าของอาจารย์สาวลึกลับกลับไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสสีเพลิงของเธอสะท้อนแสงเรืองรองจากรอยแยกเบื้องล่างอย่างเยือกเย็น
"เจ้าเด็กนี่... มือไวเกินไปแล้วนะ" เสียงหวานใสติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางวิกฤต แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ไอรีลก็ยังมิวายยกยิ้มมุมปาก เธอกวาดมือเพียงครั้งเดียว วงเวทสีครามซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของทั้งสอง ช่วยลดความเร็วดดงลงจนสัมผัสพื้นหินของชั้นใต้ดินได้อย่างนิ่มนวล
*ตึง!*
ละอองฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ คิรอสดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที นัยน์ตาสีเข้มกวาดสายตาสำรวจรอบกายด้วยความรวดเร็ว ระบบหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมเสียงแจ้งเตือนรัวระรัว
[ติ๊ง! ผู้เล่นคิรอสเข้าสู่เขตแดนลับ: 'มหาวิหารลืมเลือน ชั้น B3']
[คำเตือน: ความเข้มข้นของมานาในพื้นที่สูงเกินมาตรฐาน 400% ตรวจพบจิตสังหารระดับมอนสเตอร์ฝูงใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้]
"ไม่เลวเลยนี่... ชั้นใต้ดินที่ถูกซ่อนไว้ด้วยอาคมลวงตาขั้นสูง" ไอรีลปัดเศษฝุ่นตามอาภรณ์สีเข้มของเธออย่างใจเย็น ก่อนจะปรายตามองลูกศิษย์ตัวแสบที่กำลังจดจ้องหน้าต่างระบบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "แล้วไงต่อล่ะ พ่ออัจฉริยะ? แผนสำรองของเธอคืออะไร หรือจะรอให้พวกมันมาต้อนรับเราด้วยน้ำชาดีล่ะ?"
"น้ำชาคงไม่มีหรอครับอาจารย์ มีแต่ต้อนรับด้วยฝ่าเท้าของพวกมันนี่แหละ" คิรอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่ก่อนหน้านั้น... เราคงต้องจัดฉากต้อนรับพวกมันเสียหน่อย"
เบื้องหน้าของพวกเขาคือโถงทางเดินกว้างใหญ่ที่ทอดยาวสู่ความมืด มอนสเตอร์เฝ้าดันเจี้ยนในรอบนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทั่วไป แต่เป็น 'การ์gอยล์หินผาโลหิต' (Bloodstone Gargoyle) ที่มีผิวหนังแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าและสามารถดูดกลืนมานาของเป้าหมายได้ ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่เริ่มสว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
พวกมันขยับปีกหินขนาดมหึมา ทิ้งตัวพุ่งเข้าใส่เป้าหมายด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากหน้าไม้!
"มาแล้วสินะครับ"
คิรอสไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นิ้วเรียวดีดอากาศเบาๆ สามครั้ง สกิลเฉพาะตัวที่เขาแอบปรับแต่งโค้ดระบบมาอย่างยาวนานถูกปลดปล่อยออกไป
*[สกิลพิเศษ: กับดักบั๊กตรรกะเวท (Logic Glitch Trap)]*
วงเวทสีทองแปลกประหลาดปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันไม่ได้มีไว้โจมตีหรือป้องกัน แต่มันทำหน้าที่ 'สลับค่าพารามิเตอร์' ของเป้าหมาย เมื่อการ์gอยล์ตัวแรกพุ่งทะยานเข้ามาสัมผัสกับวงเวท ร่างกายของมันก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ตรรกะการเคลื่อนไหวของมันถูกกลับตาลปัตร จากที่จะพุ่งไปข้างหน้า ร่างกายของมันกลับพุ่งถอยหลังชนกับพวกเดียวกันเองอย่างจัง!
*โครม! โครม! โครม!*
เสียงการ์gอยล์ยักษ์ชนกันเองดังสนั่นหวั่นไหว พวกมันส่งเสียงร้องคำรามด้วยความงงงวย สมองอันน้อยนิดของมอนสเตอร์ระดับต่ำไม่สามารถประมวลผลได้ว่าเหตุใดคำสั่ง 'พุ่งชน' จึงกลายเป็นการ 'ถอยหลังตบเพื่อนร่วมฝูง' ไปเสียได้ ตัวแล้วตัวเล่าต่างพากันล้มลุกลุกคลาน พันandกันวุ่นวายจนเกิดเป็นภาพที่ชวนให้มุมปากของศาสตราจารย์ไอรีลกระตุกด้วยความทึ่ง
"เธอนี่... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะคิรอส" ไอรีลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความระอาแกมเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด "ไปเอาวิชาป่วนประสาทแบบนี้มาจากไหนกัน"
"เขาเรียกว่าการประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่างหากล่ะครับอาจารย์" คิรอสยิ้มรับหน้าตาเฉย มือขวาชักดาบสั้นเคลือบมานาธาตุสายฟ้าออกมา "และตอนนี้... ก็ถึงเวลาล่อเสือเข้าถ้ำของจริงแล้ว"
เด็กหนุ่มพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์ที่กำลังสับสน เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การสังหารพวกมันทีละตัว แต่ใช้การโจมตีด้วยไฟฟ้าแรงดันต่ำกระตุ้นจุดรับความรู้สึกของการ์gอยล์ ทำให้พวกมันเกิดอาการ 'คันคะเยอ' อย่างรุนแรงและโมโหจนขาดสติ การ์gอยล์ทุกตัวหันมาพุ่งเป้ามาที่คิรอสเพียงผู้เดียวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ตามมาเลยครับเจ้าพวกโง่ ทางนี้ต่างหากล่ะ!"
คิรอสวิ่งล่อฝูงมอนสเตอร์ยักษ์นับสิบตัวให้วิ่งตามเขามาเป็นขบวนยาวเหยียด มุ่งตรงไปยังจุดที่เขาวางกลไกวงเวทอาคมระเบิดซ้อนทับไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ตกลงมาแล้ว ศาสตราจารย์ไอรีลมองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น เธอพบว่าเด็กคนนี้ไม่เพียงแต่มีความรู้ทางทฤษฎีที่แน่นหนา แต่ยังมีภาวะผู้นำและความกล้าหาญที่เกินวัยอย่างแท้จริง
ทว่า ในจังหวะที่คิรอสกำลังจะล่อเป้าหมายเข้าสู่กับดักสุดท้าย—
*ฟุ่บ!*
อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนขึ้นขวางกั้นระหว่างคิรอสกับฝูงมอนสเตอร์ แรงกดดันมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าการ์gอยล์นับร้อยตัวรวมกันแผ่ขยายออกมาจากความมืดเบื้องลึก ไอรีลที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเยชาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"คิรอส ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงของไอรีลตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "นั่นไม่ใช่... มอนสเตอร์ในระบบ!"
พื้นหินเบื้องหน้าปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างเงาสูงใหญ่สวมเกราะโบราณขึ้นสนิมก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกสีดำ มือถือดาบใหญ่ที่มีคราบเลือดแห้งกรัง ดวงตากลวงโบกปรากฏเปลวไฟสีฟ้าวิญญาณลุกโชน และที่น่าตกใจที่สุดคือ... บนหน้าผากของมันมีสัญลักษณ์เวทมนตร์โบราณที่หายสาบสูญไปเมื่อพันปีก่อนสลักอยู่
[ติ๊ง! แจ้งเตือนภัยระดับอันตรายสูงสุด!]
[บอสลับนอกระบบ: 'แม่ทัพไร้พ่ายแห่งยุคบรรพกาล' (ระดับ ??) ปรากฏตัว!]
[ระบบไม่สามารถประเมินพลังได้... หลบหนีเดี๋ยวนี้!]
คิรอสหยุดฝีเท้าลงอย่างฉับพลัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผม ดวงตาคมกวาดมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ทรงพลังเกินกว่าขอบเขตของดันเจี้ยนนี้ไปไกลลิบลับ แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวทำอะไร ร่างในชุดเกราะนั้นก็หันมามองเขาช้าๆ พร้อมกับยกดาบมหาสมบัติขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าผากของเด็กหนุ่มโดยตรง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" นะครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 17
แผนการล่อเสือเข้าถ้ำ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!