กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในบรรยากาศ ทำให้ห้องโถงทดสอบใต้ดินวิทยาลัยเวทมนตร์อัฟลูนาอบอวลไปด้วยความกดดันที่แทบจะคว้ามาคั้นเป็นน้ำได้
คิรอสทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นหินเย็นเฉียบ ลมหายใจเข้าออกของเขาผ่อนช้าลงอย่างมีระเบียบเพื่อดึงสติที่กระจัดกระจายกลับมาเข้าที่ แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการปะทะกับกลไกเวทมนตร์ขั้นสูงในบททดสอบสุดท้าย ทว่าแววตาของเด็กหนุ่มกลับเปล่งประกายด้วยความคมกริบชนิดที่ต่อให้เป็นศัตรูตัวฉกาจก็ยังต้องหลบตา
*ยินดีต้อนรับสู่เกมที่แท้จริง... เด็กน้อยผู้ไขปริศนา*
เสียงกระซิบปริศนานั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นคลื่นความคิดที่ถูกส่งตรงเข้ามายังจิตใต้สำนึกผ่านทางตราประทับโบราณบนหลังมือขวาของเขา
"เด็กน้อยอย่างงั้นหรือครับ..." คิรอสพึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบที่ศาสตราจารย์ไอรีลเคยบอกว่า 'น่าหมั่นไส้ที่สุดในรอบร้อยปีของสถาบัน'
ในระยะห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ร่างระหงของศาสตราจารย์สาวในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนกอดอกพิงเสาศิลาแกรนิต นัยน์ตาสีเทาอมฟ้าคู่สวยคู่นั้นจ้องมองเด็กหนุ่มนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยประกายความพึงพอใจที่ยากจะปิดมิด ไอรีลปัดเศษฝุ่นที่เกาะตามไหล่เบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทรงเสน่ห์ตามแบบฉบับของเธอ
"เธอผ่านเกณฑ์ความซับซ้อนระดับศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่สภาอาจารย์รุ่นก่อนตั้งไว้ได้... คิรอส ฉันเริ่มคิดแล้วว่าบางทีเธอน่าจะแอบไปทำสัญญากับปราชญ์โบราณสักคนลับหลังฉันเสียอีกนะครับ"
คำพูดติดตลกที่เจือความจริงจังนั้นทำให้คิรอสเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์ประจำวิชาอาคมโบราณ เขาไม่ได้ตอบทันที แต่เลือกที่จะใช้เวลาสองวินาทีเต็มในการวิเคราะห์โทนเสียงและภาษากายของอีกฝ่ายอย่างรอบคอบ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กวนประสาทไม่แพ้กัน
"ถ้าผมทำสัญญากับปราชญ์โบราณจริง ป่านนี้ผมคงไม่ต้องมานั่งคำนวณวงจรมานาจนสมองแทบไหม้เพื่อผ่านด่านทดสอบงี่เง่าของคุณหรอกครับ... ศาสตราจารย์"
ไอรีลแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไพเราะราวกับระฆังเงิน แต่แฝงไว้ด้วยอันตราย "ปากคอเราะรายขึ้นนะ เด็กน้อย ระวังเถอะ... โลกภายนอกไม่ได้ใจดีกับคนที่มีความลับเยอะหรอกนะ"
ยังไม่ทันที่คิรอสจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชิงวิชาการ ทันใดนั้นเอง โลกทั้งใบก็คล้ายจะหยุดนิ่ง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้มันไม่ได้มาพร้อมกับความสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนเช่นเคย เสียงนั้นก้องกังวานราวกับเสียงระฆังมหาวิหารที่สะท้อนไปทั่วทุกอณูของห้วงจิตสำนึก หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่มักจะแสดงผลด้วยตัวอักษรเรียบง่าย บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยเฉดสีทองอร่ามและตัวอักษรเรืองแสงที่ดูทรงพลังจนน่าเกรงขาม
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษผ่านสิ้นสุดองค์ที่ 1 (Act I Completed)]
[ผู้เล่น: คิรอส (Kiros)]
[สถานะปัจจุบัน: ผ่านการทดสอบลับ 'บทเพลงแห่งผู้ล่วงรู้' ระดับ SSS]
[ระบบกำลังทำการวิเคราะห์และอัปเกรดสถานะขั้นพื้นฐาน...]
คิรอสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพที่รวดเร็วที่สุดที่เขายอมแสดงออกในรอบชั่วโมง ตัวเลขค่าสถานะต่างๆ ที่เคยหยุดนิ่งมานานเริ่มขยับไต่ระดับขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความร้อนสายหนึ่งไหลทะลักจากกระดูกสันหลังพุ่งตรงขึ้นสู่สมองราวกับมีใครเอาโลหะหลอมเหลวมาฉีดเข้าเส้นเลือด มันเจ็บปวดแต่มันก็ทรงพลังจนทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
[ความแข็งแกร่ง (STR): +45]
[ความคล่องตัว (AGI): +50]
[พลังจิตเวท (INT): +120 (ทะลุขีดจำกัดมนุษย์ทั่วไป)]
[ความต้านทานเวทมนตร์โบราณ: ปลดล็อกระดับที่ 2]
นี่ไม่ใช่แค่การเลื่อนขั้นธรรมดา... ระบบกำลังปรับแต่งโครงสร้างร่างกายและจิตวิญญาณของเขาให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่รองรับความลับระดับสูงของโลกใบนี้ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้รวดเร็วและเด็ดขาด จนแม้แต่ไอรีลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสนามพลังมานาที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ตัว
อาจารย์สาวหรี่ตาลงเล็กน้อย มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ รังสีมานาของคิรอสในตอนนี้... มันไม่ใช่ระดับของนักเรียนปีหนึ่งอีกต่อไปแล้ว มันเทียบเท่ากับจอมเวทระดับกลางค่อนไปทางสูงในกองทัพหลวงเลยทีเดียว
*เด็กคนนี้... เติบโตเร็วกว่าที่ตำราเล่มไหนๆ เคยบันทึกไว้เสียอีก* ไอรีลคิดในใจ ขณะที่มุมปากของเธอเผลอยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยไม่รู้ตัว
ทว่า หน้าต่างระบบไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การอัปเกรดสถานะ ตัวอักษรสีทองชุดใหม่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงระฆังทุ้มต่ำที่ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันมาพร้อมกับประกาศสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางชีวิตในรั้ววิทยาลัยเวทมนตร์ของคิรอสไปตลอดกาล
[ภารกิจเสร็จสิ้น: รางวัลเพิ่มเติมถูกปลดล็อก]
[ประกาศอย่างเป็นทางการจากสภาบริหารวิทยาลัยอัฟลูนา]
[รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการสำรวจ 'ดันเจี้ยนจำลองระดับสูง' (The Simulation Labyrinth) ประจำภาคเรียนนี้ ได้รับการยืนยันแล้ว]
คิรอสอ่านรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าต่างระบบทีละบรรทัด ดวงตาสสีนิลกวาดมองอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วในการประมวลผลระดับสูง ชื่อของทายาทขุนนางตระกูลดังและอัจฉริยะรุ่นพี่หลายคนปรากฏขึ้นตามคาด แต่สิ่งที่ทำให้คิรอสต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ คือบรรทัดสุดท้ายที่ถูกไฮไลต์ด้วยกรอบสีแดงฉาน
[1. คิรอส (สถานะ: ตัวแทนพิเศษ / ผู้ไขปริศนาองค์ที่ 1)]
[2. ไอรีล วาล็อค (สถานะ: อาจารย์ผู้ควบคุมและผู้ดูแลความปลอดภัย)]
คิรอสเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาวทันที ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงัน ไอรีลไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากของเธอกลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะใช้เวลาเตรียมแผนการชั่วร้ายบางอย่างร่วมกับเขาเสมอ
"ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ได้อยากให้เราพักผ่อนกันนานนักหรอกนะ คิรอส" ไอรีลเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แต่แฝงความตื่นเต้นเอาไว้เต็มเปี่ยม "ดันเจี้ยนจำลองที่ว่านั่น... ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กฝึกหัดที่จะเข้าไปเดินเล่นเพื่อเก็บหน่วยกิตหรอกนะ"
คิรอสถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามเครื่องแบบนักเรียนออกอย่างใจเย็น ก่อนจะแย้มยิ้มกวนประสาทกลับไปให้อีกฝ่ายตามฟอร์ม
"ครับ... ผมทราบดีครับ ศาสตราจารย์" คิรอสตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความท้าทาย "แต่ในเมื่อมันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยบั๊กและช่องโหว่ของระบบโบราณ... ผมคงต้องขออนุญาตเข้าไป 'ตรวจสอบความเรียบร้อย' ให้พวกเขาสักหน่อยแล้วล่ะครับ"
ไอรีลจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความเอ็นดูและความระแวงในความเจ้าเล่ห์ของเขา ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปใกล้คิรอสอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่เอื้อมมือ
"งั้นก็ดี..." ไอรีลกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากใบหูของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงของเธอลึกล้ำและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "อย่าลืมเตรียมตัวให้ดีล่ะ... เพราะประตูสู่ดันเจี้ยนจำลองไม่ได้เปิดต้อนรับคนอ่อนแอ และที่สำคัญที่สุด..."
อาจารย์สาวเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอของเด็กหนุ่ม ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คิรอสต้องหรี่ตาลงด้วยความคาดไม่ถึง
"...คนที่เธอต้องระวังให้มากที่สุดข้างในนั้น อาจจะไม่ใช่สัตว์อสูรเวทมนตร์... แต่เป็นฉันเองนี่แหละ"
*พรึบ!*
สิ้นเสียงกระซิบ ร่างของไอรีลก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีเทาจางๆ หายไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบป่าที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ และเสียงแจ้งเตือนสุดท้ายจากระบบที่ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงัน
[คำเตือน: ดันเจี้ยนจำลองจะเปิดใช้งานในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้า]
[ภารกิจลับต่อเนื่อง: "ถอดรหัสผู้สร้าง" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[เงื่อนไขพิเศษ: หากผู้เล่นเสียชีวิตภายในดันเจี้ยนจำลอง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรีเซ็ต และ... อาจารย์ไอรีลจะเป็นผู้ยึดสิทธิ์ในการควบคุมระบบของคุณถาวร]
คิรอสยืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของห้องทดลองใต้ดิน รอยยิ้มที่มุมปากค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ขณะที่สมองกำลังประมวลผลความเป็นไปได้นับล้านรูปแบบในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
เดิมพันครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก... และดูเหมือนว่า 'คุณครู' ของเขา จะไม่ได้แค่คิดจะมาคอยคุ้มครองเขาอย่างแน่นอน
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ของคิรอสและศาสตราจารย์ไอรีลนะครับ!
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 13
เสียงแจ้งเตือนจากระบบ: ภารกิจเสร็จสิ้น
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!