รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 21

กลับสู่สถาบันพร้อมของรางวัลชิ้นโต

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ถ้าอาจารย์ยังจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้นอยู่ อีกห้านาที... รับรองว่าพวกเราได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีในดันเจี้ยนแห่งนี้แน่ครับ” เสียงของผมไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ในใจจะกำลังกรีดร้องกับตัวเลขสีแดงฉานที่นับถอยหลังอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงเบื้องหน้า—04:58... 04:57... ศาสตราจารย์ไอรีลไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของผม เธอขยับแว่นสายตากรอบเงินเล็กน้อย แสงสะท้อนจากเลนส์ปกปิดนัยน์ตาสีเทาเย็นชาคู่นั้นไว้ แต่ผมสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางของเธอ กลิ่นอายของมานาที่หนาแน่นจนอากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหว มันไม่ใช่ไอเย็นจากน้ำแข็ง แต่มันคือความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง “คิรอส... เธอมีอะไรจะอธิบายไหม?” เสียงของเธอเรียบเรื่อย ราวกับกำลังถามถึงการบ้านที่ส่งช้า แต่ในมือที่กำไม้กายสิทธิ์นั่นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยมานาที่ถูกบีบอัดจนเกือบถึงขีดจำกัด “จู่ๆ ดันเจี้ยนที่นิ่งสงบมานานนับศตวรรษกลับตื่นขึ้นเพียงเพราะการก้าวเท้าของเธอ และไอ้ ‘ของเล่น’ ที่ลอยอยู่รอบตัวเธอตอนนี้... มันไม่ใช่เวทมนตร์จากตำราเล่มไหนในห้องสมุดหลวงแน่นอน” ผมยิ้มบางๆ พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้แสดงความกังวลเกินไป ผมรู้ดีว่าศาสตราจารย์เป็นคนประเภทไหน เธอฉลาด... ฉลาดเกินกว่าจะหลอกด้วยคำโกหกตื้นๆ ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องทำไม่ใช่การ ‘ปิดบัง’ แต่มันคือการ ‘เบี่ยงเบน’ “อาจารย์ครับ... หากผมบอกว่าผมบังเอิญไปแตะต้องจุดอ่อนของระบบนิเวศในดันเจี้ยนจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ อาจารย์จะเชื่อไหมครับ?” ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะที่เศษหินรอบตัวเริ่มลอยตัวขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากใต้พื้นดินเตือนให้รู้ว่า ‘โกเลมปฐพีบรรพกาล’ ไม่ได้ใจเย็นเหมือนอาจารย์ของผม “และถ้าผมบอกว่า ตอนนี้ผมมีวิธีแก้ปัญหา แต่มันต้องการ ‘ความเชื่อใจ’ จากอาจารย์เพียงอย่างเดียว... อาจารย์จะกล้าเสี่ยงไหมครับ?” ไอรีลนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอเลื่อนจากหน้าของผมไปมองสิ่งที่อยู่หลังกำแพงหิน—เงาร่างขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหวช้าๆ แผ่นดินสั่นสะเทือนหนักขึ้นจนฝุ่นละอองจากเพดานถ้ำร่วงกราวลงมาบนไหล่ของเธอ “ความเชื่อใจงั้นรึ...” เธอแค่นยิ้ม มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย “เธอรู้ไหมคิรอส ว่าคนประเภทที่ชอบขอความเชื่อใจจากผู้หญิงมักจะลงเอยด้วยการเป็นนักต้มตุ๋นที่เก่งกาจที่สุด” “งั้นให้ผมเป็นนักต้มตุ๋นที่ทำให้อาจารย์รอดชีวิตในวันนี้ ก็ดูเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลยไม่ใช่หรือครับ?” [แจ้งเตือนระบบ: โกเลมปฐพีบรรพกาลเริ่มกระบวนการ 'รวมร่าง' ภารกิจ SSS เริ่มต้นการนับถอยหลังวินาทีสุดท้าย!] ผมไม่รอคำตอบ มือคว้าข้อมือของเธออย่างถือวิสาสะ—ผมสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่อุ่นวาบตัดกับบุคลิกเย็นชาของเธออย่างสิ้นเชิง—ผมดึงเธอให้กระโจนเข้าหาจุดบอดของวงจรเวทมนตร์ที่ระบบแสดงค่าความหนาแน่นมานาต่ำที่สุด “อย่าปล่อยมือผมนะครับอาจารย์!” เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวของโกเลมดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตก พื้นดินตรงหน้าที่เรายืนอยู่พังทลายลง เผยให้เห็นแก่นกลางของดันเจี้ยนที่เปล่งแสงสีทองสว่างจ้า นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น นี่คือ ‘บั๊ก’ ที่ผมค้นพบจากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของสถาบัน หากเราก้าวผ่านประตูแห่งมานานี้ไปได้ เราจะไม่เพียงรอดชีวิต แต่เราจะได้รับรางวัลที่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความลับของสถาบันแห่งนี้ เราพุ่งตัวผ่านแสงนั้นไปพร้อมกัน ในวินาทีที่ร่างกายของผมสัมผัสกับไอมานาเข้มข้น ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็วจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ [ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้าม: หอจดหมายเหตุบรรพกาล] [ภารกิจลับ 'ความจริงที่ถูกซ่อน' สำเร็จ] [รางวัล: แต้มทักษะเวทมนตร์โบราณ x10, ความลับของตระกูลผู้ก่อตั้งสถาบัน (ระดับ S)] แรงกระแทกจากมานาทำให้เราล้มลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึกฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศที่เงียบสงัด ผมลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว หันกลับไปมองศาสตราจารย์ไอรีลที่กำลังพยุงตัวขึ้นด้วยท่าทางสง่างาม แม้ในสถานการณ์วิกฤตเธอก็ยังดูน่าเกรงขามเสมอ “นี่มัน...” ไอรีลเบิกตากว้าง เธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่เธอกำลังมองไปที่ผนังห้องจดหมายเหตุที่เต็มไปด้วยจารึกชื่อของผู้ก่อตั้งสถาบัน... ซึ่งชื่อหนึ่งในนั้น ปรากฏเป็นอักขระเวทมนตร์ที่เหมือนกับ ‘ระบบ’ ของผมไม่มีผิดเพี้ยน เธอกันมามองผม แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและระแวดระวัง “คิรอส... ทำไมเธอถึงรู้ว่าต้องมาที่นี่? และทำไม... อักขระพวกนี้ถึงตอบสนองต่อมานาของเธอเพียงคนเดียว?” ผมยิ้มตอบ พลางเก็บหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาเตือนว่าเราเพิ่งทำลายสมดุลของประวัติศาสตร์โรงเรียนลงไปเรียบร้อยแล้ว “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะยาวกว่าที่อาจารย์คิดนะครับ... แต่ถ้าอาจารย์อยากรู้ความจริงทั้งหมด ผมมีข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าการรอดชีวิตในดันเจี้ยนเมื่อครู่เสียอีก” ผมก้าวเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจากตัวเธอ เธอยังคงจ้องผมไม่วางตา แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว “ก่อนอื่น...” เธอกระซิบ “อธิบายมาเดี๋ยวนี้ ว่าทำไมในบันทึกเล่มนี้ถึงมีชื่อของเธอระบุไว้ว่าเป็น ‘ผู้มาเยือนจากมิติที่สูญหาย’ ทั้งที่เธอก็เป็นแค่นักเรียนปีหนึ่งธรรมดาๆ!” ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วสินะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคิรอสและศาสตราจารย์ไอรีลนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! ไมโลกับภูตน้อย
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%