แรงสะเทือนระดับริกเตอร์จากใต้พื้นพิภพไม่ได้ทำให้คิรอสสูญเสียการทรงตัว แม้ในยามที่เศษซากหินอัคนีขนาดเท่าอ่างล้างหน้าจะร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำเวทมนตร์ราวกับหิมะมรณะ เด็กหนุ่มกลับใช้สายตากวาดมองค่าความต้านทานแรงโน้มถ่วงที่แสดงผลอยู่บนหน้าต่างระบบสีฟ้าใสอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลรูปแบบการสั่นสะเทือน (Vibration Pattern) ที่สั่นถี่ทุกๆ 3.2 วินาที ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ‘โกлеมปฐพีระดับบรรพกาล’ สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ที่ถูกผนึกไว้ใต้ฐานรากของหอคอยโบราณแห่งนี้มานานกว่าสามศตวรรษ
“อาจารย์ครับ มุมหักเหของชั้นหินทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือลดลงเหลือแปดองศาแล้ว ถ้าเราไม่ถอยออกไปในรัศมีสิบเมตร แรงอัดอากาศจากการทะลวงพื้นดินจะทำให้แก้วหูของเราฉีกขาดนะครับ”
คิรอสเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตจนแทบไม่มีที่ยืน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววคำนวณราวกับกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์ชั้นสูง มือขวาของเขาตวัดเรียก ‘คSታልอาร์กานิค’ (Aether Crystal) ออกมาเพื่อเตรียมกางบาเรียป้องกันแรงกระแทก
ศาสตราจารย์ไอรีลไม่ได้ขยับเขยื้อนถอยหลังตามคำเตือนทันที ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์ประจำวิชาอาคมโบราณยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางฝุ่นควันและเศษหินที่ปลิวว่อน เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองของเวทมนตร์ เส้นต่อเส้นดูราวกับภาพวาดชั้นครู ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววเยือกเย็นและห่างเหิน บัดนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์
คร,ืดดด—!
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นพร้อมกับมวลอากาศร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่าง เงาดำมหึมาแผ่ขยายปกคลุมพวกเขาทั้งคู่จนมืดมิด บอสลับแห่งชั้นใต้ดินกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับจนหัวใจแทบหยุดเต้น แต่ในเสี้ยววินาทีที่ความเป็นและความตายทับซ้อนกันนั้นเอง ไอรีลกลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวคิรอสอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เด็กหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์ดับ (Moonflower) ที่มักลอยวนอยู่รอบตัวเธอกลบกลิ่นอายคาวเลือดและฝุ่นดินในทันที
นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมขึ้นแตะที่ปกเสื้อของคิรอสอย่างแผ่วเบาเพื่อดึงเขาหลบพ้นวิถีของเสาหินที่กำลังถล่มลงมา ทว่าเธอกลับไม่ได้ผละถอยออกไป
ไอรีลโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บริเวณต้นคอของเด็กหนุ่ม แรงสั่นสะเทือนรอบกายคล้ายกับถูกตัดขาดออกไปจากโลกภายนอก เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันน่าอึดอัด ทว่าลุ่มลึกและชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
“เธอมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่กันแน่, คิรอส?”
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลจนน่าขนลุก มันไม่ใช่คำถามที่เอמהด้วยความสงสัยใคร่รู้ธรรมดา แต่เป็นคำถามที่เจือไปด้วยความกดดัน การจับผิด และบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิรอสราวกับต้องการจะควักเอาความลับทั้งหมดที่ถูกเก็บงำไว้ในระบบหน้าต่างสีฟ้าออกมาแผ่หลาตรงหน้า
คิรอสชะงักไปเล็กน้อย สมองที่เคยแล่นฉิวด้วยความเร็วสูงกลับสะดุดกะทันหัน เขาทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา “ความลับอะไรหรือครับอาจารย์? ผมเป็นแค่นักเรียนทุนปีสองธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีเกรดเฉลี่ยเกือบจะรั้งท้ายในบางวิชาเองนะครับ”
“เด็กปีสองธรรมดาที่สามารถคำนวณจุดอ่อนของโกเลมบรรพกาลได้ภายในเสี้ยววินาที... เด็กปีสองธรรมดาที่ต่อรองกับระบบแลกเปลี่ยนของหอคอยโดยที่คณาจารย์ยังไม่ทันสังเกตเห็น และ... เด็กปีสองที่มักจะมีสีหน้าเหมือนรู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นตลอดเวลา”
ไอรีลเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา เธอกดน้ำหนักตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนคิรอสต้องเอนตัวหลบไปด้านหลังเล็กน้อย แผ่นหลังของเขาเกือบจะชนเข้ากับผนังหินที่ร้อนระอุ “เธอกำลังใช้เวทมนตร์แขนงไหนอยู่กันแน่, คิรอส? หรือว่า... สิ่งที่อยู่ข้างในตัวเธอมันไม่ใช่พลังของเวทมนตร์บทใดในตำนานที่ฉันเคยอ่านเจอเลย”
ติ๊ง!
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบค่าความกดดันทางจิตใจ (Mental Pressure) เกินขีดจำกัดปลอดภัย!]
[คำเตือน: ความลับระดับสูงสุดของโฮสต์ (System Interface) กำลังเผชิญความเสี่ยงในการถูกเปิดเผย 78%]
[ข้อเสนอแนะ: โปรดใช้ทักษะ 'การเบี่ยงเบนความสนใจ (Misdirection)' หรือเลือกตอบคำถามด้วยการสร้างสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อความอยู่รอด]
เสียงแจ้งเตือนรัวเป็นชุดในหัวของคิรอสทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาค่อยๆ ปรากฏขึ้น แม้ในยามที่ใบหน้าของอาจารย์สาวอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น
“ถ้าผมบอกว่า... ทั้งหมดนี่เป็นเพราะสัญชาตญาณและความโชคดีล่ะครับ อาจารย์จะเชื่อไหม?” คิรอสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อยตามนิสัย พร้อมกับส่งยิ้มสุภาพแบบฉบับเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาไปให้ “อีกอย่าง การที่อาจารย์เข้ามาประชิดตัวผมในระยะประชิดแบบนี้ท่ามกลางดงมอนสเตอร์... มันทำให้ผมเสียสมาธิในการคำนวณนะคร้าบ”
ไอรีลไม่สะทกสะท้านกับคำแก้ตัวนั้นเลยแม้แต่น้อย มุมปากของอาจารย์สาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้ทันและอันตราย
“ปากเก่งขึ้นเยอะนี่, คิรอส” เธอกระซิบเสียงพร่า “แต่คิดเหรอว่าข้ออ้างแค่นี้จะทำให้ฉันปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ?”
ครืนนน—!
ก่อนที่คิรอสจะได้หาทางตอบคำถามชวนใจสั่นนั้น พื้นดินเบื้องล่างก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แรงอัดมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่ให้เซถอยหลังออกจากกัน โกเลมปฐพีมหึมาโผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาเต็มความสูง ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมายังผู้บุกรุกทั้งสองด้วยจิตสังหารที่รุนแรง ไอรีลสะบัดมือขวาเรียกคทาโบราณประจำตัวออกมา แสงสีครามสว่างวาบขึ้นขับไล่ความมืดมิดในถ้ำให้จางหายไป
ทว่า ก่อนที่อาจารย์สาวจะพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับบอสลับ เธอกลับหันกลับมามองเด็กหนุ่มที่กำลังตั้งค่าระบบป้องกันตัวอีกครั้งด้วยหางตา พร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้หัวใจของคิรอสเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม
“จัดการเจ้าตัวนี้ให้เสร็จซะ แล้วหลังจากนั้น... เราค่อยมาเคลียร์บัญชีความลับของเธอกันยาวๆ, คิรอส”
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับ 'ความจริงที่ถูกซ่อน' ถูกเปิดใช้งานระดับความยาก SSS]
[เป้าหมายปัจจุบัน: เอาชีวิตรอดจากการต่อสู้กับ 'โกเลมปฐพีบรรพกาล' และหาทางปิดบังความลับเรื่องระบบจากศาสตราจารย์ไอรีล]
[เวลาที่เหลือในการตัดสินใจ: 05:00 นาที]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้านะครับ!
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 20
คำถามชวนใจสั่น
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!