รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 30

รู้ทันทุกเกมการเมือง

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“การที่พวกคุณคิดว่าความลับในเงามืดจะมีอำนาจเหนือแสงสว่าง... เป็นทัศนคติที่ล้าสมัยไปหน่อยนะครับ” น้ำเสียงของคิรอสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักครูที่ถูกปิดตาย บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยไอเวทมนตร์กดดันจากกลุ่มคณาจารย์อาวุโสสามคนที่กำลังปิดล้อมเขาไว้ พวกเขาไม่ใช่แค่ต้องการชัยชนะในการประลอง แต่นี่คือ 'เกมการเมือง' ที่จะถอนรากถอนโคนอิทธิพลของศาสตราจารย์ไอรีลผ่านตัวเขา คิรอสนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งจิบชาในวันหยุด ทั้งที่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายกำลังควงแท่งบันทึกเวทมนตร์สีเงินวาววับเล่นไปมา “เจ้าเด็กอวดดี... แกคิดว่าหลักฐานปลอมๆ แค่นี้จะทำอะไรพวกเราได้งั้นหรือ?” หัวหน้าภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์แค่นเสียงหัวเราะ ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยจ้องมองคิรอสด้วยสายตาเหยียดหยาม “เราคือผู้คุมกฎแห่งสถาบัน หากแกเปิดเผยมันออกไป สิ่งที่จะพินาศไม่ใช่เรา แต่เป็นตัวแกเองที่ต้องโทษฐานใส่ร้ายผู้บริหาร” คิรอสยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มแบบที่ทำให้ศาสตราจารย์ไอรีลมักจะถอนหายใจและบ่นว่าเขามันตัวแสบเกินเยียวยา “หลักฐานปลอมหรือครับ?” คิรอสทวนคำ ก่อนจะกดปุ่มปลดล็อกแท่งบันทึกนั้น ภาพโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นกลางห้อง มันไม่ใช่แค่บันทึกการสนทนา แต่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังวางแผน ‘ปรับจูน’ ระบบการประลองให้ ‘ร่างจำลองของศาสตราจารย์มอร์กาน่า’ กลายเป็นตัวตนที่สังหารผู้เข้าแข่งขันได้จริงๆ โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎข้อที่ 102 ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย “น่าเสียดายนะครับที่ผมไม่ได้มีแค่ไฟล์เดียว” คิรอสกล่าวต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทง “ระบบบันทึกภาพของผมถูกเชื่อมต่อกับ ‘เซิร์ฟเวอร์หลักของสภานักเรียน’ ทันทีที่ผมได้รับอันตรายจากภารกิจระดับ SSS ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงถึงสภาผู้แทนเวทมนตร์สากลโดยอัตโนมัติ” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปฉับพลัน ความมั่นใจของคณาจารย์ทั้งสามหดหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดวิตกที่ฉายชัดบนใบหน้า พวกเขาไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเดินหมากได้เหนือชั้นขนาดนี้ “แก... แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร คิรอส!” “เพื่อความยุติธรรม? เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่ไม่อยากให้ใครมาขัดขวางการประลองของผม... ผมอยากเห็นฝีมือของศาสตราจารย์มอร์กาน่าด้วยตาตัวเองจริงๆ ไม่ใช่การต่อสู้ที่ถูกบิดเบือนด้วยเงื่อนไขเน่าๆ ของพวกคุณ” คิรอสลุกขึ้นยืน ก้าวเดินเข้าไปใกล้พวกเขาทีละก้าว แรงกดดันจากมานาที่เขาสั่งสมมาจากการฝึกลับๆ กับไอรีลแผ่ซ่านออกมาจนคนกลุ่มนั้นต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ “ถอนเรื่องการดัดแปลงร่างจำลองมอร์กาน่าออกเสีย แล้วผมจะถือว่าบันทึกพวกนี้เป็นเพียงแค่... ความผิดพลาดทางเทคนิคที่ควรค่าแก่การลบ” สายตาของคิรอสในยามนี้คมกริบและเย็นชา มันเป็นแววตาชนิดเดียวกับที่ศาสตราจารย์ไอรีลใช้มองศัตรูของเธอ การเจรจาจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกลุ่มผู้มีอำนาจภายในไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาจำใจยอมรับเงื่อนไขและถอนตัวจากการแทรกแซงด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เมื่อประตูปิดลง คิรอสถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่พยายามประคองไว้เริ่มสั่นคลอน เขาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ เหงื่อซึมตามไรผม หากพลาดแม้แต่นิดเดียว เมื่อครู่เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว “ทำได้ไม่เลว...” เสียงหวานทว่าแฝงด้วยความเย็นชาดังมาจากเงามืดด้านหลังห้อง คิรอสหันไปพบกับร่างเพรียวบางของศาสตราจารย์ไอรีล เธอยืนพิงกำแพง ดวงตาสีอเมทิสต์จับจ้องเขาด้วยแววตาที่อ่านยาก—กึ่งเอ็นดู กึ่งกังวล “ผมไม่มีทางเลือกครับ อาจารย์” คิรอสตอบพลางเก็บแท่งบันทึก “ถ้าผมไม่จัดการพวกเขา พวกเขาจะจัดการผมก่อนจะถึงลานประลอง” ไอรีลก้าวเข้ามาใกล้ เธอโน้มตัวลงจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรเวทมนตร์จากตัวเธอทำให้คิรอสชะงัก เธอเอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา “เธอรู้ตัวไหมคิรอส... ว่าการที่เธอทำแบบนี้ มันทำให้เป้าหมายที่แท้จริงของภารกิจระดับ SSS เปลี่ยนไปแล้ว” “เปลี่ยนไปอย่างไรครับ?” “การประลองรอบชิงไม่ใช่แค่การสู้กับมอร์กาน่า... แต่เป็นการพิสูจน์ว่าเธอมีค่าพอที่จะให้ ‘สิ่งนั้น’ เข้ามาแทรกแซงในตัวเธอหรือเปล่า” ไอรีลกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนกำลังกังวลกับบางอย่าง “คืนนี้... ก่อนจะถึงเวลาประลอง เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสิ่งที่รอเธออยู่หลังประตูสนามประลองไม่ใช่แค่ร่างจำลองของมอร์กาน่า แต่มันคือ ‘ความทรงจำที่ถูกกักขัง’ ของสถาบันแห่งนี้” ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังสนั่นขึ้นในหัวของคิรอส [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจระดับ SSS อัปเดตเงื่อนไขใหม่] [เงื่อนไข: ผู้เข้าแข่งขันจะต้อง 'คว้าชัยชนะ' โดยการดึงเอา 'ตัวตน' ที่แท้จริงของร่างจำลองออกมา] [คำเตือน: หากล้มเหลว โลกทัศน์เดิมจะถูกลบเลือน และผู้เล่นจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดในฐานะ 'คิรอส'] คิรอสเบิกตากว้าง เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มบิดเบี้ยว ร่างของศาสตราจารย์ไอรีลค่อยๆ เลือนรางลงราวกับเงาสะท้อนในกระจกที่แตกร้าว “เดี๋ยวครับอาจารย์! นี่มันหมายความว่ายังไง!” คิรอสตะโกน ทว่าเสียงของเขากลับกลายเป็นเสียงสะท้อนจากที่ไกลแสนไกล ในจังหวะนั้นเอง ผนังห้องที่ปิดสนิทเริ่มระเบิดออกด้วยแรงดันมหาศาลจากมานาสีดำสนิท ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวข้ามผ่านเศษซากปรักหักพังเข้ามา แววตาของเธอว่างเปล่า ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ทว่าทรงพลังอำนาจจนคิรอสไม่อาจขยับตัวได้... ร่างจำลองของศาสตราจารย์มอร์กาน่าได้ลืมตาตื่นขึ้นก่อนกำหนดแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคิรอสมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%