"คิรอส... หนีไป... เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้า ไม่ใช่ศาสตราจารย์ที่เจ้ารู้จัก!"
เสียงเตือนก้องสะท้อนในโสตประสาท พร้อมๆ กับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุคคลเบื้องหลัง กลิ่นอายเวทมนตร์อันคุ้นเคยบิดเบี้ยวกลายเป็นความเย็นเยียบที่เสียดแทงกระดูกดำ เงาสีดำทมิฬทอดยาวทับร่างของเด็กหนุ่มจนมิด คิรอสไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองด้วยซ้ำ เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของมานากลุ่มก้อนใหญ่ที่ถูกบีบอัดด้วยความเร็วสูง
*ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยคุกคาม SSS กำลังแทรกแซงเขตอาคมสนามประลอง*
หน้าต่างสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของคิรอสอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัวบ่งบอกถึงอันตรายถึงชีวิต แต่ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่คงสติหลุดและวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง ร่างกายของคิรอสกลับเลือกที่จะก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าว สายตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยสมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อหาช่องโหว่ของอาคมลวงตานี้
"อาจารย์ไอรีล... คงไม่ชอบใจนักหรอกครับ ถ้าท่านจะเล่นสนุกกับสนามประลองของผมแบบนี้"
คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเหงื่อเม็ดโตจะผุดพรายขึ้นตามไรผมก็ตาม
เงาทมิฬเบื้องหลังหยุดชะงักไปชั่วขณะ แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาลดระดับลงราวกับเวทมนตร์ถูกปลดคลายด้วยรหัสผ่านที่ถูกต้อง ร่างของ "สิ่งนั้น" สลายกลายเป็นละอองหมอกสีเทาก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดคลุมยาวสีเข้มเส้นผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ ศาสตราจารย์ไอรีลยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย เยชาชา และน่าเกรงขามตามแบบฉบับของอาจารย์ประจำวิชาอาคมโบราณ
ทว่า... หากมองให้ลึกกว่านั้น
แม้ไอรีลจะนั่งตีหน้าขรึมอยู่บนโซฟาอาจารย์ที่ถูกอัญเชิญมาตั้งไว้ริมสนามประลองด้วยเวทมนตร์ระดับสูง แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับฟ้องทุกอย่าง รอยยิ้มที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น แต่สำหรับคิรอสที่สังเกตเธอมาโดยตลอด มันชัดเจนเสียยิ่งกว่ากระดาษสีขาวที่ถูกแต้มด้วยหมึกสีดำ
"เจ้าเด็กนี่... ปากดีไม่เปลี่ยน" ไอรีลเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความขบขันไว้ในน้ำเสียง "รู้ได้ยังไงว่าข้าไม่ได้ถูกสับเปลี่ยนตัวจริง?"
"กลิ่นอายมานาของอาจารย์มีความเฉพาะตัวครับ..." คิรอสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "ต่อให้แปลงโฉมแนบเนียนแค่ไหน แต่ความจงใจที่จะปล่อยจิตสังหารระดับนั้นออกมาเพื่อทดสอบผม มันมีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละครับที่ว่างงานและชอบทำเรื่องชวนปวดหัวแบบนี้"
"บังอาจนักนะคิรอส..." ไอรีลหรี่ตามองลูกศิษย์ตัวแสบ แต่แววตาคู่สวยนั้นกลับพราวระยับด้วยความถูกใจ "นี่คือการทดสอบภาคสนามนอกตำราเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกใหญ่ในอีกสามวันข้างหน้าต่างหาก เจ้าสอบตกในเรื่องของการแสดงความตกใจ แต่สอบผ่านในเรื่องของการตั้งสติ... ถือว่าน่าพอใจ"
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากโซฟาตัวหรู พร้อมกับบรรยากาศรอบสนามประลองที่กลับคืนสู่ความปกติ เสียงอื้ออึงของเหล่านักเรียนบนอัฒจันทร์ค่อยๆ ดังกลับเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง ราวกับว่าม่านพลังเสียงที่ถูกกั้นไว้เมื่อครู่เพิ่งถูกปลดออก
เสียงเชียร์ เสียงโห่ร้อง และเสียงตะโกนเรียกชื่อของคิรอสดังกระหึ่มขึ้นจากอัฒจันทร์ฝั่งทิศตะวันออก มันไม่ใช่เสียงเชียร์ธรรมดา แต่เป็นเสียงที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความคาดหวังจากเพื่อนร่วมชั้นและเหล่านักเรียนปีหนึ่งที่มองเขาเป็นไอดอลในการพลิกสถานการณ์จากเด็กสอบตกสู่แถวหน้าของชั้นปี
คิรอสเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงเชียร์ให้เขาบนอัฒจันทร์ แวบหนึ่ง... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล "ฮีล" เข้ามาในจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการฝึกฝนและคำนวณเวทมนตร์มาหลายคืนติด รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่มันคือความสุขที่แท้จริงของการได้ก้าวเดินมาไกลถึงจุดนี้
"ดูท่าทาง... เจ้าจะมีแฟนคลับเยอะขึ้นนะ" ไอรีลเหลือบมองไปยังอัฒจันทร์พลเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ความคาดหวังพวกนั้นมันหนักอึ้งกว่าตำราอาคมโบราณเล่มหนาเตอะของข้าเสียอีก"
"ผมชินกับการแบกรับอะไรหนักๆ อยู่แล้วครับอาจารย์..." คิรอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับทอประกายความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน "โดยเฉพาะ... ถ้ามีอาจารย์คอยยืนมองอยู่ไม่ไกลแบบนี้"
ไอรีลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเงินไหววับขึ้นวูบหนึ่งก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นอาจารย์ผู้เคร่งขรึมดังเดิม "พูดยังงี้... เดี๋ยวหักคะแนนจิตวิสัยเสียให้เข็ด"
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายเสื้อคลุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่เงาของซุ้มประตูทางเดิน แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะลับตาไป เสียงหวานกังวานก็ลอยตามลมมาเข้าหูของคิรอส
"เตรียมตัวให้ดีล่ะ... ศึกจริงในอีกสามวันข้างหน้า คู่ต่อสู้ของเจ้าไม่ใช่แค่เด็กเล่นขายของเหมือนที่ผ่านมาหรอกนะ"
คิรอសพยักหน้ารับเงียบๆ สายตาคมกริบมองตามร่างของอาจารย์สาวที่หายลับไปในความมืด ก่อนที่หน้าต่างระบบสีฟ้าจะเด้งขึ้นมาอีกครั้งกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม
*ติ๊ง! ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: ภารกิจระดับ SSS [เงาที่ซ่อนอยู่หลังม่านประลอง]*
*รายละเอียด: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการแทรกแซงของศาสตราจารย์ไอรีล ก่อนที่การประลองรอบสุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้น*
*เวลาที่เหลือ: 71 ชั่วโมง 59 นาที*
*บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียสิทธิ์ในการเข้าร่วมการประลองรอบตัดสิน และความทรงจำเกี่ยวกับวิชาอาคมโบราณทั้งหมด*
คิรอสจ้องมองตัวหนังสือสีแดงเหล่านั้นด้วยแววตาที่หรี่ลง ความสนุกสนานจากการเล่นสนุกเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความสงสัยระคนตื่นเต้นที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากสนามเพื่อไปค้นหาเบาะแส เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง ไม่ใช่การหยอกล้อแบบไอรีล... แต่เป็นความตั้งใจที่จะปลิดชีพเขาให้ตายคาสนาม
"ในที่สุดก็เหลือเราสองคนสินะ... คิรอส"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้คิรอสกับอาจารย์ไอรีลมาถึงบทนี้นะครับ!
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 32
เสียงเชียร์ที่ดังที่สุดในอัฒจันทร์
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!