กลิ่นกระดาษโบราณผสมผสานกับน้ำมันเคลือบเวทมนตร์ลอยอบอวลอยู่ในความมืดสลัวของหอสมุดหลวงชั้นใต้ดิน แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าครามทอดเงายาวน่ากลัวไปตามชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ตั้งเรียงรายราวกับเขาวงกต คิรอสทรุดตัวลงนั่งยองๆ อยู่หลังชั้นหนังสือหมวดอาคมต้องห้าม มือข้างหนึ่งถือตำราหนังมังกรเล่มหนาเตอะ ขณะที่มืออีกข้างกำลังเคาะนิ้วลงกับพื้นศิลาเบาๆ เพื่อคำนวณรูปแบบการไหลเวียนของมานาในอาณาเขต
[ระบบตรวจพบการละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงระดับ 4: พื้นที่หวงห้าม]
[คำเตือน: เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน 15 เมตร]
[ระยะเวลาที่เหลือรอดก่อนถูกตรวจจับ: 43 วินาที]
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นในคลื่นสมองไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคยชิน คิรอสปิดตำราในมืออย่างเงียบเชียบ เก็บมันลงในแหวนมิติ แล้วเตรียมใช้ ‘บั๊ก’ ของระบบปรับแต่งเงาเพื่อหลบหนีออกทางหน้าต่างระบายอากาศ
ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างเป็นจังหวะกลับหยุดชะงักลงตรงหัวมุมทางเดินพอดี
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... มีแมวขโมยตัวไหนหลงเข้ามาอยู่ในเขตหวงห้ามของหอสมุดอีกนะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากคทาหัวกะโหลกคริสตัลที่ส่องสว่างวาบจนเงาของคิรอสทาบลงบนชั้นหนังสืออย่างชัดเจน อาจารย์แบรดลีย์ หัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและไร้ความปรานี ก้าวเท้าเข้ามาในช่องทางเดินพร้อมหรี่ตามองตรงมายังจุดที่คิรอสซ่อนตัวอยู่
คิรอสกลั้นหายใจ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง คำนวณความน่าจะเป็นในการใช้เวทพรางตัวกับระยะสายตาของอีกฝ่าย—อัตราความสำเร็จอยู่ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าพลาด เขาจะถูกหักคะแนนความประพฤติและถูกกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งจะทำให้แผนการทดลองของเขาพังไม่เป็นท่า
"อ๊ะ... อยู่นี่เองสินะครับ ศาสตราจารย์แบรดลีย์"
เสียงใสแต่ราบเรียบทว่าเจือความเย้ายวนดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด อาจารย์สาวในชุดคลุมสีดำสนิท ศาสตราจารย์ไอรีล ก้าวออกมาจากเงมืดของอีกฝั่งทางเดินอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟจางๆ เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมเบาๆ สายตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองหัวหน้าฝ่ายปกครองด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก
แบรดลีย์ชะงัก เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "ศาสตราจารย์ไอรีล? ดึกดื่นแบบนี้ท่านมาทำอะไรที่หอสมุดชั้นใต้ดินครับเนี่ย"
"ดิฉันแค่นอนไม่หลับ เลยแวะมาหาตำราสมุนไพรโบราณมาปรับปรุงหลักสูตรการสอนหน่อยน่ะครับ" ไอรีลตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าท่าทีกลับเดินเข้าไปขวางทางเดินระหว่างแบรดลีย์กับจุดที่คิรอสซ่อนอยู่พอดิบพอดี "ว่าแต่ท่านล่ะครับ เดินตรวจตราดึกดื่นขนาดนี้ มีเรื่องอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ"
"พอดีระบบเวทตรวจจับมานารั่วไหลแจ้งเตือนว่ามีผู้บุกรุกระดับนักเรียนลักลอบเข้ามา..." แบรดลีย์ขมวดคิ้ว หันมองไปรอบๆ พลางกวาดสายตาผ่านชั้นหนังสือที่คิรอสซ่อนอยู่ "ผมมั่นใจว่าเมื่อครู่สัญญาณเตือนดังมาจากแถวนี้"
หัวใจของคิรอสเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย แม้ภายนอกจะยังคงควบคุมสีหน้าให้สงบนิ่งได้ก็ตาม เขารู้ดีว่าแบรดลีย์เป็นคนละเอียดรอบคอบ การเบี่ยงเบนความสนใจเพียงชั่วคราวอาจไม่เพียงพอ
ไอรีลเหลือบสายตากลับมามองมุมมืดที่คิรอสซ่อนตัวอยู่แวบหนึ่งโดยที่แบรดลีย์ไม่ทันสังเกต มุมปากของอาจารย์สาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะแกล้งสะดุดชายผ้าคลุมของตนเองเล็กน้อยจนเซไปชนไหล่ของแบรดลีย์
"อุ๊ย... ขออภัยด้วยครับ พอดีพื้นแถวนี้ชื้นแฉะเกินไปหน่อย" ไอรีลเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับแอบส่งกระแสจิตสะสะท้อนมายังหูของคิรอส *‘เด็กน้อย... ถ้าคืนนี้เธอรอดไปได้ ฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับรายงานสามสิบลับที่เธอติดค้างไว้’*
แบรดลีย์รีบขยับตัวถอยหลังด้วยความเกรงใจ เพราะรู้ดีถึงชื่อเสียงเรียงนามและความสามารถอันตรายของอาจารย์สาวผู้นี้ "อ่า... ไม่เป็นไรครับ ศาสตราจารย์ไอรีล ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านพักผ่อนตามสบายเถอะครับ เดี๋ยวผมจะขอตรวจสอบบริเวณนี้ต่อให้ละเอียดอีกสักรอบ"
"ตามสบายเลยครับ" ไอรีลผายมือเบาๆ แต่ในจังหวะนั้นเอง เธอก็แอบร่ายเวทมนตร์บทเล็กๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น—คลื่นความถี่เสียงสะท้อนถูกปล่อยออกไปเพื่อรบกวนคริสตัลตรวจจับมานาของแบรดลีย์ในทันที
*ติ๊ด... ติ๊ด... แกร๊ก!*
คทาหัวกะโหลกของแบรดลีย์เกิดประกายไฟแปล๊บปลาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอเวทมนตร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศกระตุกดับลงพร้อมกับเสียงเตือนขัดข้อง หัวหน้าฝ่ายปกครองขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉุนเฉียวเมื่ออุปกรณ์เวทราคาแพงเกิดรวนขึ้นมาในเวลาวิกฤต
"บ้าจริง ระบบรวนอะไรตอนนี้เนี่ย..." แบรดลีย์สบถเบาๆ พลางเคาะคทาในมือเพื่อรีเซ็ตระบบ "สงสัยความชื้นในชั้นใต้ดินจะทำพิษอีกแล้ว"
ไอรีลแอบยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอยืนบังสายตาของแบรดลีย์ไว้จนมิด พร้อมกับส่งสัญญาณมือลับๆ ให้คิรอสรีบเร้นกายหายไปในเงาดำทันที
เด็กหนุ่มไม่รอช้า อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นกระโ즈นหายไปทางช่องระบายอากาศด้านบนอย่างเงียบเชียบดั่งแมวป่า ร่างของเขากลืนหายไปกับความมืดมิดภายนอกหอสมุดหลวงได้อย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาทีก่อนที่ระบบเวทของแบรดลีย์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง
...
ณ ห้องทำงานส่วนตัวของศาสตราจารย์ไอรีล บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงเป่ากาน้ำชาและแสงไฟสีส้มอ่อนจากเตาผิง คิรอสนั่งอยู่บนเก้าอี้เบาะนวมฝั่งตรงข้าม สีหน้าเต็มไปด้วยความโล่งอกในขณะที่กำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
"เกือบไปแล้วจริงๆ สินะครับวันนี้..." คิรอสถอนหายใจยาว พลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับอาจารย์สาวที่กำลังรินชาหอมกรุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ
ไอรีลวางกาน้ำชาลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ดูดุร้าย แต่มันกลับทำให้คิรอสรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
"รอดตัวไปได้หวุดหวิดเลยสินะครับ คิรอส..." ไอรีลเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดวงตาสีอำพันกลับหรี่ลงเล็กน้อย "แต่การที่เธอแอบเข้าไปในเขตหวงห้ามระดับ 4 เพื่อหาตำราต้องห้ามเล่มนั้น... มันหมายความว่าเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับ ‘รอยแยก’ ใต้สถาบันนี้แล้วใช่ไหมครับ"
คิรอสชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... อาจารย์สาวผู้นี้ไม่ได้แค่ช่วยชีวิตเขาไว้จากฝ่ายปกครองด้วยความบังเอิญอย่างแน่นอน
และก่อนที่คิรอสจะได้เอ่ยปากแก้ตัวใดๆ เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้อำนวยการสถาบันที่เอ่ยลอดเข้ามาในห้อง
"ศาสตราจารย์ไอรีล... ขออนุญาตินะครับ ผมพบร่องรอยพลังงานแปลกปลอมในห้องทำงานของคุณ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 9
เกือบไปแล้วไหมล่ะ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!