รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 9

เกือบไปแล้วไหมล่ะ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นกระดาษโบราณผสมผสานกับน้ำมันเคลือบเวทมนตร์ลอยอบอวลอยู่ในความมืดสลัวของหอสมุดหลวงชั้นใต้ดิน แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าครามทอดเงายาวน่ากลัวไปตามชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ตั้งเรียงรายราวกับเขาวงกต คิรอสทรุดตัวลงนั่งยองๆ อยู่หลังชั้นหนังสือหมวดอาคมต้องห้าม มือข้างหนึ่งถือตำราหนังมังกรเล่มหนาเตอะ ขณะที่มืออีกข้างกำลังเคาะนิ้วลงกับพื้นศิลาเบาๆ เพื่อคำนวณรูปแบบการไหลเวียนของมานาในอาณาเขต [ระบบตรวจพบการละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงระดับ 4: พื้นที่หวงห้าม] [คำเตือน: เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน 15 เมตร] [ระยะเวลาที่เหลือรอดก่อนถูกตรวจจับ: 43 วินาที] เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นในคลื่นสมองไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคยชิน คิรอสปิดตำราในมืออย่างเงียบเชียบ เก็บมันลงในแหวนมิติ แล้วเตรียมใช้ ‘บั๊ก’ ของระบบปรับแต่งเงาเพื่อหลบหนีออกทางหน้าต่างระบายอากาศ ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างเป็นจังหวะกลับหยุดชะงักลงตรงหัวมุมทางเดินพอดี "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... มีแมวขโมยตัวไหนหลงเข้ามาอยู่ในเขตหวงห้ามของหอสมุดอีกนะ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากคทาหัวกะโหลกคริสตัลที่ส่องสว่างวาบจนเงาของคิรอสทาบลงบนชั้นหนังสืออย่างชัดเจน อาจารย์แบรดลีย์ หัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและไร้ความปรานี ก้าวเท้าเข้ามาในช่องทางเดินพร้อมหรี่ตามองตรงมายังจุดที่คิรอสซ่อนตัวอยู่ คิรอสกลั้นหายใจ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง คำนวณความน่าจะเป็นในการใช้เวทพรางตัวกับระยะสายตาของอีกฝ่าย—อัตราความสำเร็จอยู่ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าพลาด เขาจะถูกหักคะแนนความประพฤติและถูกกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งจะทำให้แผนการทดลองของเขาพังไม่เป็นท่า "อ๊ะ... อยู่นี่เองสินะครับ ศาสตราจารย์แบรดลีย์" เสียงใสแต่ราบเรียบทว่าเจือความเย้ายวนดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด อาจารย์สาวในชุดคลุมสีดำสนิท ศาสตราจารย์ไอรีล ก้าวออกมาจากเงมืดของอีกฝั่งทางเดินอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟจางๆ เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมเบาๆ สายตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองหัวหน้าฝ่ายปกครองด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อ่านไม่ออก แบรดลีย์ชะงัก เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "ศาสตราจารย์ไอรีล? ดึกดื่นแบบนี้ท่านมาทำอะไรที่หอสมุดชั้นใต้ดินครับเนี่ย" "ดิฉันแค่นอนไม่หลับ เลยแวะมาหาตำราสมุนไพรโบราณมาปรับปรุงหลักสูตรการสอนหน่อยน่ะครับ" ไอรีลตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าท่าทีกลับเดินเข้าไปขวางทางเดินระหว่างแบรดลีย์กับจุดที่คิรอสซ่อนอยู่พอดิบพอดี "ว่าแต่ท่านล่ะครับ เดินตรวจตราดึกดื่นขนาดนี้ มีเรื่องอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ" "พอดีระบบเวทตรวจจับมานารั่วไหลแจ้งเตือนว่ามีผู้บุกรุกระดับนักเรียนลักลอบเข้ามา..." แบรดลีย์ขมวดคิ้ว หันมองไปรอบๆ พลางกวาดสายตาผ่านชั้นหนังสือที่คิรอสซ่อนอยู่ "ผมมั่นใจว่าเมื่อครู่สัญญาณเตือนดังมาจากแถวนี้" หัวใจของคิรอสเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย แม้ภายนอกจะยังคงควบคุมสีหน้าให้สงบนิ่งได้ก็ตาม เขารู้ดีว่าแบรดลีย์เป็นคนละเอียดรอบคอบ การเบี่ยงเบนความสนใจเพียงชั่วคราวอาจไม่เพียงพอ ไอรีลเหลือบสายตากลับมามองมุมมืดที่คิรอสซ่อนตัวอยู่แวบหนึ่งโดยที่แบรดลีย์ไม่ทันสังเกต มุมปากของอาจารย์สาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะแกล้งสะดุดชายผ้าคลุมของตนเองเล็กน้อยจนเซไปชนไหล่ของแบรดลีย์ "อุ๊ย... ขออภัยด้วยครับ พอดีพื้นแถวนี้ชื้นแฉะเกินไปหน่อย" ไอรีลเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับแอบส่งกระแสจิตสะสะท้อนมายังหูของคิรอส *‘เด็กน้อย... ถ้าคืนนี้เธอรอดไปได้ ฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับรายงานสามสิบลับที่เธอติดค้างไว้’* แบรดลีย์รีบขยับตัวถอยหลังด้วยความเกรงใจ เพราะรู้ดีถึงชื่อเสียงเรียงนามและความสามารถอันตรายของอาจารย์สาวผู้นี้ "อ่า... ไม่เป็นไรครับ ศาสตราจารย์ไอรีล ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านพักผ่อนตามสบายเถอะครับ เดี๋ยวผมจะขอตรวจสอบบริเวณนี้ต่อให้ละเอียดอีกสักรอบ" "ตามสบายเลยครับ" ไอรีลผายมือเบาๆ แต่ในจังหวะนั้นเอง เธอก็แอบร่ายเวทมนตร์บทเล็กๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น—คลื่นความถี่เสียงสะท้อนถูกปล่อยออกไปเพื่อรบกวนคริสตัลตรวจจับมานาของแบรดลีย์ในทันที *ติ๊ด... ติ๊ด... แกร๊ก!* คทาหัวกะโหลกของแบรดลีย์เกิดประกายไฟแปล๊บปลาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอเวทมนตร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศกระตุกดับลงพร้อมกับเสียงเตือนขัดข้อง หัวหน้าฝ่ายปกครองขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉุนเฉียวเมื่ออุปกรณ์เวทราคาแพงเกิดรวนขึ้นมาในเวลาวิกฤต "บ้าจริง ระบบรวนอะไรตอนนี้เนี่ย..." แบรดลีย์สบถเบาๆ พลางเคาะคทาในมือเพื่อรีเซ็ตระบบ "สงสัยความชื้นในชั้นใต้ดินจะทำพิษอีกแล้ว" ไอรีลแอบยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอยืนบังสายตาของแบรดลีย์ไว้จนมิด พร้อมกับส่งสัญญาณมือลับๆ ให้คิรอสรีบเร้นกายหายไปในเงาดำทันที เด็กหนุ่มไม่รอช้า อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นกระโ즈นหายไปทางช่องระบายอากาศด้านบนอย่างเงียบเชียบดั่งแมวป่า ร่างของเขากลืนหายไปกับความมืดมิดภายนอกหอสมุดหลวงได้อย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาทีก่อนที่ระบบเวทของแบรดลีย์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ... ณ ห้องทำงานส่วนตัวของศาสตราจารย์ไอรีล บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงเป่ากาน้ำชาและแสงไฟสีส้มอ่อนจากเตาผิง คิรอสนั่งอยู่บนเก้าอี้เบาะนวมฝั่งตรงข้าม สีหน้าเต็มไปด้วยความโล่งอกในขณะที่กำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย "เกือบไปแล้วจริงๆ สินะครับวันนี้..." คิรอสถอนหายใจยาว พลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับอาจารย์สาวที่กำลังรินชาหอมกรุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ ไอรีลวางกาน้ำชาลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ดูดุร้าย แต่มันกลับทำให้คิรอสรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "รอดตัวไปได้หวุดหวิดเลยสินะครับ คิรอส..." ไอรีลเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดวงตาสีอำพันกลับหรี่ลงเล็กน้อย "แต่การที่เธอแอบเข้าไปในเขตหวงห้ามระดับ 4 เพื่อหาตำราต้องห้ามเล่มนั้น... มันหมายความว่าเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับ ‘รอยแยก’ ใต้สถาบันนี้แล้วใช่ไหมครับ" คิรอสชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... อาจารย์สาวผู้นี้ไม่ได้แค่ช่วยชีวิตเขาไว้จากฝ่ายปกครองด้วยความบังเอิญอย่างแน่นอน และก่อนที่คิรอสจะได้เอ่ยปากแก้ตัวใดๆ เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้อำนวยการสถาบันที่เอ่ยลอดเข้ามาในห้อง "ศาสตราจารย์ไอรีล... ขออนุญาตินะครับ ผมพบร่องรอยพลังงานแปลกปลอมในห้องทำงานของคุณ..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%