รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 11

การท้าประลองที่ไม่เป็นธรรม

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร ทำให้บรรยากาศภายในโรงประลองเวทมนตร์กลางแจ้งของปีสองตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น "เด็กใหม่สามัญชนคนนี้สินะ ที่กล้าอาจหาญไปเดินเคียงข้างกับศาสตราจารย์ไอรีลในเขตหวงห้ามเมื่อวาน" วาเลนไทน์ บารอนหนุ่มตกอับแห่งตระกูลขุนนางตกชั้นปีสอง ก้าวออกมาจากกลุ่มผู้มุงดู รองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบพื้นหินส่งเสียงก้องกังวาน สายตาที่มองตรงมายังคิรอสเต็มไปด้วยความดูแคลนและริษยาอย่างปิดไม่มิด ร่างโปร่งของคิรอสหยุดชะงักเล็กน้อยจากการก้าวเดิน หนังสือตำราอาคมโบราณในมือถูกปิดลงอย่างช้าๆ คิรอสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หรือแม้แต่กะพริบตาถี่ด้วยความตกใจอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง เด็กหนุ่มเพียงแค่ปัดฝุ่นจางๆ ที่ปกเสื้อยูนิฟอร์มอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสนิท "ถ้าการเดินผ่านทางเดินเดียวกัน เป็นความผิดที่ต้องใช้การประลองมาชำระความ ผมเกรงว่ากฎหมายของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้คงต้องเขียนขึ้นใหม่โดยพวกท่านแล้วล่ะครับ รุ่นพี่วาเลนไทน์" คำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ด้วยความนับถืออย่างจอมปลอม ยิ่งทำให้เส้นเลือดบนขมับของขุนนางหนุ่มปูดโปนขึ้นมา "ปากดีนักนะ! แกคิดว่ามีอาจารย์ไอรีลคอยคุ้มกะลาหัวแล้วจะกร่างในอาณาเขตของปีสองได้เรئรึไง วันนี้ฉันจะสอนให้แกได้สำนึกว่า ระหว่างเลือดสีฟ้ากับเลือดโคลน มันมีความห่างชั้นกันแค่ไหน!" วาเลนไทน์ชักไม้กายสิทธิ์ประจำตัวออกมา ออร่าเวทมนตร์สีครามเข้มพวยพุ่งขึ้นรอบตัว บ่งบอกถึงระดับพลังเวทขั้นกลางระดับที่สาม ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากสำหรับนักเรียนปีสอง รอบข้างเริ่มมีเสียงซุบซิบดังขึ้น นักเรียนหลายคนถอยร่นออกไปเป็นวงกว้างเพื่อเปิดพื้นที่ เวทมนตร์ท้าประลองแบบไม่เป็นทางการในสถาบันแห่งนี้ หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม จะถือเป็นการละเมิดกฎร้ายแรง... แต่วาเลนไทน์ฉลาดพอที่จะใช้ "เขตอาคมท้าทายกึ่งบังคับ" ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่พวกขุนนางมักใช้รังแกเด็กทุนเสมอ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการใช้ "เขตอาคมท้าทาย: เงื่อนไขบังคับประลอง (Mandatory Duel Barrier)" จากเป้าหมาย: วาเลนไทน์ โฮเยอร์] [คำเตือน: ความแตกต่างของระดับพลังเวทระหว่างผู้ใช้ (ระดับ 3) และผู้เล่น (ระดับ 1.5) อยู่ที่ 1.8 เท่า โอกาสชนะในสภาวะปกติ: 12.4%] [แนะนำ: ค้นหาบั๊กของเขตอาคม หรือใช้ไอเทมเสริมพลังที่ซ่อนอยู่ในช่องเก็บของเพื่อความอยู่รอด] เสียงแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของคิรอส เด็กหนุ่มมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะสังเกตเห็น แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยว่า "เขาเอาจริงแล้ว" "รุ่นพี่ครับ ก่อนที่เราจะเริ่ม... ผมขอถามอะไรสักข้อได้ไหมครับ" คิรอสยกมือขึ้นเชิงยอมจำนนเล็กน้อย ท่าทีดูอ่อนน้อมจนน่าหมั่นไส้ "อะไรอีก! กลัวจนอยากจะกราบขอร้องให้ฉันหยุดหรือไง สายไปแล้ว!" วาเลนไทน์แค่น "เปล่าเลยครับ ผมแค่อยากจะแน่ใจว่า... กฎการประลองแบบไม่จำกัดวิธีของปีสองเนี่ย อนุญาตให้ใช้ 'สิ่งแปลกปลอม' ที่ตกหล่นอยู่ตามพื้นสนามด้วยหรือเปล่าครับ" คิรอสเอ่ยพลางบุ้ยใบ้สายตาไปยังพื้นหินใกล้แท่นบูชาโบราณ ที่ซึ่งมีวงจรเวทมนตร์เสื่อมสภาพจากคาถาบททดสอบเมื่อคาบเช้ายังคงหลงเหลืออยู่ วาเลนไทน์ขมวดคิ้ว หันไปมองตาม ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเองที่คิรอสใช้ไหวพริบและความเร็วที่เหนือกว่า ดีดตัวพุ่งเข้าประชิดวงจรเวทเก่าแก่ พร้อมกับซัดมานาบริสุทธิ์ของตนเองเข้าไปกระตุ้นจุดเชื่อมต่อที่ชำรุดอย่างแม่นยำ *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นใต้เท้าของวาเลนไทน์ ควันสีขาวพวยพุ่งกลบAn วงแหวนเวทระงับมานาถูกเปิดใช้งานโดยสมบูรณ์แบบโดยที่ขุนนางหนุ่มไม่ทันตั้งตัว พลังเวทสีครามเข้มของวาเลนไทน์วูบดับลงทันทีราวกับเทียนถูกลม "แก... แกทำอะไรกับมานาของฉัน!" วาเลนไทน์แผדเสียงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าเวทมนตร์ของตนถูกผนึกชั่วคราวด้วยกลไกโบราณที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนสนามฝึกนี้ "เขาเรียกว่าการใช้วัตถุดิบในสภาพแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับรุ่นพี่ ในตำราอาคมโบราณบทที่สาม ศาสตราจารย์ไอรีลเคยสอนไว้... อ้อ จริงสิ ท่านคงโดดเรียนคาบนั้นไปสินะครับ ถึงได้ไม่รู้ว่าสนามฝึกนี้เคยเป็นคลังเก็บศิลาผนึกมาก่อน" คิรอสเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา แม้จะไร้เวทมนตร์ แต่วาเลนไทน์ที่โกรธจัดก็เงื้อมือขึ้น หมายจะชกเข้าที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มด้วยกำลังกายล้วนๆ ในฐานะขุนนางที่ฝึกศิลปะการต่อสหมมาบ้าง คิรอสไม่หลบ เขายืนปักหลักนิ่ง คำนวณวิถีหมัดและแรงเหวี่ยงในเสี้ยววินาที ทว่า ก่อนที่หมัดนั้นจะทันได้เฉียดผิวของคิรอส อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวเยือกกระชากวิญญาณพัดกรรโชกผ่านสนามฝึกจนทุกคนต้องสะดุ้งเฮือก เงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากม่านหมอกสีเงินที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้ที่มา รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินพร้อมเสียงก้องที่กดดันให้ทุกคนต้องกลั้นหายใจ กลิ่นอายอันตรายที่ทรงพลังแผ่ซ่านจนวาเลนไทน์ชะงักค้าง หมัดที่ง้างไว้ร่วงลงข้างลำตัวโดยอัตโนมัติ "ดูเหมือนว่า... ชั้นจะพลาดการสอนมารยาทพื้นฐานให้เด็กแถวนี้ไปสินะคะ" น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสีเทาคู่สวยที่กวาดมองผู้กระทำผิดด้วยแววตาเรียเฉยแต่เฉียบคมดุจใบมีด ศาสตราจารย์ไอรีลยืนอยู่ตรงนั้น ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทขยับเข้ามาใกล้คิรอสเพียงก้าวเดียว ก่อนที่เธอจะปรายตามองวาเลนไทน์ที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว และเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงัน "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... ในเมื่อเธอชอบการประลองนัก วาเลนไทน์ มาลองประลองกับ *'หัวข้อวิทยานิพนธ์ระดับ S'* ของฉันดูหน่อยไหมล่ะคะ ว่าสมองกลวงๆ ของขุนนางอย่างเธอ จะทนรับแรงดันมานาของฉันได้สักกี่วินาที" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%