เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 18

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ความเงียบงันภายในห้องรับรองวีไอพีของร้าน *Pastry of Revenge* ในวินาทีนั้น หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าการแบกภูเขาไว้ทั้งลูก กลิ่นหอมหวานของวานิลลามาดากัสการ์และช็อกโกแลตแท้ 70 เปอร์เซ็นต์ที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ กลับไม่สามารถเจือจางความตึงเครียดที่เฉือนเฉือนหัวใจของคนทั้งสามคน ณ ที่นี้ลงได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนภาพของเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมผ้าลินินสีครีมที่กำลังซุกตัวอยู่ด้านหลังชายกระโปรงของพิมพ์มาดา ใบหน้านั้น... ผิวขาวเนียนละเอียดนั้น... และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น ที่แม้จะมีความหวาดระแวงเจืออยู่ แต่รูปทรงกลับถอดแบบมาจากตัวเขาในอดีตราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะธุรกิจของธันวา กระตุกวูบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ราวกับมีใครเอามีดมาแทงซ้ำลงไปตรงแผลเก่า ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและยืนหยัดอย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์ กลับเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่กำหมัดแน่นสั่นเทาเล็กน้อย ความคิดนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาในสมองราวกับพายุหมุน พิมพ์มาดาหนีไปเมื่อสามปีก่อนพร้อมกับความลับที่เธอเก็บงำไว้... และเด็กคนนี้... เด็กคนนี้อายุราวๆ สองขวบกว่า ซึ่งมันตรงกับช่วงเวลาที่... "น้องต้นกล้า... ลูกไปรอคุณแม่ที่หลังร้านก่อนนะจ๊ะ" เสียงหวานนุ่มทว่าเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของพิมพ์มาดาดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอย่อตัวลงลูบศีรษะของเด็กชายด้วยความอ่อนโยน แววตาที่เธอมองบุตรชายเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ แต่เมื่อเธอลุกขึ้นยืนและหันมาสบตากับธันวา แววตานั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนุ่มนวล "ครับ คุณแม่" เด็กชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเหลือบมองชายแปลกหน้าที่มีหน้าตาคล้ายตนเองด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง แล้วจึงวิ่งหายเข้าไปในประตูกระจกฝ้าที่เชื่อมไปยังห้องอบขนมด้านใน ทันทีที่ประตูปิดลง ธันวาก็พุ่งสายตากลับมาที่พิมพ์มาดา หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากหยักลึกสั่นระริกขณะเอ่ยชื่อออกเสียงด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความสั่นเครือที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ "พิมพ์... เด็กคนนั้น... เขาคือ..." "ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจค่ะ คุณธันวา" พิมพ์มาดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอเรียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก เธอยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีสง่างาม ไม่เหลือเค้าลางของภรรยาผู้เคยยอมก้มหัวให้เขาในอดีตแม้แต่น้อย "กรุณาสำเหนียกด้วยนะคะว่าที่นี่คือร้านของฉัน และเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางนิตินัยหรือพฤตินัยใดๆ ทั้งสิ้น นับตั้งแต่ใบหย่าใบนั้นได้รับการจดทะเบียนลงนามอย่างสมบูรณ์" "แต่เด็กคนนั้น... หน้าตาเขา..." ธันวาพยายามก้าวเข้ามาใกล้ เาอยากจะเอื้อมมือไปคว้าแขนเรียบเนียนนั้นเพื่อเค้นหาความจริง แต่สายตาดุจคมมีดที่เธอมองกลับมาทำให้เขาต้องชะงักฝ่ามือค้างไว้กลางอากาศ "พิมพ์... เขาเป็นลูกของผมใช่ไหม? คุณท้อง... ตอนที่เรา..." "ตอนที่คุณกำลังกกกอดอยู่กับผู้หญิงอีกคนในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวอย่างนั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาย้อนถามด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดบาปของเขาจนเลือดซิบ "คุณช่างมีความจำเป็นเลิศจริงๆ นะคะธันวา หรือสมองอันปราดเปรื่องของนักธุรกิจหมื่นล้านอย่างคุณ จะจำไม่ได้เสียแล้วว่าคุณทำอะไรกับฉันไว้บ้างก่อนที่เราจะหย่ากัน" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะของธันวา ภาพอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาอย่างโหดร้าย ในช่วงเวลาที่พิมพ์มาดากำลังตั้งครรภ์และเผชิญกับความโดดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเลขาฯ สาวคนสนิท ปล่อยให้ข่าวฉาวหน้าหนึ่งตีพิมพ์หราโดยไม่สนใจแม้กระทั่งหยดน้ำตาของภรรยา ความเย็นชาและความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีจอมปลอม ทำให้เขาผลักไสเพชรแท้เม็ดงามที่สุดในชีวิตออกไปอย่างไร้เยื่อใย "ผม... ผมขอโทษ..." ธันวาเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาจากลำคอได้อย่างยากเย็น มันเป็นคำที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องพูดกับใคร โดยเฉพาะกับผู้ phụหญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรเลยในสายตา "เรื่องในอดีต... ผมยอมรับว่าผมโง่เขลาและเลวทรามมาก แต่พิมพ์... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้..." "การชดใช้เหรอคะ?" พิมพ์มาดาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นช่างไพเราะแต่กลับเย็นเยียบเสียจนธันวาหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ "คุณคิดว่าเงินตรามหาศาล หรือคำขอโทษกลวงๆ ของคุณ จะสามารถซื้อเวลาสามปีที่ฉันต้องอุ้มท้อง เลี้ยงลูกลำพัง และกัดฟันสร้างร้านนี้ขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพังได้งั้นเหรอคะ? ธันวา... คุณประเมินค่าความเจ็บปวดต่ำเกินไปแล้ว" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองสูงเสียจนระอุ แต่ก่อนที่ธันวาจะได้เอื้อnคำใดเพื่อแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของประตูทางเข้าหลัก "แหม... บรรยากาศซาบซึ้งกินใจเสียจริงนะคะ อดีตสามีภรรยาคู่นี้" ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาในห้องรับรองด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงและรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองพิมพ์มาดาและธันวาด้วยความสมเพชเวทนา พิมพ์มาดาหันไปมองผู้มาใหม่ แววตาของเธอไม่ได้มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายความสมใจราวกับรอดูละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ธันวาขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้ที่กล้าบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "ศจี... เธอมาทำอะไรที่นี่? ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา!" ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ *ศจี* อดีตเลขาฯ ส่วนตัวของเขา และเป็นคนที่เคยมีส่วนพัวพันกับแผนการทำลายชีวิตแต่งงานของเขาในอดีต ก่อนที่ธันวาจะตาสว่างและเขี่ยเธอทิ้งเมื่อไม่นานมานี้ แต่ดูเหมือนว่า... ผู้หญิงคนนี้จะยังไม่ยอมจบง่ายๆ ศจีหัวเราะคิกคัก ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเดินน่องเข้ามาใกล้ธันวาด้วยท่าทีสนิทสนมเกินกว่าเหตุ จนธันวาต้องถอยหลังหนีด้วยความรังเกียจ "ท่านประธานธันวาคะ อย่าใจร้ายนักเลยค่ะ ดิฉันแค่อยากจะมาแสดงความยินดีกับคุณ... แล้วก็มาช่วยเปิดโปงความลับที่ 'คุณแม่อันแสนดี' คนนี้พยายามปกปิดไว้ต่างหากล่ะคะ" ศจีหันไปยิ้มเยาะให้พิมพ์มาดา ก่อนจะหันกลับมาหาธันวาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "คุณกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของคุณหรือเปล่า? ดิฉันตอบให้ก็ได้นะคะว่า... ใช่ค่ะ เขาคือทายาทสายตรงตระกูลวรกุลของคุณจริงๆ!" ธันวานิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งดีใจ ตกใจ และสับสน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของพิมพ์มาดา รอยยิ้มที่ไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเธอกำลังรอให้ศจีพูดประโยคนี้ออกมาเอง "เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" ธันวาหันไปถามศจีด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างน่ากลัว "ทำไมดิฉันจะไม่รู้ล่ะคะ?" ศจีเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ "ในเมื่อเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พิมพ์มาดาจับได้ว่าคุณแอบมานอนกับดิฉันที่เพนต์เฮาส์ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หนีไปเฉยๆ นะคะ... แต่เธอแอบถ่ายคลิปหลักฐานการนอกใจของคุณทั้งหมดเอาไว้ รวมถึงเอกสารการตั้งครรภ์ที่เธอจงใจเก็บไว้ใช้เล่นงานคุณในวันที่คุณล่มจมยังไงล่ะคะ!" ศจีหันไปจ้องหน้าพิมพ์มาดาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "แกมันนางจิ้งจอกหน้าเนื้อใจเสือ พิมพ์มาดา! แกแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ยอมหย่าให้คุณธันวาโดยไม่เรียกร้องอะไร เพื่อรอเวลาให้บริษัทของเขาพังทลายลงจากแผนการลงทุนที่แกวางหมากไว้เบื้องหลัง แล้วตอนนี้ แกก็เอาเด็กคนนี้มาผูกมัดเขาไว้เพื่อฮุบสมบัติที่เหลืออยู่ทั้งหมดสินะ!" ความจริงที่ถูกกระชากออกมาทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ธันวาหันขวับกลับมามองพิมพ์มาดาด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู "พิมพ์... เรื่องจริงเหรอ? ที่บริษัทของผมเกือบจะล้มละลาย และโครงการอสังหาฯ ใหญ่ทั้งหมดต้องพังลง... เป็นฝีมือของคุณเหรอ?" พิมพ์มาดายืนนิ่ง สงบนิ่งยิ่งกว่าผืนน้ำในยามไร้ลมพัด เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ธันวาช้าๆ ปลายรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวของเธอดูทรงพลังและน่าเกรงขามเสียจนธันวาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี "ใช่ค่ะ... ทุกโครงการที่ล่มสลาย ทุกบัญชีที่ถูกอายัด และทุกเม็ดเงินที่คุณสูญเสียไปในรอบปีที่ผ่านมา..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงเบา แต่ทุกลำดับคำกลับชัดเจนบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของธันวา "คือผลงานชิ้นเอกที่ฉันบรรจงอบขึ้นมาด้วยความแค้น... และมอบให้คุณชิมมันอย่างสาสมยังไงล่ะคะ" ธันวาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่แม่บ้านทำขนมหวานในบ้านหลังเล็กๆ แท้จริงแล้วคือเพชรฆาตเลือดเย็นที่วางแผนล้างแค้นเขามานานนับปี และเธอกำลังจะเชือดคอเขาให้ตายทั้งเป็น! แต่ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำใดออกมา ศจีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าถือของตัวเอง แล้วโยนมันลงบนโต๊ะรับแขกเสียงดัง *ปึก!* "แต่อย่าเพิ่งใจร้อนดีใจไปค่ะคุณธันวา..." ศจีหัวเราะคิกคักด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "เพราะนอกจากลูกชายที่คุณเพิ่งค้นพบแล้ว... ดิฉันยังมี 'หลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง' ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีแค่ลูกของคุณคนเดียวซ่อนไว้!" พิมพ์มาดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองซองเอกสารบนโต๊ะเป็นครั้งแรก รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่ฉายชัดขึ้นมาในแววตาคู่สวยเป็นครั้งแรก ธันวาก้มมองซองเอกสารนั้นด้วยความงุนงง เขายื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ข้างใน ศจีแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม พรางก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูของธันวาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน "เปิดดูสิคะคุณธันวา... ผลตรวจ DNA ฉบับจริงจากโรงพยาบาลชื่อดัง ที่ยืนยันว่าเด็กที่คุณเห็นเมื่อครู่... ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณ... แต่เป็นลูกของชู้รักเก่าของพิมพ์มาดาต่างหากล่ะคะ!" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับรสชาติแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ *เมฆหมอกสีชมพู*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%