กลิ่นอายของชาดำเอิร์ลเกรย์ผสมความเย็นเยียบของห้องประชุมวีไอพีชั้นสเกיילสูงสุด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดตรงหน้าผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณธันวาคะ... คุณแน่ใจแล้วเหรอคะที่จะฉีกสัญญาฉบับนี้ทิ้งต่อหน้าคณะกรรมการทั้งหมด?"
เสียงทุ้มต่ำของประธานกรรมการอาวุโสเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อสายตา เอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่ใช้เวลาเคี่ยวกรำเจรจากันมานานนับแรมปี ถูกปลายนิ้วหนาของธันวาผลักไสให้เลื่อนออกห่างตัวอย่างไม่แยแส
ดวงตาคมกริบของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำหัวใจพิมพ์มาดาในอดีต บัดนี้กลับมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและกระแสความเด็ดเดี่ยวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ธันวาไม่ได้มองหน้าประธานกรรมการด้วยซ้ำ สายตาของเขามุ่งตรงไปยังจอแท็บเล็ตบนโต๊ะ ซึ่งกำลังฉายภาพข่าวการคุกคามทางธุรกิจและการดิสเครดิตร้าน 'Pastry of Revenge' ของพิมพ์มาดาอย่างดุเดือดในโลกโซเชียล
"ผมยกเลิกโปรเจกต์นี้ครับ... อ้อ ขออภัยด้วยนะคะ พอดีผมติดนิสัยพูดผิด คำว่า 'ครับ' มันคงไม่เหมาะกับความเด็ดขาดที่ผมต้องตัดสินใจในวันนี้" ธันวาแก้คำพูดของตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดันจนคนทั้งห้องกลืนน้ำลายไม่ลงคอ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทราคาแพงยับยู่ยี่เล็กน้อยราวกับผ่านคืนอันยาวนานที่เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ในขณะเดียวกัน ที่ร้าน 'Pastry of Revenge' พิมพ์มาดากำลังยืนมองถาดทาร์ตเลมอนเมอแรงค์ที่เพิ่งอบเสร็จด้วยแววตานิ่งสงบ เธอรู้ดีว่าข่าวลือเรื่องวัตถุดิบปนเปื้อนที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อเช้าเป็นฝีมือใคร กลุ่มทุนคู่แข่งรายใหญ่ต้องการบีบให้เธอคายสูตรขนมและยอมจำนน แต่สิ่งที่พิมพ์มาดาไม่คาดคิดเลยก็คือ คนที่จะยื่นมือเข้ามาสะบั้นปัญหาทั้งหมดนี้ด้วยวิธีที่บ้าบิ่นที่สุด กลับเป็นผู้ชายคนที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัย
ประตูห้องครัวถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมร่างสูงโปร่งของธันวาที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรเบเกอรี่ของเธอ กลิ่นอายของความเหนื่อยล้าผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยแตะจมูก พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังถือมีดตัดเค้ก เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่หันไปมองสบตา เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่น่ารำคาญในสายตาเธอเสมอมา... จนกระทั่งวินาทีนี้
"คุณมาทำไมที่นี่คะ, คุณธันวา?" พิมพ์มาดาเอ่ยถามเสียงเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ร่างบางหันกลับมาเผชิญหน้า พร้อมเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความแข็งแกร่งที่ไม่เคยสั่นคลอนให้เขาเห็น
"ผมจัดการเรื่องข่าวเสียหายทั้งหมดให้คุณแล้ว..." ธันวาพูดเสียงแหบพร่า ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสายตาที่พิมพ์มาดามองมา มันไม่ใช่ความโกรธเกลียดแบบเดิม แต่มันคือสายตาที่ว่างเปล่า... สายตาที่บอกว่าตัวตนของเขาไม่มีค่าอะไรในชีวิตเธออีกต่อไปแล้ว
"คุณคิดว่าเงินหรืออำนาจของคุณจะซื้อความรู้สึกสงสารจากฉันได้งั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย "คุณช่วยกรุณาเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้ง แต่มันน่าสมเพชต่างหากล่ะค่ะ... คุณทำลายชีวิตฉันไปครั้งหนึ่งแล้ว ยังคิดจะมาทำลายความพยายามด้วยลำแข้งของฉันเองตอนนี้อีกเหรอคะ?"
ถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่กำลังพยายามไถ่บาป ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมไหววับด้วยความเจ็บปวด เขายอมทิ้งโปรเจกต์พันล้าน ยอมหักหลังกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมงานกันมานาน ยอมแม้กระทั่งถูกมองว่าเป็นคนโง่ที่เอาอนาคตทางธุรกิจมาทิ้งขว้าง... ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของร้านขนมเล็กๆ แห่งนี้ เพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ตกนรกทั้งเป็น
"ผมไม่ได้ทำเพื่อความสงสาร... พิมพ์มาดา" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ผมยอมเสียทุกอย่าง... เสียทั้งโปรเจกต์ใหญ่ เสียทั้งอำนาจในมือ เพื่อแลกกับการได้เห็นคุณปลอดภัยจากพวกมัน... คุณไม่เข้าใจเลยเหรอว่าผม..."
"พอเถอะค่ะ!" พิมพ์มาดาตวาดขัดขึ้นเสียงแข็ง ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "อย่ามาพูดคำว่าเสียสละกับผู้หญิงคนที่คุณเคยเซ็นใบหย่าให้โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเลยนะคะ! คุณคิดว่าการเอาเงินมาล้างบาป แล้วทุกอย่างมันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องครัวอบอวลกลิ่นเนยและแป้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งสอง ธันวาจ้องมองอดีตภรรยาด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขาตระหนักรู้แล้วในวินาทีนี้เองว่า บาดแผลที่เขากรีดลงบนใจเธอนั้นลึกเกินกว่าที่หยดน้ำตาสำนึกผิดเพียงไม่กี่หยดจะเยียวยาได้ทัน ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมาเพื่อรั้งร่างบางที่กำลังหันหลังเดินหนี
"ก๊อก... ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด ทั้งสองคนชะงัก พิมพ์มาดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเนื่องจากเลยเวลาเปิดร้านมามากแล้ว และป้าย 'ปิดทำการ' ก็แขวนไว้อย่างเด่นชัด
ธันวาหันไปมองตามเสียง และพบกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนแปะมือป้อมๆ ลงบนกระจกใส ดวงตากลมโตแป๋วแหววและเส้นผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มเหมือนถอดแบบมาจากใครบางคนกำลังกะพริบปริบๆ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก
เด็กน้อยคนนั้นส่งยิ้มกว้างจนแก้มป่อง พร้อมกับชูห่อขนมคุกกี้ที่ซื้อมาจากร้านของพิมพ์มาดาเมื่อวานขึ้นสูง แล้วตะโกนเรียกเสียงใสแจ๋วเข้ามาด้านใน
"คุณแม่ขา... ปะป๋าบอกว่าให้เอาเค้กช็อกโกแลตมาฝากคนเก่งด้วยครับ!"
สิ้นเสียงใสซื่อของเด็กชาย ธันวาร่างแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เขาหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์มาดาที่หน้าถอดสีทันที ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด ขณะที่ความลับอันดำมืดตลอดสี่ปีที่ผ่านมา กำลังถูกพังทลายลงด้วยคำพูดประโยคเดียวของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับรสชาติแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
*เมฆหมอกสีชมพู*
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 19
รอยน้ำตาที่แลกด้วยธุรกิจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!