กลิ่นอายเนยสดระดับพรีเมียมและดาร์กช็อกโกแลตแท้ 72 เปอร์เซ็นต์อบอวลคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ครัวเบื้องหลังร้าน 'Pastry of Revenge' แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจคนที่ยืนอยู่หน้าเตาอบสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดายืนนิ่งค้าง ปลายเรียวนิ้วที่กำลังถือไม้พายซิลิโคนสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสะท้อนเงากระจกใสของเตาอบ เห็นภาพสะท้อนของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มไร้เนกไท—คนที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้เขากำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและ... ความอาลัยอาวรณ์ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
"คุณไม่ควรเข้ามาข้างในนี้นะคะ ธันวา"
น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง เย็นชา และเว้นระยะห่างราวกับเขานั้นเป็นเพียงลูกค้าจรจัดคนหนึ่ง ไม่ใช่สามีเก่าทางนิตินัยที่เพิ่งเซ็นใบหย่าไปเมื่อหลายเดือนก่อน
"ผมแค่เป็นห่วง... คุณยืนทำงานติดต่อกันมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้วนะพิมพ์" ธันวาขยับกาย ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิดอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ "ร่างกายคุณไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น..."
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะที่คุณมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของฉัน?" พิมพ์มาดาวางไม้พายลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ "ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ตะเพิดออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเดียว คุณจำได้ไหมว่าคุณพูดอะไรกับฉันบ้าง? คุณบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นแค่ภาระ เป็นเครื่องมือชั้นต่ำที่จะมาเกาะตระกูลคุณ! แล้ววันนี้... วันที่คุณสูญเสียทุกอย่าง ทั้งอำนาจ ทั้งบารมี และความไว้วางใจจากบอร์ดบริหาร คุณถึงเพิ่งสำนึกได้งั้นเหรอคะ?"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดปาดเค้ก ธันวาสะดุ้งเฮือกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉานจนชาหนบ ดวงตาคมเข้มไหวระริก ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยค้ำคอเขามาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาก่อขึ้นเอง
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันไม่มีวันให้อภัยได้" ธันวากล่าวเสียงสั่นพร่า ก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชัง "แต่ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ฝันถึงคุณ ไม่มีวันไหนที่ผมไม่นึกถึงรสชาติของความอบอุ่นที่คุณเคยพยายามมอบให้... ผมมันโง่เอง พิมพ์ ผมปล่อยมือจากเพชรแท้ไปคว้าก้อนกรวด..."
"หยุดพูดคำหวานเลี่ยนพวกนี้เถอะค่ะ มันสะӯกเอียน และที่สำคัญ... มันสายเกินไปแล้ว"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนเรียวปากสวยเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างทันทีที่เขายื่นมือมาหมายจะแตะต้องข้อศอก เธอกลัว... ไม่ใช่กลัวเขาจะทำร้าย แต่เธอกลัวหัวใจทรยศของตัวเองที่ดันเต้นผิดจังหวะให้กับแววตาสำนึกผิดคู่นั้น
ใช่... เธอเริ่มหวั่นไหว
ภาพของธันวาในอดีตผู้เย็นชา ไร้หัวใจ และเหยียบย่ำความรู้สึก กำลังถูกทับซ้อนด้วยภาพของชายหนุ่มสภาพอิดโรยคนนี้ ผู้ซึ่งยอมยืนรอคิวซื้อเค้กของเธอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ยอมนั่งรอท่ามกลางสายฝนเพื่อขอโทษ และยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพียงเพื่อขอโอกาสเริ่มต้นใหม่
แต่มันจะง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ? หยดน้ำตาที่เธอเคยรินไหลเป็นสายเลือดในคืนวันอันหนาวเหน็บ ใครจะเป็นคนชดใช้?
"คุณกลับไปซะเถอะค่ะ ลูกค้าข้างนอกเริ่มทยอยมาแล้ว ไม่อยากให้ร้านของฉันต้องเสียชื่อเสียงเพราะมีอดีตสามีเจ้าปัญหามายืนทำตัวน่าสมเพชอยู่หลังร้าน" พิมพ์มาดาหันหลังให้เขา สะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าอย่างสุดกลั้น
ธันวานิ่งเงัด งันไปกับคำพูดตัดเยื่อใย เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาก่อมันหนาแน่นเกินกว่าจะชำระให้สะอาดได้ในเวลาอันสั้น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ ก่อนจะตัดสินใจควักกระเป๋าหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำใบเล็กออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงานใกล้ตัวเธอ
"ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้คุณใจอ่อนในวันนี้หรอกนะพิมพ์... แต่ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า ต่อให้คุณจะเกลียดผมจนวันตาย ผมก็จะยังอยู่ที่นี่ คอยปกป้องร้านนี้ และคอยดูความสำเร็จของคุณจากตรงนี้... ตราบเท่าที่ลมหายใจผมยังมีอยู่"
สิ้นเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความจริงจัง ธันวาก็หมุนตัวเดินจากไป เงียบเชียบราวกับลมหายใจที่โปรยปราย ทิ้งให้พิมพ์มาดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของเบเกอรี่ที่บัดนี้กลับกรุ่นกลิ่นอายความร้าวราน
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูล มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดกล่องกำมะหยี่สีดำช้าๆ หัวใจของเธอกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น
ข้างในนั้น... ไม่ใช่แหวนเพชรราคาแพงระยับที่เขาเคยใช้ฟาดหัวเธอในอดีต แต่มันคือ 'ใบหุ้นก้อนสุดท้าย' ที่เขายอมขายทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเพื่อนำมาค้ำประกันเงินกู้ไม่ให้ร้าน 'Pastry of Revenge' ของเธอต้องล้มละลายจากฝีมือของคู่แข่งทางธุรกิจ และใต้กล่องนั้น มีกระดาษโน้ตลายมือหวัดๆ เขียนด้วยความจริงจังว่า...
*'ผมยกทุกอย่างให้คุณแล้ว... แม้กระทั่งหัวใจของผมเอง'*
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาหยดแรกไหลร่วงลงกระทบกระดาษโน้ตจนเปียกชื้น ความโกรธแค้นที่เคยสุมอกถูกบั่นทอนลงด้วยความสั่นไหวที่ยากจะควบคุม เธอกำกระดาษใบนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่ก้าวเท้าเดินเร็วๆ ไปยังหน้าร้านเพื่อจะระบายอารมณ์กับความวุ่นวายภายนอก
ทว่า... ทันทีที่เธอผลักประตูบานกระจกออกไปสู่โซนต้อนรับ ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอดับวูบลงในทันที
ลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน คือหญิงสาวไฮโซหน้าตาคุ้นเคย... อดีตคู่หมั้นของธันวาผู้กุมความลับทั้งหมด และข้างกายเธอนั้น มีเด็กชายตัวน้อยวัยหวานคนหนึ่งกำลังกุมมืออยู่ เด็กชายที่มีโครงหน้า ดวงตา และรอยยิ้มถอดแบบพิมพ์มาจากธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
"สวัสดีค่ะ เชฟพิมพ์... ดิฉันพา 'ลูกชาย' ของธันวามาเยี่ยมคุณค่ะ พอดีน้องอยากมาลองชิมเค้กฝีมือ 'คุณแม่เลี้ยง' หน่อยน่ะค่ะ ว่าจะอร่อยสู้ฝีมือแม่แท้ๆ อย่างฉันได้หรือเปล่า?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับรสชาติแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
*เมฆหมอกสีชมพู*
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 20
ความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็น
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!