เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 21

สูตรลับของการให้อภัย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของเนยแท้ชั้นดีที่ผสมผสานเข้ากับความขมเข้มของดาร์กช็อกโกแลต 70 เปอร์เซ็นต์ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวสเตนเลสสตีลปลอดเชื้อของร้าน 'Pastry of Revenge' ในยามวิกาล บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงพายยางปาดเนื้อแป้งฉาบลงบนชามผสมและการเต้นของจังหวะชีพจรที่หนักหน่วงในอกของพิมพ์มาดา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีขาวกำลังบรรจงบีบ ‘กานาช’ สีดำสนิทลงบนฐานทาร์ตแป้งพายที่อบจนกรอบร่วน สีหน้าของเชฟสาวนิ่งสนิท ทว่าในแววตากลับไหวระริกด้วยเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี บทเรียนราคาแพงที่อดีตสามีอย่างธันวาเคยฝากไว้บนรอยแผลเป็นในใจ ไม่เคยเลือนหายไปไหน... มันแค่ถูกเปลี่ยนรูปสถานะให้กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำขนมหวานที่ทั้งหอมหวานและบาดลึกในเวลาเดียวกัน เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ทว่าชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน พิมพ์มาดายังคงก้มหน้าจัดการกับงานตรงหน้า ปลายมีดสปาตูลากผ่านผิวหน้าช็อกโกแลตให้เรียบเนียนราวกระจกเงา โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลไปยังร่างสูงที่ยืนตากลมหนาวอยู่หลังบานกระจกใส ธันวากำลังยืนมองเธอผ่านแสงไฟสีส้มวลอบอุ่นในร้าน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเวทนา ความเจ็บปวด และความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ชายหนุ่มผู้เคยถือดีว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกสิ่งในโลกใบนี้ บัดนี้กลับดูราวกับคนไร้ที่พึ่งพิง เมื่อสิ่งที่เขาโหยหาที่สุดในชีวิตไม่ใช่ความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เป็นเศษเสี้ยวความรู้สึกดีๆ จากผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี กร็อก... เสียงกลอนประตูด้านหลังถูกปลดล็อกด้วยกุญแจสำรองที่เขาแอบทำไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีความหวังโง่ๆ ว่าเธอจะใจอ่อน ธันวาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างเงียบเชียบที่สุด ราวกับกลัวว่าลมหายใจของเขาจะไปรบกวนสมาธิอันเปราะบางของหญิงสาว "คุณไม่ควรมาที่นี่เวลานี้ค่ะ ธันวา" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น โดยที่เจ้าตัวยังคงหันหลังง่วนอยู่กับการตกแต่งขนมชิ้นสุดท้ายบนเคาน์เตอร์ "ผมแค่อยาก... อยากเห็นหน้าคุณ พิมพ์" ธันวาตอบเสียงแหบพร่า ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ แต่เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องชายเสื้อของเธอ "ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ แม้แต่จะยืนหายใจอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ..." พิมพ์มาดาวางอุปกรณ์ในมือลงอย่างช้าๆ เธอดึงถุงมือสีขาวออกทีละข้างด้วยความใจเย็น ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีเต็มตา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเกรี้ยวกราดหรือเคียดแค้นเช่นวันวาน แต่มันกลับว่างเปล่า... ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนที่กำลังพยายามไถ่บาป "คุณพูดถูกค่ะ ว่าคุณไม่มีสิทธิ์" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่เนื่องในโอกาสที่ร้านของเรากำลังจะเปิดตัวเมนูใหม่ประจำฤดูกาล... ฉันคิดว่า ในฐานะที่เคยเป็น ‘คนใกล้ชิด’ คุณสมควรจะได้ชิมมันเป็นคนแรกนะคะ" เธอดันจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตาที่มีทาร์ตช็อกโกแลตสีดำสนิทประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ไปตรงหน้าเขา กลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูก ทว่าธันวากลับรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของขนมชิ้นนั้น "ช็อกโกแลตรสขม... สลับด้วยไส้ราสเบอร์รีเปรี้ยวจัด และตัดด้วยความหวานละมุนของคาราเมลเค็ม" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังบรรยายสรรพคุณสินค้าให้ลูกค้าฟัง "เหมือนชีวิตแต่งงานของเราสามปีนัยยะสำคัญคือความเจ็บปวด ความขมขื่น และน้ำตา... ก่อนที่คุณจะตาสว่างและพบว่า ความหวานที่คุณทิ้งขว้างไป มันไม่มีวันหาซื้อกลับมาได้อีกแล้วด้วยเงินร้อยล้านพันล้านของคุณ" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบช้อนเงินชิ้นเล็กขึ้นมา เขาตักขนมชิ้นนั้นเข้าปากอย่างเชื่องช้า รสชาติแรกที่สัมผัสคือความขมขื่นบาดลึก ตามด้วยความเปรี้ยวที่กัดกินความรู้สึก ก่อนที่ความหวานกลมกล่อมจะตามมาทีหลัง... แต่มันช่างเป็นความหวานที่เจ็บปวดเหลือเกินเมื่อตระหนักได้ว่า เขาคือคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ร่วงหล่นลงกระทบจานกระเบื้องเสียงดังหยดแล้วหยดเล่า ธันวาสำลักความจริงอันโหดร้ายนั้นจนตัวโยน เขาคุกเข่าลงช้าๆ ต่อหน้าอดีตภรรยา ปล่อยให้ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีพังทลายลงราบคาบ "ผมยอมแล้ว... พิมพ์ ผมยอมแลกทุกอย่างที่มี เพื่อขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง..." เสียงของเขาขาดห้วง สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความทรมาน "ต่อให้ต้องให้ผมคุกเข่าอ้อนวอนคุณไปจนวันตาย ผมก็ยอม..." พิมพ์มาดาก้มมองอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้า เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่คางของเขาให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน แววตาของเธอส่อประกายความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่ผู้หญิงคนเดิมเคยมี "การให้อภัยไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะ ธันวา..." พิมพ์มาดากระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่น้ำหนักคำพูดกลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแหลละเอียด "แต่ ‘ความไว้วางใจ’ ที่คุณทำลายมันป่นปี้... มันไม่มีสูตรลับไหนในโลกนี้ ที่จะปรุงแต่งมันให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วค่ะ" ธันวานิ่งงัน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคเด็ดขาดนั้น ทว่าในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินหัวใจเขานั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกด้านหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ หากแต่เป็นเสียงผลักประตูดังปัง พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในร้านด้วยความคุ้นเคย "คุณแม่ขา! น้องกรณ์หิวน้ำจังเลยครับ ทำไมวันนี้คุณพ่อ..." เด็กน้อยหยุดชะงักกุนทีเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าในชุดสูทราคาแพงกำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่แทบเท้าของคุณแม่ ธันวาหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่มีเค้าโครงหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! พิมพ์มาดาหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เธอรีบพุ่งตัวไปคว้าแขนลูกชายไว้ ทว่าสายตาของธันวาที่หันกลับมามองเธอกลับเต็มไปด้วยความช็อกระคนคำถามเป็นล้านๆ คำที่ติดอยู่ริมฝีปาก "พิมพ์... เด็กคนนี้... เขาคือใคร?" *** (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับรสชาติแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ) *เมฆหมอกสีชมพู*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%