"ถ้าคิดว่าการเอาเงินฟาดหัวฉัน แล้วฉันจะต้องก้มหน้ารับข้อเสนอไร้มนุษยธรรมนี่เหมือนในอดีตล่ะก็... คุณคงประเมินเชฟร้าน 'Pastry of Revenge' ต่ำไปหน่อยนะคะ, คุณหญิงรัตนา"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาราราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความเกลียดชังที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีสง่างาม เธอยืนพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำสนิทภายในร้านเบเกอรี่ที่ปิดให้บริการชั่วคราว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งจ้องมองไปยังผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าบุคคลตรงหน้าจะเป็นถึงมารดาบังเกิดเกล้าของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพล
คุณหญิงรัตนา สะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ สายตากราดมองไปรอบร้านเบเกอรี่ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง "ร้านขนมกระจอกๆ" ของอดีตลูกสะใภ้ผู้ต่ำต้อย ทว่าในยามนี้มันกลับหรูหราและมีชื่อเสียงจนตระกูลอัครกุลของเธอยังต้องหันมามองด้วยความร้อนรื้อ
"ปากคอเราะร้ายขึ้นพวกลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ พิมพ์มาดา!" คุณหญิงรัตนากระแทกเสียงใส่ พร้อมกับวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "เลิกเล่นละครตบตาแล้วเซ็นใบหย่า... อ้อ ไม่สิ เซ็นสัญญาถอนฟ้องและยอมรับเงินก้อนนี้เพื่อแลกกับการตัดขาดจากตระกูลเราเสียที ธันวากำลังจะแต่งงานใหม่กับคนที่มีหน้ามีตาทางสังคม สมฐานะที่เหมาะสม ไม่ใช่ผู้หญิงขายขนมที่อาศัยความแค้นมาสร้างกระแสเรียกร้องความสนใจแบบเธอ!"
พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ช่างบาดลึกและเสียดสีหัวใจคนฟังจนคุณหญิงรัตนาต้องนิ่วหน้าด้วยความขัดแย้งภายในใจ
"แต่งงานใหม่เหรอคะ? น่าชื่นชมจริงๆ นะคะที่คุณธันวาเคลื่อนไหวรวดเร็วดีเหลือเกิน แต่ก่อนจะไปสร้างครอบครัวใหม่กับใคร ช่วยกรุณาเตือนลูกชายสุดที่รักของคุณด้วยนะคะว่า... 'หนี้เลือด' ที่เขาเคยฝากไว้บนร่างกายและจิตใจของฉัน มันยังไม่ได้ชำระแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!"
พิมพ์มาดาเดินเข้าไปใกล้ร่างของคุณหญิงรัตนาอย่างช้าๆ กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวทำให้คุณหญิงผู้สูงศักดิ์ถึงกับเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"คุณกล้าดียังไง..." คุณหญิงรัตนาเค้นเสียงลอดไรฟัน "ธันวาเป็นถึงนักธุรกิจหมื่นล้าน เขาพลาดพลั้งไปบ้างในอดีตเพราะความเยาว์วัย แต่วันนี้เขากำลังจะกลับมาอยู่จุดสูงสุด เงินสิบล้านในซองนั้นมันมากพอที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตสุขสบายไปทั้งชาติ ทำไมถึงยังไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว!"
"เจียมเนื้อเจียมตัวเหรอคะ?" พิมพ์มาดาทวนคำ น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เธอย้อนนึกถึงวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และถูกคุณหญิงกับลูกชายเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ไล่ตะردออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา เพียงเพราะเธอไม่ใช่ทายาทตระกูลดัง
"ในวันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของธันวาแล้วถูกพวกคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเหมือนไม่ใช่คน... พวกคุณเคยใช้คำว่า 'เจียมเนื้อเจียมตัว' กับฉันบ้างไหมคะ?!"
เสียงหวีดหวิวของสายลมด้านนอกร้านราวกับเป็นพยานให้กับความเดือดดาลที่ปะทุขึ้น บรรยากาศภายในร้านอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้น ประกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงบางอย่าง ร่างสูงสง่าของธันวาปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัว ใบหน้าคมคายที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเห็นมารดาของตนเผชิญหน้ากับอดีตภรรยา
"แม่ครับ! ใครบอกให้แม่มาที่นี่!" ธันวารีบสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้เป็นแม่กับอดีตภรรยา สายตาคมกริบมองซองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่นิ่งสนิทและเย็นชาของพิมพ์มาดา หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำด้วยความกลัว—กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปตลอดกาล
"ฉันก็มาจัดการปัญหาแทนแกน่ะสิ ธันวา!" คุณหญิงรัตนาตวาดใส่ลูกชาย "ดูผู้หญิงคนนี้สิ ยังไม่ยอมจบ! มันยังคิดจะเกาะแกกินและสร้างข่าวทำลายชื่อเสียงบริษัทอยู่ !"
"พอเถอะครับแม่! กลับบ้านไปก่อน..." ธันวากัดฟันกรวด น้ำเสียงของเขาเจือความเวทมนตร์ประหลาดที่เขาไม่เคยใช้กับใครมาก่อน เขารีบดันมารดาให้ออกไปทางประตูร้าน แม้คุณหญิงจะส่งเสียงโวยวายไม่ยินยอม แต่ด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวของบุตรชายทำให้เธอจำต้องยอมเดินออกไปอย่างขัดใจ
ภายในร้านเหลือเพียงความเงียบงันที่น่ากลัว พิมพ์มาดายืนกอดอก มองอดีตสามีที่กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและเคร่งเครียด ดวงตาคมของธันวาค่อยๆ เลื่อนกลับมาสบกับดวงตากลมโตที่ไร้ซึ่งประกายความรักความอบอุ่นอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและเกลียดชัง
"พิมพ์..." ธันวาเอמהเสียงแผ่วเบa ร่างกายสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อย "แม่ผม... ท่านไม่ได้ตั้งใจพูดจาทำร้ายคุณแบบนั้นหรอก คุณก็รู้ว่าท่านเป็นคนยังไง"
"เลิกแก้ตัวแทนแม่ของคุณเสียทีเถอะค่ะ, คุณธันวา" พิมพ์มาดายิ้มหยันที่มุมปาก "หรือคุณกลัวว่าภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้แสนดีของคุณจะมัวหมอง เพราะความจริงที่ว่า... คุณมันก็แค่วัวลืมตีนคนหนึ่งที่เหยียบย่ำคนอื่นเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูง"
คำพูดนั้นแทงใจดำธันวาเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์มาดาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสมผสานกับความสิ้นหวัง เขาคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ข้อมือขาวขึ้นรอยแดง แต่พิมพ์มาดาไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ความเจ็บปวดทางกายแค่นี้เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอเคยได้รับ
"แล้วคุณล่ะ พิมพ์?" ธันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ใกล้เคียงกับการอ้อนวอน "ที่คุณทำอยู่ทั้งหมดนี้... เพราะคุณยังเกลียดผม หรือเพราะลึกๆ แล้ว... คุณยังไม่เคยลืมผมเลยกันแน่?"
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่แววตาจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็ง เธอออกแรงสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนเรียวปากสวย
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะ, คุณธันวา" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "สำหรับฉัน... คุณมันก็เป็นแค่ส่วนผสมเน่าเฟะในอดีตที่ฉันทิ้งลงถังขยะไปนานแล้ว และต่อให้คุณเอาเงินทั้งชีวิตมาแลก... ฉันก็ไม่มีวันกินของเหลือเดนชิ้นนี้เป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!"
คำพูดที่เฉียบคมบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจธันวาจนเขาเซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิด ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังร้านที่เชื่อมต่อกับห้องพักส่วนตัว
"มัมมี่ครับ! น้องไปร์ทวาดรูปขนมเค้กเสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมหน้าตาดูเศร้าจังเลย?"
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมสีครีมวิ่งออกมาพร้อมกับกระดาษวาดรูปในมือ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกตา ธันวาหันขวับไปมองตามเสียงนั้น และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่คมได้ประสานเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อย หัวใจของเขาก็ราวกับหยุดเต้นไปเฉียบพลัน—ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม และโครงหน้าถอดแบบมาจากพิมพ์ภาพสะท้อนในกระจกเงาของตัวเขาเองราวกับแกะ!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับรสชาติแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ)
*เมฆหมอกสีชมพู*
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 22
พายุแห่งความขัดแย้ง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!