กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และช็อกโกแลตแท้ 70 เปอร์เซ็นต์ ลอยอวลอยู่ในห้องครัวลับหลังร้าน ‘Pastry of Revenge’ ทว่ามันมิได้ช่วยเจือจางบรรยากาศที่เย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งในขั้วโลกใต้เลยแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดาตวัดปลายมีดปาดเค้กเคลือบคาราเมลอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความมั่นคงและสง่างาม ต่างจากอดีต... ผู้หญิงเงอะงะคนที่เคยยืนรอเขาด้วยน้ำตาในห้องชุดหรูหราอย่างไร้ค่า คนที่ธันวาเคยคิดว่าเธอเกาะกุมความสุขของเขาไว้ไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
“ผมรู้ว่าคุณโกรธ พิมพ์... แต่เราควรคุยกันดีๆ”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน ธันวาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยับย่นเล็กน้อยราวกับผ่านคืนอันยาวนานที่ไร้การพักผ่อน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรisรัน บัดนี้ฉายแววความอ่อนล้าและรauร้าวอย่างเห็นได้ชัด
พิมพ์มาดายังคงก้มหน้าตกแต่งหน้าเค้กต่อไป ราวกับว่าร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีเป็นเพียงธาตุอากาศ
“พื้นที่ตรงนี้ สำหรับลูกค้าและพนักงานเท่านั้นค่ะ คุณธันวา” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ช่างบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดในมือ “ถ้าคุณต้องการซื้อเค้ก เชิญสั่งที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า แต่ถ้ามาเพื่อเรื่องไร้สาระ... กรุณาออกไปค่ะ ฉันยุ่ง”
ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานสแตนเลส มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะข้อมือเรียวบางที่กำลังถือสปาตูล่า แต่พิมพ์มาดาไวกว่า เธอสะบัดแขนหลบอย่างรังเกียจราวกับรังเกียจเดียจฉันท์ ปฏิกิริยานั้นทำให้ธันวาชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างเจ็บปวด
“เรื่องที่ผมอยากคุย... ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปั่นป่วน “เรื่อง ‘น้องธี’... มันหมายความว่ายังไง พิมพ์? คุณท้องตอนที่เรายัง... ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกันอย่างนั้นเหรอ? ทำไมคุณถึงไม่บอกผม?”
พิมพ์มาดาวางสปาตูล่าลงบนถาดเสียงดัง *เคร้ง* เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาคู่สวยที่เคยทอประกายความรักและความภักดี บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและเกลียดชังที่ถูกแช่แข็งไว้จนมิด
“ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วยคะ?” พิมพ์มาดาย้อนถาม มุมปากยกยิ้มเยาะหยัน “ในวันที่ฉันตั้งท้องอ่อนๆ วันที่ฉันแพ้ท้องจนแทบขาดใจ วันที่ฉันโทรหาคุณเป็นร้อยสายเพราะต้องการที่พึ่ง... คุณอยู่ที่ไหนคะ คุณธันวา? อ้อ... ฉันจำได้แล้ว วันนั้นคุณกำลังดื่มฉลองกับเลขาฯ คนสวยในเพนต์เฮาส์ส่วนตัว และบอกฉันว่าอย่าทำตัวน่ารำคาญไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางใจของธันวาจนกระอักเลือด เขายกมือขึ้นกุมขมับ ความทรงจำสีดำทะมืดผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ในช่วงเวลาที่เขาหลงระเริงในอำนาจและเงินตรา เขาเหยียบย่ำหัวใจของผู้หญิงคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า มนุษย์เราไม่ได้อดทนรอความรักจากใครได้ตลอดไป
“ผมขอโทษ...” เสียงของธันวาสั่นพร่าอย่างไร้ฟอร์ม เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ ยอมลดทอนศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้าหญิงสาว “ผมมันเลว ผมมันตาบอดเองที่มองไม่เห็นค่าเพชรแท้ในมือ พิมพ์... ให้โอกาสผมได้ไหม ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด...”
“คำขอโทษเหรอคะ?” พิมพ์มาดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่าเยือกเย็นเสียจนธันวาขนพองสเกล “คุณเพิ่งมาสำนึกได้เอาวันที่ฉันเหยียบย่ำคุณคืนบ้างเหรอคะ? สายไปค่ะ... ธันวา ทุกอย่างมันสายเกินไปตั้งแต่ที่คุณเลือกจะโยนครอบครัวของเราทิ้งลงถังขยะแล้ว”
“ผมรักคุณนะ พิมพ์... และผมรักลูก” ธันวาเอ่ยคำว่ารักออกมาอย่างหมดเปลือก คำที่พิมพ์มาดาเคยเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิตการแต่งงาน แต่ในวันที่ได้ยิน มันกลับไร้ค่าและน่าสมเพชสิ้นดี
“เก็บคำว่ารักของคุณไว้ใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ มันน่าขยะแขยงเกินกว่าจะเอามาพูดกับฉัน” พิมพ์มาดาจ้องมองเขาด้วยสายตาดั่งนางพญาผู้สูงศักดิ์ “จำคำพูดของคุณในวันหย่าได้ไหมคะ? คุณบอกว่าผู้หญิงอย่างฉันไม่มีวันบินสูงได้ถ้าไม่มีเงินของคุณ... ตอนนี้ฉันบินสูงจนคุณไม่มีวันเอื้อมถึงแล้วค่ะ และลูกชายของฉัน... เขาเกิดมาเพื่อเป็นความสุขของฉันคนเดียว ไม่ใช่เด็กมีปมที่มีพ่อเห็นแก่ตัวอย่างคุณ!”
ธันวานั่งทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำผู้ชายหยดแรกร่วงหล่นลงกระทบพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ เขาพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อความเย็นชาของอดีตภรรยาอย่างราบคาบ ความร่ำรวย อำนาจ และชื่อเสียง ไม่สามารถซื้อความรู้สึกผิดหรือเรียกคืนหัวใจที่แตกสลายของเธอกลับมาได้เลย
ทว่า ในวินาทีที่ธันวากำลังจะจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวังนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ เบาหวิวก็ดังขึ้นจากประตูด้านหลังห้องครัวที่เชื่อมต่อกับส่วนพักGอาศัย
“คุณแม่ครับ... น้องธีวาดรูปไดโนเสาร์ให้คุณแม่ดู เสร็จแล้วครับ!”
เด็กชายตัวน้อยวัยราวสี่ขวบเศษ วิ่งถือกระดาษวาดเขียนเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ธันวาถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกกค้างไปชั่วขณะ
เมื่อเด็กชายวิ่งมาถึงตัวพิมพ์มาดาและเงยหน้าขึ้นมอง ธันวาก็จ้องมองใบหน้านั้นสลับกับเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาด้านข้าง... หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะเด็กชายคนนี้ ไม่เพียงแต่หน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะ แต่รอยยิ้มมุมปากนั้น... คือตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางสายดราม่านี้มาด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 17
คำขอโทษที่สายเกินไป
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!