"ใบประกาศนียบัตรอายัดทรัพย์สินและคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด... อ่านให้ชัดเจนสิคะคุณธันวา ว่าอาณาจักรธุรกิจที่คุณเคยใช้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่น บัดนี้มันเหลือเพียงเศษกระดาษไร้ค่ามูลค่าเท่าไหร่"
เสียงหวานเยียบเย็นของพิมพ์มาดาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองพิเศษในร้าน 'Pastry of Revenge' เปลวเทียนหอมกลิ่นวานิลลาและช็อกโกแลตเข้มข้นที่เคยเยียวยาหัวใจผู้คน กลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์รู้สึกดีขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย
ธันวาในยสูทสูญราคาแพงที่ตอนนี้ยับย่อยไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว นัยน์ตาแดงก่ำด้วยพิษสุราและการอดนอนมาหลายคืน เขาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา หญิงสาวผู้ซึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในบ้านหลังใหญ่ ทว่าในยามนี้ เธอกลับยืนตระหง่านราวกับราชินีผู้ครองบัลลังก์แห่งการแก้แค้น
บนโต๊ะไม้สักทองตรงหน้า มีเอกสารทางกฎหมายกองโตวางอยู่ มันคือหลักฐานยืนยันความพินาศย่อยยับของตระกูลธนกุล ทรัพย์สินทุกอย่างถูกอายัด บัญชีธนาคารทุกเล่มถูก freeze และหนี้สินก้อนโตกำลังไล่ล่าเขาจนมุม
"พิมพ์... ผมรู้ว่าผมมันโง่ ผมรู้ว่าผมทำลายหัวใจคุณป่นปี้แค่ไหน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือหนาที่เคยสั่นเทาด้วยความมั่นใจ บัดนี้สั่นระริกด้วยความสิ้นหวัง เขายื่นมือหมายจะเอื้อมไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พิมพ์มาดาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขามาแปดเปื้อน
ดวงตากลมโตคู่สวยมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ "อย่ามาแตะต้องฉันค่ะคุณธันวา... คำว่า 'เรา' มันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและโยนมันใส่หน้าฉัน พร้อมกับบอกว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันไม่มีวันคู่ควรกับคุณแล้วจำไม่ได้เหรอคะ?"
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจของธันวา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการสูญเสียเงินทองนับพันล้าน แต่มันคือความเจ็บปวดจากการตระหนักรู้ว่า... สิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเคยครอบครองและทำลายมันด้วยมือของตัวเอง ได้หลุดลอยหายไปตลอดกาลและไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้อีกแล้ว
เขากวาดสายตามองไปรอบร้านเบเกอรี่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่ลอยวนอยู่ในอากาศ ชวนให้นึกถึงอดีต... อดีตที่พิมพ์มาดาเคยยืนอบเค้กอยู่ในครัวหลังบ้านด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน อดีตที่เขาไม่เคยชายตาแล ไม่เคยลิ้มลองรสชาติความใส่ใจที่เธอตั้งใจมอบให้ เพราะมัวแต่ไขว่คว้าหาความสำเร็จจอมปลอมและผู้หญิงฉาบฉวยข้างกาย
"ผมยอมสูญเสียทุกอย่าง..." เสียงของธันวากล่าวลอดไรฟัน น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดคนหนึ่งไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน "บ้าน รถ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือแม้แต่ชื่อเสียง... ผมไม่สนใจมันเลยสักนิด พิมพ์... สิ่งเดียวที่ผมเสียดายที่สุดในชีวิตนี้ คือการสูญเสียคุณ"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สายเกินไปแล้วค่ะคุณธันวา น้ำตาของคนที่เพิ่งสำนึกได้ในวันที่ตัวเองเหลือแต่ตัว มันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของฉัน เงินที่คุณเคยอวดอ้างว่าซื้อมันได้ทุกอย่าง บัดนี้มันซื้อแม้กระทั่งความเห็นใจจากฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ... กลับไปเผชิญหน้ากับผลกรรมที่คุณเป็นคนก่อขึ้นมาเอง"
เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงในชุดเดรสทำงานเข้ารูปสะท้อนความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว พิมพ์มาดาหันหลังให้เขา เตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองเพื่อปล่อยให้อดีตสามีจมอยู่กับความพินาศที่เขาสสมมาทั้งชีวิต
ทว่า... เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบก็ดังขึ้นจากประตูหลังร้านที่เชื่อมต่อกับห้องพักส่วนตัว
"คุณแม่ขา! น้องปั้นสัญญาสีชมพูแล้วนะฮะ ว่าจะกินแครอทให้หมดก่อน ค่อยขอพี่เลี้ยงกินบลูเบอร์รี่ชีสเค้กชิ้นโปรด!"
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องรับรอง ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบพิมพ์มาดามาไม่มีผิดเพี้ยน แต่โครงหน้า คิ้วเข้ม และสันจมูกโด่งเป็นสันนั้น... กลับทำให้ธันวาที่นั่งทรุดอยู่กับพื้นถึงกับเบิกตาโพรง ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อมองเห็นเงาของตัวเองในตัวเด็กน้อยคนนั้นอย่างชัดเจน
เด็กชายหยุดวิ่งเมื่อเห็นชายแปลกหน้าชุดสูทโทรมๆ นั่งน้ำตาอาบหน้าอยู่บนพื้น เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปเกาะชายกระโปรงของพิมพ์มาดาแล้วเงยหน้าถามมารดาด้วยเสียงใสซื่อ
"คุณแม่ฮะ... ทำไมลุงคนนี้ถึงร้องไห้ล่ะฮะ หน้าตาเขาน่ากลัวจังเลย เหมือนหมีแพนด้าใกล้ตายไม่มีผิดเลยฮะ"
พิมพ์มาดาสะارتเล็กน้อย สีหน้าเยือกเย็นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วพริบตา เธอรีบย่อตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก สองแขนกระชับร่างน้อยไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง นัยน์ตาสั่นระริกหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก
ในขณะที่ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นเทาไปทั้งร่าง หัวใจเต้นรัวระทึกราวกับจะทะลุออกมานอกอก นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเด็กชายในอ้อมอกอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนพูดไม่ออก ตัวเลขบนปฏิทินในอดีตย้อนกลับมาในหัวสมองของเขาอย่างรวดเร็ว... วันที่เธอขอหย่า วันที่เธอหายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย... มันคือช่วงเวลาเดียวกันกับที่เด็กคนนี้ลืมตาขึ้นมาดูโลก!
"พิมพ์..." เสียงของธันวาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตภรรยาและเด็กชายสลับกันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหม... พิมพ์มาดา ตอบผมสิว่าเขาคือลูกของเรา!"
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งการเชือดเฉือนและพลิกผันนี้ไปพร้อมกับเมฆหมอกสีชมพูนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 25
วิกฤตความรัก
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!