เสียงเคาะค้อนประมูลของคณะกรรมการดังขึ้นก้องห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว ทว่าเสียงที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของธันวา กลับเป็นเสียงหัวใจของตนเองที่กำลังเต้นรัวด้วยความกระวนกระวาย
เอกสารสิทธิ์การเช่าพื้นที่โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ใจกลางเมืองย่านธุรกิจ มูลค่าหลายร้อยล้านบาท คือเป้าหมายสูงสุดที่เขาหมายมั่นปั้นมือมานานหลายเดือน เพื่อใช้กอบกู้หน้าตาทางธุรกิจที่กำลังสั่นคลอน และเพื่อตอกย้ำความเหนือกว่าของตนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ธันวานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยใช้ความเย็นชาทำร้ายจิตใจใครบางคน ปรากฏรอยยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด เมื่อตัวเลขการประมูลพุ่งสูงจนคู่แข่งรายอื่นทยอยถอนตัวไปทีละราย
เขามั่นใจ... ไม่มีใครในห้องนี้ที่มีสายป่านยาวพอจะสู้กับกลุ่มทุนของเขาในนาทีนี้อีกแล้ว
"หนึ่งร้อยสี่สิบล้านบาท... ครั้งที่หนึ่ง..." เสียงประกาศของประธานกรรมการดังขึ้น
ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก เขาเตรียมยกป้ายหมายเลขขึ้นเพื่อปิดเกมอย่างสง่างาม ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสด้ามไม้ ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องประมูลก็เปิดผางออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นหินอ่อนไม่ได้ดังกระโตกกระตาก แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันไปมองเป็นตาเดียวกัน
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ตัดกับเรือนผมสีดำสนิทที่รวบตึงไว้อย่างเนียบกริบ พิมพ์มาดาปรากฏกายขึ้นด้วยออร่าของความเยือกเย็นและเฉียบคม แววตาคู่สวยหลังกรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายความหอมหวานจางๆ ของวานิลลาและช็อกโกแลตแท้เกรดพรีเมียมลอยละลิ่วมาตามการเคลื่อนไหว ราวกับสัญลักษณ์เย้ยหยันอดีตสามีที่เคยบอกว่าเธอไม่มีวันก้าวขึ้นมาเทียบชั้นเขาได้
ธันวาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ปล่อยป้ายหมายเลขร่วงหล่นลงบนตักโดยไม่รู้ตัว
"หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาทค่ะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อของพิมพ์มาดา เธอยืนสง่านิ่งอยู่กลางโถงประมูล ชูหมายเลขในมือขึ้นสูง โดยมีทนายความส่วนตัวและผู้ช่วยยืนประกบซ้ายขวาอย่างจงรักภักดี
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นในห้องประชุม เสียงซุบซิบดังระงม เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเชฟขนมหวานเจ้าของร้านเบเกอรี่เล็กๆ อย่าง 'Pastry of Revenge' จะมีทุนหนาพอที่จะกระโดดลงมาเล่นในเกมสนามใหญ่ระดับร้อยล้านเช่นนี้
ธันวารemครามความโกรธเกรี้ยวและประหลาดใจไว้ไม่อยู่ เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความไม่เชื่อสายตา
*พิมพ์มาดา... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่เงาจางๆ ในบ้าน สลัดคราบแม่บ้านผู้แสนยอมจำนนทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?*
"พิมพ์มาดา! คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่?" ธันวาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาด้วยความฉุนเฉียว ลืมมารยาทในงานประมูลไปชั่วขณะ แรงอารมณ์พุ่งพล่านจนสันกรามขบเข้าหากันแน่น "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกทำขนมหวาน! กลับบ้านไปซะ... อย่ามาทำตัวน่าสมเพชแถวนี้"
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอหันมาสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าที่ไร้ค่าคนหนึ่ง
"น่าสมเพชเหรอคะคุณธันวา?" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คนที่กำลังยืนหน้าตาตื่นเพราะสิทธิ์การเช่ากำลังจะหลุดลอยไปจากมือ น่าจะคือคุณมากกว่านะคะ... อ้อ แล้วก็กรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ ตอนนี้ดิฉันมาในฐานะนักลงทุน ไม่ใช่ภรรยาเก่าที่คุณจะมาออกคำสั่งได้ตามใจชอบ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ธันวาหน้าชาดล ดั่งถูกตบกลางสาธารณชน ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้าย เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี เคยคิดว่าเธอจะไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ทว่าในวันนี้ หญิงสาวที่เขาเคยผลักไสกำลังใช้เงินและอำนาจที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา มาทุบทำลายความหวังสูงสุดของเขาต่อหน้าต่อตา
"คุณไม่มีทางสู้ราคาฉันได้หรอก ธันวา..." พิมพ์มาดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ น้ำเสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ดังก้องในใจเขา ราวกับเสียงกระซิบของยมทูต "ของขวัญชิ้นนี้... ฉันตั้งใจเอาคืนเพื่อชดเชยทุกหยดน้ำตาที่คุณเคยฝากไว้ให้ฉัน"
"หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาท... ครั้งที่หนึ่ง..." เสียงประธานกรรมการเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เรียติสติของธันวาให้กลับมาที่เดิม เขารีบหันกลับไปจะยกป้ายสู้ราคาเพื่อกู้หน้า
"หนึ่งร้อยแปดสิบล้านบาทค่ะ!" พิมพ์มาดาชิงตัดหน้าประกาศกร้าวขึ้นเสียก่อน พร้อมกับส่งสายตาท้าทายที่ไร้ความปรานีใดๆ
"หนึ่งร้อยแปดสิบล้านบาท... ครั้งที่สอง..."
ธันวารนราน กำปั้นทุบโต๊ะด้วยความคับแค้นใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม เงินสำรองของบริษัทเขาถูกใช้ไปเกือบหมดหน้าตักในโปรเจกต์อื่น หากแพ้การประมูลครั้งนี้... อาณาจักรธุรกิจของเขาพังทลายลงแน่!
"หนึ่งร้อยแปดสิบล้านบาท... ครั้งที่สาม... ขาย!"
*ปัง!*
เสียงค้อนเคาะประมูลดังขึ้น ตัดสินชะตากรรมของธันวาอย่างไร้เยื่อใย
ชัยชนะตกเป็นของพิมพ์มาดา เสียงปรบมือดังสนั่นห้อง รอยยิ้มแห่งความสะใจฉายชัดบนใบหน้าของเธอ ขณะที่ธันวายืนทรุดฮวบลง ขาแทบไม่เรี่ยวแรงจะยืนหยัดต่อ
ทว่า... ในจังหวะที่พิมพ์มาดากำลังจะหันหลังเดินไปเซ็นสัญญาอย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็สั่นครืดขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบแสดงข้อความจากพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน
*ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งกำลังถือตุ๊กตาหมี เดินจูงมืออยู่กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง... ใบหน้าคมคายละม้ายคล้ายคลึงกับธันวาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน*
และข้อความสั่นประสาทที่แนบมาด้วยทำเอาเลือดในกายของพิมพ์มาดาเย็นเฉียบ:
**"คุณพิมพ์คะ... แย่แล้วค่ะ มีผู้ชายคนหนึ่งมารับน้องภัทรที่โรงเรียน เขาบอกว่าเป็น... คุณพ่อ"**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้พิมพ์มาดากันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - **เมฆหมอกสีชมพู**
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 6
เมื่อศักดิ์ศรีถูกวางเดิมพัน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!