เสียงกระแทกของประตูร้าน 'Pastry of Revenge' ดังสนั่นจนกรอบกระจกใสสั่นระริก กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาและเนสดาร์กช็อกโกแลตที่อบอวลอยู่ภายในห้องครัว คล้ายจะถูกแผดเผาด้วยไอความร้อนคุกรุ่นจากโทสะของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวล้ำเข้ามา
พิมพ์มาดายังคงยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์หินอ่อน มือเรียวสวมถุงมือผ้ากำลังบรรจงใช้มีดปาดครีมสีขาวบริสุทธิ์บนหน้าเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอเยือกเย็นและมั่นคง ราวกับโลกภายนอกไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับสมาธิอันแน่วแน่ของเชฟสาวฝีมือเยี่ยมเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ใครคือผู้ชายที่ยืนหายใจหอบกระเส่าอยู่เบื้องหน้า
"พิมพ์... คุณทำบ้าอะไรลงไป!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งอยู่เสมอยามเอื้อnเอ่ย บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ ธันวาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืน สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงหายใจกระชั้นชิด เอกสารในมือหนายับยู่ยี่จากการถูกกำไว้แน่นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
พิมพ์มาดาวางมีดปาดครีมลงบนถาดสเตนเลสอย่างเชื่องช้า เธอลอกถุงมือออกทีละข้างด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... ไม่มีร่องรอยของความตกใจ ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว มีเพียงความราบเรียบที่เชือดเฉือนหัวใจคนมองยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"อ้าว คุณธันวา..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยทักทาย "ร้านเรายังไม่เปิดให้บริการสำหรับแขกไร้มารยาทที่บุกรุกเข้ามาทางหลังร้านหรอกนะคะ ถ้าต้องการซื้อขนม กรุณาต่อแถวหน้าร้านเหมือนลูกค้ารายอื่นค่ะ"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะ พิมพ์มาดา!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เอกสารนี่มันคืออะไร! โครงการประมูลที่ดินแปลงใหญ่ที่ภูเก็ต... ทำไมชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดถึงกลายเป็นบริษัทลับของต่างประเทศไปได้! แล้วไอ้รหัสลับบ้าๆ นั่น... คุณไปเอาสิทธิ์ในการถือครองหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นั้นมาจากไหน ทั้งที่มันควรจะเป็นของตระกูลอัครวรกุล!"
พิมพ์มาดายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่ทว่าเย็นชาเสียจนธันวาต้องสะท้านเฮือก เธอก้าวเดินช้าๆ ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ร่างอรชรในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทดูทรงพลังและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เธอยืนกอดอกมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดในชีวิตเพื่อปรนนิบัติรับใช้
"แปลกใจมากเหรอคะ?" พิมพ์มาดาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงบ้านๆ ที่วันๆ เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในครัว รอคอยเศษเงินและความสนใจจากคุณงั้นเหรอคะ คุณธันวา... คุณมองฉันผิดไปถนัดตาเลยนะ"
"คุณเอาเงินมาจากไหนไปซื้อหุ้นพวกนั้น! บริษัทคุณเพิ่งเปิดใหม่ ร้านขนมเล็กๆ นี่ไม่มีทางมีเงินทุนมหาศาลขนาดที่จะไปฮุบหุ้นบริษัทผมได้แน่!" ธันวาพยายามเค้นหาคำตอบ มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอด้วยความลืมตัว แต่พิมพ์มาดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"เงินเหรอคะ?" พิมพ์มาดาทวนคำ หัวسเราะในลำคอเบาๆ "คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าตอนที่เราหย่ากัน... คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเงินชดเชยค่าเสียเวลาชีวิตแต่งงานสามปีให้ฉันตั้งเท่าไหร่ เงินก้อนนั้นมันมากพอที่จะทำให้ผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งตั้งตัวได้ และมากพอที่จะซื้อ 'ความโลภ' ของคนใกล้ตัวคุณ... คนที่คอยคาบข่าววง내ของบริษัทคุณมาขายให้ฉันยังไงล่ะคะ"
ธันวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่รู้สึกราวกับมีค้อนเหล็กอันมหึมาทุบลงกลางศีรษะจนมึนงง "นี่คุณ... คุณวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย... ไม่สิ..." พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งและเนยปะทะเข้ากับนาสิกของธันวา แต่ทว่ามันช่างขมปร่าในความรู้สึก "ตั้งแต่คืนที่คุณพาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้านของเรา แล้วบอกให้ฉันเก็บกระเป๋าไสหัวออกไปในขณะที่ฉันกำลังร้องขอความเห็นใจจากคุณต่างหากล่ะคะ"
อดีตสามีหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ริมฝีปากหนาสั่นเทา ความทรงจำในคืนวันอันโหดร้ายย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพของภรรยาตัวเล็กๆ ที่ยืนน้ำตาอาบแก้มในคืนฝนตก ภาพที่เธอกอดเอกสารหย่าด้วยความสิ้นหวัง... ผู้หญิงคนเดิมในวันนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นปีศาจสาวผู้สง่างามที่กำลังถือมีดคอยเชือดคอเขาจากด้านหลังอย่างเลือดเย็น
"พิมพ์... ผมขอร้องล่ะ" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นเว้าวอน ธันวาลดตัวลงก้าวเข้าหาเธออีกครั้งด้วยแววตาที่เจ็บปวดร้าวราน "ถอนหุ้นนั่นออกไปซะ บริษัทกำลังจะพังพินาศ ถ้าโปรเจกต์ภูเก็ตหลุดมือไป ครอบครัวผมล้มละลายแน่... พิมพ์ เธอเห็นแก่ที่เราเคยรักกัน... เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา..."
"ความรักเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหัวسเราะออกมาเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ถูกกักเก็บไว้มาเนิ่นนาน "คุณยังมีหน้ามาพูดคำนี้อีกเหรอคะธันวา! วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน วันที่คุณโยนเศษเงินใสหน้าฉันเหมือนฉันเป็นเศษสวะ คุณเคยนึกถึงคำว่า 'เคยรักกัน' บ้างไหม!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ภายในร้านชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของธันวาที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาตามตัว จะมีเขี้ยวเล็บคมกริบซ่อนอยู่ และพร้อมจะขย้ำเขาให้จมดินได้ในเวลาอันสั้น
"ผมสำนึกผิดแล้ว... พิมพ์" ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าอดีตภรรยา "ผมยอมรับว่าผมเลว ผมโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าของเธอ... แต่ได้โปรด เถอะนะ ยกโทษให้ผมสักครั้ง ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป... เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ พิมพ์"
ร่างสูงคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปหมายจะแตะชายผ้ากันเปื้อนของเธอ แต่นิ้วเรียวกลับถอยร่นหนีอย่างไม่ไยดี พิมพ์มาดาก้มมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยบูชาดั่งเทพเจ้า แต่บัดนี้เขากลับหมอบราบคาบแก้วแทบเท้าของเธอ
"การเริ่มต้นใหม่เหรอคะ?" พิมพ์มาดาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เย็นเยือกราวดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "เสียใจด้วยนะคะธันวา... ขนมเค้กชิ้นนี้ อบเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ และรสชาติของมัน... ขมปร่าจนเกินกว่าที่คุณจะกลืนมันลงท้องได้แล้วล่ะค่ะ"
ธันวานั่งคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายชาวาบไปหมด เขารู้แล้วว่าต่อให้เขาคุกเข่าขอร้องจนเลือดตาไหล พิมพ์มาดาคนเดิมได้ตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่วันที่เขาผลักไสเธอออกไปแล้ว
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นเบาๆ... *กรุ๊งกริ๊ง*
พิมพ์มาดาชะงักเล็กน้อย เธอดึงสายตาออกจากอดีตสามีแล้วหันไปมองทางประตูกระจกหน้าร้าน ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสามขวบในชุดเอี๊ยมสีฟ้าสดใสกำลังวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในร้าน พร้อมกับถุงกระดาษใส่ขนมในมือเล็กๆ
"หม่าม้าฮะ! ปะป๊า... เอ้ย ลุงคนนั้นทำไมมานั่งร้องไห้บนพื้นล่ะฮะ หน้าตาตลกจังเลย!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ธันวาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ หันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นแบบนั้น... มันคือเงาของเขาเอง!
พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย มือเรียวที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อธันวาหันขวับมามองหน้าเธอสลับกับเด็กชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดและคำถามนับพันที่ระเบิดขึ้นในหัว!
"พิมพ์..." ธันวาเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง "เด็กคนนี้... ลูกใคร?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความดราม่าเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 10
มื้อค่ำที่ขมปร่า
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!