“ถ้าคุณอยากได้หัวใจของธันวาคม กรุ๊ป เพื่อเอาไปวางบนพานให้เขากระอักเลือดเล่น ดีลนี้เรามีข้อตกลงที่วิน-วินทั้งคู่ค่ะ คุณพิมพ์มาดา”
กลิ่นหอมกรุ่นของเอสเปรสโซ่เข้มข้นในร้านกาแฟหรูใจกลางเมืองไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตัวมุมเงียบสงบลงเลยแม้แต่น้อย พิมพ์มาดาประสานนิ้วเรียวงามวางบนโต๊ะ แววตาของเธอราบเรียบดุจผิวน้ำที่ซ่อนพายุหมุนไว้เบื้องล่าง เธอมองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่ธันวาเกลียดเข้าไส้ที่สุดอย่าง ‘คุณอัครเดช’
“ฉันไม่ได้อยากทำลายแค่ธุรกิจของเขาค่ะคุณอัครเดช” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “ฉันต้องการให้เขาเห็นสิ่งที่เขาเคยทิ้งขว้างไป... แล้วค่อยๆ ขาดใจตายไปกับความเสียดายที่ไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้”
อัครเดชเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องหญิงสาวที่เขาเคยประเมินต่ำไป “น่าสนใจ... ผมได้ยินข่าวลือมาว่าเชฟสาวเจ้าของร้าน ‘Pastry of Revenge’ มีดีมากกว่าแค่ฝีมือการทำมาการอง แต่ไม่คิดว่าจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ธันวามันประมาทเกินไปที่คิดว่าอดีตภรรยาที่เคยเชื่อฟังเขาทุกอย่างจะเป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตไปตลอดกาล”
“ตุ๊กตาตัวนั้นพังไปตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตสมรสไปเพื่ออำนาจค่ะ” พิมพ์มาดาแค่นยิ้มที่มุมปาก “ตอนนี้ฉันเป็นเพียงแม่ค้าขนมหวานที่พร้อมจะหยิบยื่น ‘ยาพิษ’ ที่หวานล้ำที่สุดให้เขาลิ้มลอง”
บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะเมื่อพนักงานนำเค้กที่เธอสั่งมาเสิร์ฟ พิมพ์มาดาใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตัดเนื้อเค้กมูสช็อกโกแลตเข้มข้น รสสัมผัสที่ขมปร่าผสมหวานละมุนคล้ายกับชีวิตของเธอในช่วงนี้ไม่มีผิด อัครเดชหยิบเอกสารลับเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์โปรเจกต์ใหญ่ที่ธันวากำลังจะปิดดีลในสัปดาห์หน้าออกมาวางไว้ตรงหน้าเธอ
“ถ้าคุณช่วยส่งเอกสารลับชุดนี้เข้าสู่ตลาดมืดก่อนงานแถลงข่าวเพียงสองวัน ธันวาจะไม่มีทางตั้งตัวได้ทัน และโครงการนั้นจะกลายเป็นหินถ่วงน้ำที่ฉุดให้หุ้นของเขาร่วงกราวรูด” อัครเดชโน้มตัวเข้ามาใกล้ “คุณจะได้เห็นเขาคุกเข่าต่อหน้าคนทั้งประเทศ... นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ส่วนคุณ... คุณก็จะได้เห็นเขาสูญเสียสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญกว่าคุณไปเสียที”
พิมพ์มาดามองดูเอกสารชุดนั้น แววตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงใบหน้าของธันวาในยามที่เขาอวดดี แต่ความเจ็บปวดในอดีตที่เขาเคยฝากไว้เป็นเหมือนเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้หัวใจของเธอเย็นชาเกินกว่าจะรู้สึกสงสาร
“ตกลงค่ะ” เธอตอบสั้นๆ “แต่ดิฉันมีเงื่อนไขเดียว คือห้ามเปิดเผยตัวตนของดิฉันในฐานะผู้ส่งข้อมูลนี้ จนกว่าดิฉันจะอนุญาตให้เขาได้รู้ว่า... ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้”
“ดีลครับ” อัครเดชยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาส่งสัญญาณการเป็นพันธมิตร “ขอให้ความแค้นนี้รสชาติหอมหวานสมชื่อร้านของคุณนะครับ คุณพิมพ์มาดา”
หลังจากแยกจากอัครเดช พิมพ์มาดากลับมาที่ร้านของเธอด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอเดินเข้าไปในห้องครัวที่เงียบสงัด แสงไฟสลัวสะท้อนกับอุปกรณ์ทำขนมที่เป็นเสมือนอาวุธคู่ใจ ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับแผนการ แต่แล้วเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นในช่วงเวลาใกล้ปิดร้านก็ทำให้เธอชะงัก
เธอก้าวออกมาหน้าร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอคุ้นเคยกับเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูร้านนั่นดี... ธันวา
เขาดูโทรมลงกว่าครั้งล่าสุดที่เจอกัน ดวงตาที่เคยคมปลาบดุดันกลับดูอ่อนล้า แต่ยังมีประกายความดื้อรั้นที่เธอนึกเกลียดจับใจ
“ดึกขนาดนี้แล้ว คุณมาทำอะไรที่นี่คะคุณธันวา?” พิมพ์มาดาถาม เสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่าตกใจ
ธันวาไม่ตอบ แต่เขากลับก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ราวกับจะค้นหาบางอย่าง “ผมแค่... อยากลองกินขนมที่ร้านนี้ดูบ้าง เห็นคนเขาร่ำลือกันนักว่ารสชาติมัน ‘ถึงใจ’ และมีเสน่ห์เหลือเกิน”
“ที่นี่ไม่มีขนมสำหรับคนไร้หัวใจหรอกค่ะ เชิญออกไปดีกว่านะคะ” พิมพ์มาดาหันหลังให้เขา เตรียมจะเดินกลับเข้าครัว แต่ธันวากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“พิมพ์... ผมรู้ว่าผมทำเลวไว้มาก แต่ทุกคืนที่ผมหลับตา ผมมักจะเห็นหน้าคุณ... หน้าของคุณในวันที่เรายังเริ่มต้นกันใหม่ๆ ผมไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของผมถึงได้รู้สึกโหวงเหวงเหมือนมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ไม่มีเงินก้อนไหนถมเต็มได้”
พิมพ์มาดาสะบัดมือเขาออกอย่างแรง สายตาที่เธอส่งไปให้เขานั้นช่างเย็นเยียบจนธันวาสะท้าน “ความรู้สึกนั้นเรียกว่า ‘ความว่างเปล่า’ ค่ะธันวา ซึ่งมันเป็นสิ่งเดียวที่คุณสมควรจะได้รับจากฉัน... และจำไว้ว่า ต่อให้คุณจะทำหน้าตาน่าสงสารแค่ไหน สิ่งที่คุณจะได้จากฉันในวันนี้และวันหน้า ก็มีเพียงความเย็นชาเท่านั้น”
ธันวามองตามหลังเธอไป แววตาของเขาสะท้อนความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความหยิ่งผยอง เขาเดินออกมาจากร้านด้วยความหงุดหงิดในหัวใจ แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นรถหรู สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางลืมไว้บนโต๊ะใกล้ประตูทางออก... เป็นกรอบรูปใบเล็กที่ทำจากไม้โอ๊คเก่าๆ
เขาเดินย้อนกลับไปหยิบมันขึ้นมา หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพถ่ายในกรอบนั้น... เป็นภาพของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับเป็นพิมพ์เดียวกัน กำลังยิ้มแป้นอยู่ในอ้อมกอดของพิมพ์มาดาที่สนามบินแห่งหนึ่ง
มือของธันวาสั่นระริกขณะที่ภาพในกรอบนั้นเริ่มพร่ามัวเพราะหยดน้ำตาที่เขาไม่รู้ตัวว่ามันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงประตูร้านเปิดออกอีกครั้ง พิมพ์มาดาก้าวออกมาและเห็นเขากำลังถือกรอบรูปนั้นอยู่พอดี ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นตระหนกสุดขีด
“วางมันลงเดี๋ยวนี้!” เธอแผดเสียงลั่นร้าน ก่อนจะพุ่งตรงมาเพื่อจะแย่งของสำคัญคืน
ธันวาชูภาพนั้นขึ้นสูง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและเจ็บปวดระคนกัน “เด็กคนนี้... พิมพ์... เด็กคนนี้เป็นใคร? ทำไมหน้าตาเขาถึงได้เหมือนผม... เหมือนผมตอนเด็กไม่ผิดเพี้ยนแบบนี้!”
พิมพ์มาดาหยุดชะงัก ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน เธอรู้ดีว่าเกมที่วางไว้อาจพังทลายลงในวินาทีนี้... หรือไม่ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดที่เธอจะมอบให้เขาได้เชยชม
"เมฆหมอกสีชมพู" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับความแค้นของเชฟสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครนะคะ!
เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 12
พันธมิตรผู้ไม่คาดคิด
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!