เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน•ตอนที่ 15

กำแพงที่ไม่มีวันทะลาย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมหวานของวานิลลาแทดากัสการ์และเนยสดชั้นดีที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวในยามนี้ กลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งขับเน้นความอึดอัดและแรงกดดันจนแทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจดวงโตหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยของเด็กหญิงตัวน้อยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากหลังร้าน... ดวงตาคู่เดียวกับที่เขาเห็นในรูปถ่ายบนหน้าจอโทรศัพท์ ดวงตาที่ถอดแบบมาจากโครงหน้าของเขาเองราวกับถูกแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน! "คุณแม่คะ ลายเค้กชิ้นนี้..." เสียงใสแจ๋วราดรดลงกลางความเงียบงันราวกับน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้าชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกันเปื้อนสีชมพูอ่อนเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะขยับเข้าไปหลบหลังร่างโปร่งของพิมพ์มาดาอย่างสัญชาตญาณ มือเล็กๆ กำชายกระโปรงของมารดาไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววหวาดระแวงยามจ้องมองผู้ชายแปลกหน้าเนื้อตัวสั่นเทาที่ยืนขวางทางอยู่ ธันวารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าว มือหนาที่เคยหยิบจับเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากหยักอ้าค้าง พยายามจะเปล่งเสียงออกมาสักคำ แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ นี่... นี่คืออะไรกัน? เด็กผู้หญิงคนนี้คือใคร ทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนเขาราวกับเป็นเงาสะท้อนในกระจกตอนเด็กขนาดนี้? และที่สำคัญที่สุด... ทำไมเด็กคนนี้ถึงเรียกพิมพ์มาดาว่า "แม่" ได้อย่างสนิทปากเช่นนั้น? คำถามนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองที่ปั่นป่วนจนแทบระเบิด ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นและความสำเร็จของร้าน 'Pastry of Revenge' เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในความคิดอย่างช้าๆ ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ธันวาหันขวับกลับมามองอดีตภรรยา ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเค้นแค้น ระคนความตกใจสุดขีด เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน ก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก "พิมพ์... นี่มันหมายความว่ายังไง?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิด พิมพ์มาดายังคงยืนนิ่งสงสงบ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลย มันคือรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอมักจะใช้ต้อนรับลูกค้า V.I.P. ที่เธอไม่ได้ใส่ใจ หญิงสาวก้มลงลูบศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบเบาๆ "น้องรัน ลูกรัก... เข้าไปรอแม่ข้างในก่อนนะจ๊ะ คนแปลกหน้าคนนี้ เดี๋ยวแม่จัดการเองค่ะ" เด็กหญิงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเหลือบมองธันวาด้วยหางตาอีกครั้งแล้วเดินหายลับกลับเข้าไปหลังร้าน ทิ้งให้ผู้ชายที่เคยคิดว่าตนเองกุมชะตาชีวิตของคนอื่นไว้ในมือ ต้องยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของความมั่นใจทั้งหมดที่มี ทันทีที่ประตูปิดลง พิมพ์มาดาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดเฉือนหัวใจคนที่เคยเหยียบย่ำเธอให้แหลกคาเท้า "ตกใจมากเลยเหรอคะ คุณธันวา?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยน้ำเยียบเย็น ไร้ซึ่งเยื่อใย "เด็ก... เด็กคนนั้น..." ธันวาชี้มือไปทางหลังร้าน เสียงสั่นระริก "ลูกของใคร? พิมพ์... ลูกของเธอกับใคร... หรือว่า..." เขาหยุดชะงักไปเมื่อสมองเริ่มประติดประต่อเรื่องราวในอดีต วันที่เธอยื่นใบหย่าให้ วันที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และช่วงเวลาที่ผ่านพ้นมา "ลูกของฉัน... ใช่ไหม? เด็กคนนั้นคือลูกของเราใช่ไหมพิมพ์!" เสียงตะคอกด้วยความตระหนกดังลั่นร้าน แต่พิมพ์มาดาไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือน เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางที่สง่างามและเย่อหยิ่งเสียยิ่งกว่าตัวเขาในอดีต "เพิ่งฉลาดขึ้นมาตอนนี้เหรอคะ? น่าเสียดายจังนะคะที่มัน... สายไปเสียแล้ว" คำพูดนั้นราวกับมีตอกเหล็กตอกย้ำลงกลางใจ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ ภาพในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ ช่วงเวลาที่เขาเคยผลักไสเธออย่างไร้ความปรานี ช่วงเวลาที่เธอเคยอ้อนวอนขอความรักจากเขา แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชาและการดูแคลน "ทำไม..." ธันวาเค้นเสียงถาม หยดน้ำใสๆ ไหลรินลงมาตามแก้มสากโดยที่เขาไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดมัน "ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน... ทำไมเธอถึงเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ทำไมถึงใจร้ายกับฉันขนาดนี้ พิมพ์!" "ใจร้าย?" พิมพ์มาดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขมขื่นที่สะสมมานานแรมปี เธอก้าวเข้าไปประชิดอดีตสามีทีละก้าว สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณกล้าใช้คำว่า 'ใจร้าย' กับฉันด้วยเหรอคะ คุณธันวา? ลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้าง วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราไปกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณ วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา... วันนั้น คุณเรียกว่าอะไรคะ? ความเมตตาอย่างนั้นเหรอ!" ถ้อยคำแต่ละคำพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมบาดลึก ธันวารู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ เขาจำได้... เขาจำคำพูดใจร้ายเหล่านั้นได้ขึ้นใจ ทุกประโยคที่เขาเคยเอ่ยออกไปอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาเองอย่างสาสม "วันนั้นที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี คุณเคยคิดไหมคะว่าสักวันหนึ่ง คุณจะต้องมานั่งคุกเข่าร้องขอความเห็นใจจากฉันแบบนี้? คุณเคยคิดไหมว่าเวรกรรมมันมีจริง!" พิมพ์มาดายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่คลอหน่วยออกอย่างรวดเร็ว เธอปฏิเสธที่จะอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สอง ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาพังทลายลงในพริบตา "ใช่ค่ะ... เด็กคนนั้นคือลูกของคุณ ลูกสายเลือดแท้ๆ ของคุณที่คุณเคยผลักไสและคิดจะทำลายมันด้วยซ้ำ แต่ความจริงที่น่าสมเพชยิ่งกว่าก็คือ... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตคุณในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนที่ถอนตัว บริษัทอสังหาฯ ที่กำลังจะล้มละลาย หรือแม้กระทั่งความพินาศย่อยยับที่คุณกำลังเผชิญอยู่..." หญิงสาวหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งชัยชนะอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ฝีมือฉันเองค่ะ... ฉันเป็นคนจัดฉากทุกอย่าง เพื่อให้คุณได้ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต... เหมือนที่ฉันเคยสูญเสียมาแล้ว!" ธันวาสะท้านเฮือก ร่างกายชาวาบไปหมด เขามองหน้าอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกตะลึง หวาดกลัว และ... รู้สึกผิดจนแทบอยากจะตายไปเสียตรงนั้น ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่อ่อนแอและไม่มีพิษภัยคนนี้ แท้จริงแล้วคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความล่มจมทั้งหมดของเขา! "เธอ... เธอทำแบบนี้ทำไม พิมพ์..." เขาละล่ำละลักถาม น้ำตาไหลอาบหน้าอย่างไร้ฟอร์ม "เพราะฉันต้องการทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองยังไงล่ะคะ" พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "และจำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะคุณธันวา... ต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอน หรือเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดมากองตรงหน้าฉัน มันก็ไม่มีวันซื้อความรู้สึกที่ตายไปแล้วของฉันกลับคืนมาได้หด... กำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นคุณกับลูก มันไม่มีวันทะลายลงไปได้เด็ดขาด!" พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินกลับเข้าไปหลังร้านเพื่อทิ้งให้เขาจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังตามลำพัง แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเท้าพ้นจากตรงนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "ขอโทษนะครับ... พอดีผมมาส่งเอกสารสำคัญตามที่คุณพิมพ์มาดานัดไว้... เอ๊ะ! คุณธันวา?" ธันวาหันขวับไปมองตามเสียงเรียกด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลเรียบร้อยก้าวเข้ามาในร้าน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ... ชายหนุ่มที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็น "ทนายความมือหนึ่ง" ของบริษัทคู่แข่งคนสำคัญ ที่กำลังจะซื้อกิจการของเขาในราคาถูกแสนถูก! พิมพ์มาดาชะงักฝีเท้าลง หันกลับมามองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มหวานหยด... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการร้ายกาจที่พร้อมจะปิดฉากชีวิตของธันวาลงอย่างถาวรในค่ำคืนนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความเจ็บปวดนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับอดีตสามีที่อยากชิมรสรักคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%