เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 9

สายเปย์แบบงงๆ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและชีสที่อบจนเยิ้มกำลังลอยฟุ้งตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยตัวใหญ่ที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยกองแบบแปลนและแท็บเล็ตแสดงผลงานสามมิติ ตอนนี้กลับถูกยึดครองด้วยกล่องอาหารหรูหราจากภัตตาคารฝรั่งเศสชื่อดังไม่ต่ำกว่าห้ากล่อง รินรดากระพริบตาปริบๆ มองสเต็กเนื้อวากิวออสเตรเลียความสุกระดับมีเดียมแรร์ที่ถูกจัดวางอย่างประณีตในจานกระเบื้องเคลือบราคาแพง ซึ่งถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าเธออย่างไร้ปี่มีขลุ่ย มือบางที่เพิ่งละจากการรัวคีย์บอร์ดแก้โมเดลรอบที่แปดหยุดชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่หลังโต๊ะ "มองอะไรคะคุณอินฟลูเอนเซอร์ หรือว่าสเปกงานที่แก้รอบนี้มันทำให้สายตาพร่ามัว จนมองไม่เห็นว่าอะไรคืออาหารของมนุษย์?" ธันวาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทตามเอกลักษณ์ ปากคอเราะรายไม่เคยเปลี่ยน แต่ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไหววับอย่างน่าสงสัย เขายกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อยเพื่อซ่อนอาการประหม่าที่แสดงออกทางกายภาพไม่เนียนเอาเสียเลย "นี่คุณธันวา..." รินรดากดเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเอาอะไรมาให้ฉันกินเนี่ย? แล้วทำไมต้องชุดใหญ่ขนาดนี้ ฉันบอกตอนไหนว่าหิว?" "ไม่ได้หิวค่ะ แต่สมองคุณมันกำลังจะตีบตันเพราะขาดสารอาหาร ซึ่งถ้าโปรเจกต์นี้พังเพราะอินฟลูเอนเซอร์สมองฝ่อทำงานไม่ทันเดดไลน์ คนที่ซวยคือบริษัทฉัน และฉันไม่ยอมให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาสิบปีต้องมาพังเพราะคนดื้อรั้นอย่างคุณหรอกนะคะ" ธันวาตอบกลับทันควัน เสียงทุ้มต่ำรัวเร็วกัดกินใจแบบไม่เปิดช่องให้เธอเถียง "ปากร้ายชะมัด!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นปลุกกระเพาะอาหารของเธอให้ส่งเสียงประท้วงเบาๆ "ปากบอกว่ากลัวบริษัทพัง แต่สั่งของโปรดฉันมาซะครบเซ็ตแบบนี้... อย่าบอกนะว่าจำได้ว่าฉันชอบกินอะไรจากสตอรี่ไอจีเมื่อสามเดือนก่อน?" ธันวาสะดุ้งไปนิดหนึ่ง—แค่นิดเดียวจริงๆ แต่สายตาคมกริบของรินรดาก็จับพิรุธนั้นได้ทันที สถาปนิกหนุ่มเสมองไปทางอื่น กระแอมไอเบาๆ สองทีเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งตามฟอร์ม "อย่าหลงตัวเองค่ะคุณรินรดา ฉันแค่ให้เลขาเช็คประวัติพาร์ทเนอร์ร่วมงานทุกคน เพื่อความราบรื่นในการทำงาน ไม่มีใครเขาว่างมานั่งจำสตอรี่ไร้สาระของคุณหรอกนะ" "เหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบด เอกลักษณ์เฉพาะตัวของธันวาที่เธอมักจะเผลอใจสั่นทุกครั้งที่ได้กลิ่น เธอเอียงคอมองเขาด้วยสายตาท้าทาย "ถ้าไม่ได้จำ...แล้วทำไมในนี้ไม่มีส่วนผสมของเห็ดแชมปิญองที่คุณรู้ว่าฉันแพ้ล่ะคะ แถมยังมีซอสทรัฟเฟิลสูตรพิเศษที่ต้องสั่งจองล่วงหน้าสามวันอีกต่างหาก" ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบหันกลับมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววรู้ทัน เขาอ้าปากจะเถียงแต่ก็เหมือนคำพูดมันติดอยู่ที่ลำคอ ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งคู่ บรรยากาศอบอวลด้วยความร้อนรุ่มที่ไม่ได้มาจากอาหารบนโต๊ะ แต่มาจากแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งสองเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว "กินเข้าไปซะค่ะ ก่อนที่อาหารมันจะหายร้อนแล้วคุณจะไม่มีแรงมาเถียงฉัน" ธันวาเลือกที่จะตัดบทด้วยการดันจานสเต็กเข้ามาใกล้เธออีกนิด ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่อจางๆ ที่ใบหู แม้เขาจะพยายามตีสีหน้าเย็นชาแค่ไหน แต่ความ "สายเปย์แบบงงๆ" ที่โป๊ะแตกออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็ฟ้องชัดเจนว่าพ่อหนุ่มสถาปนิกปากจัดคนนี้กำลังพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มของเธอเข้าให้แล้ว รินรดาทรุดตัวลงนั่งตามเดิม รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอยกส้อมขึ้นมาตักชิ้นเนื้อเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างอารมณ์ดี ขณะที่ดวงตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ "อร่อยนะคะ..." เธอจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า "อร่อยจนสงสัยว่านี่คือสวัสดิการพาร์ทเนอร์ หรือว่า... อาหารมื้อเย็นจากว่าที่แฟนคลับเบอร์หนึ่งกันแน่คะคุณธันวา?" ธันวาตวัดสายตาคมกริบมามองทันที เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความหมั่นไส้ "หลงตัวเองเบอร์นี้ ระวังตกลงมาหัวฟาดพื้นไม่รู้ด้วยนะคะ คุณรินรดา!" ทว่า ในจังหวะที่ธันวาเตรียมจะหันหลังเดินหนีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดจนควบคุมไม่อยู่ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูลื่นจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด... "อ้าว ธันวา! ฉันเอาเอกสารเบิกงบส่วนต่อเติมมาให้... อุ๊ย ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย?" เสียงหวานใสของ 'คีย์' เพื่อนสนิท (และคู่แข่งคนสำคัญ) ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ระบายอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตากวาดมองโต๊ะอาหารหรูหราตรงหน้าสลับกับท่าทางพิกลพิการของธันวาและรินรดาอย่างรู้ทัน รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รีบวางส้อมในมือลงทันที ขณะที่ธันวาหน้าตึงขึ้นมาในฉับพลัน บรรยากาศที่กำลังหวานชื่นและชวนจิกหมอนเมื่อครู่ พลิกผันกลายเป็นสงครามประสาทขนาดย่อมในเสี้ยววินาที ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%