“คุณนี่มัน... จุ้นจ้านเกินขอบเขตงานไปไกลโขแล้วนะคุณธันวา”
เสียงหวานที่มักจะเชิดรั้นใส่เขาเสมอในยามปกติ กลับสั่นพร่าและเจือร่องรอยความเปราะบางที่รินรดาพยายามปิดบังไว้อย่างสุดความสามารถ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของเซฟเฮาส์ยามวิกาลอบอวลไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวเคล้ากับกลิ่นกาแฟดำกรุ่นจางๆ บนโต๊ะ ร่างบางในชุดลำลองสบายตานั่งกอดอกแน่น เปลือกตาคู่สวยหลุบต่ำลงเพื่อหลบซ่อนประกายไหววับในดวงตาที่ฟ้องว่าเธอกลังพยายามอย่างหนักหน่วงแค่ไหนในการควบคุมสติอารมณ์
ธันวาหยุดมือจากการจรดปากกาลงบนกระดาษแปลนบ้าน สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขายังจำภาพเมื่อครู่ได้ดี—ภาพที่รินรดาเผลอหลุดสะอื้นออกมาเบาๆ ขณะกำลังเคลียร์เอกสารงบประมาณการตกแต่ง จนกระทั่งเขาเอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามประสาคนปากร้ายเพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวายใจของตัวเอง แต่กลายเป็นว่าคำพูดจิกกัดเหล่านั้นกลับไปสะกิด ‘แผลเป็น’ ในใจของเธอเข้าอย่างจัง
“ผมไม่ได้จุ้นจ้าน” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับอ่อนลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ก้าวขายาวๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวยาวฝั่งที่เธอนั่งอยู่ “แต่ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์นี้ ผมมีสิทธิ์รับรู้ว่าอะไรกำลังรบกวนสมาธิคุณ จนทำให้งานออกแบบดีๆ พังไม่เป็นท่า... รินรดา คุณกำลังทำโปรเจกต์ของผมเสียหาย”
“ถ้างานมันจะพังเพราะฉันไม่มีสมาธิ คุณก็ไล่ฉันออกสิคะ!” รินรดาเงยหน้าขึ้นมาปะทะสายตา ทว่าหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตาคู่สวยกลับทำให้ประโยคท้าทายนั้นขาดความน่าเชื่อถือไปสิ้นเชิง เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก “คุณคิดว่าฉันอยากเป็นแบบนี้เหรอคะ? คุณคิดว่าฉันอยากตื่นมาแล้วต้องแบกความคาดหวังบ้าๆ ของคนพวกนั้นไว้บนบ่าทุกวันเหรอ!”
หัวใจของธันวากระตุกวูบ ปากที่มักจะเตรียมหาคำพูดเจ็บแสบมาโต้ตอบกลับถูกผนึกแน่นด้วยความเงียบ เขารู้ดีว่าอินฟลูเอนเซอร์สาวคนนี้มีภาพลักษณ์ที่ดูมั่นอกมั่นใจ เปรี้ยว เฉี่ยว และพร้อมฟาดฟันกับทุกคนบนโลกโซเชียล แต่เบื้องหลังรอยยิ้มมั่นใจและยอดผู้ติดตามหลักล้าน กลับมีโซ่ตรวนเส้นมหึมาที่ชื่อว่า ‘ครอบครัว’ ล่ามไว้
“แม่โทรมาอีกแล้วใช่ไหม” ธันวาถามเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงที่เคยเยียบเย็นกลับเจือกระแสความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พลางเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสที่สะท้อนเงาของเธอเอง “ท่านไม่ได้แค่โทรมาค่ะ... ท่านส่งลิงก์บทความของลูกสาวเพื่อนสนิทที่เพิ่งแต่งงานกับนักธุรกิจใหญ่มาให้ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า *‘ดูพี่เขาไว้บ้างนะริน โตจนป่านนี้แล้วยังสร้างความมั่นคงให้ชีวิตไม่ได้ ต้องมาเร่ขายไอเดียแต่งบ้านไปวันๆ น่าอายชะมัด’*”
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพมารดาผู้เพียบพร้อมในความทรงจำของเขาซ้อนทับกับเรื่องราวที่ได้ยิน โลกของคนอีโก้สูงและยึดติดกับหน้าตาทางสังคมช่างน่ารังเกียจ และเขารู้ซึ้งดีว่ามันกัดกินจิตใจคนฟังมากแค่ไหน
“ท่านไม่เคยเห็นว่าสิ่งที่ฉันทำมันมีค่าเลยค่ะคุณธันวา” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือเรียว รินรดายกมือขึ้นปาดมันออกอย่างลวกๆ ด้วยความหยิ่งทะนง “ต่อให้ฉันจะมีชื่อเสียงแค่ไหน มีเงินเก็บเท่าไหร่ในบัญชี หรือเหนื่อยแทบตายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง... ในสายตาของพวกท่าน ฉันก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงล้มเหลวคนเดิม ที่ไม่เคยทำอะไรได้ดั่งใจหวัง”
สถาปนิกหนุ่มยืนมองหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาดเจ้านายปากจัด กำลังพังทลายลงทีละน้อย ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งช่องว่าง มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือบางที่กำลังกำเข้าหากันแน่นไว้ รั้งให้เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
“ปล่อยนะคะ...” รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี แต่แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงกลับทำให้เธอทำได้เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาสสียใจ
“ฟังผมนะรินรดา” ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม ทว่านัยน์ตาคมกริบกลับฉายแววความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง “คนที่มองไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณ... คือคนตาบอดที่ไม่สมควรแม้แต่จะได้รับรอยยิ้มจากคุณด้วยซ้ำ”
“คุณธันวา...”
“ถ้าครอบครัวของคุณมันเฮงซวยนัก ก็ไม่ต้องไปสนใจ” ธันวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและจริงจังจนน่าใจหาย นิ้วเรียวยาวอีกข้างเอื้อมขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มนวลเนียนอย่างทะนุถนอม โดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำกิริยาที่อ่อนหวานเกินกว่าฐานะเจ้านายและลูกน้อง “จำใส่สมองเอาไว้... ว่าผลงานที่คุณสร้าง ที่คุณเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่นี่ มันมีค่ามหาศาลในสายตาของผม... และถ้าพวกเขารักคุณไม่เป็น ผมจะเป็นคนรักคุณแทนให้ดูเอง”
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็ง ชั่ววินาทีนั้นลมหายใจของทั้งคู่ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากจัดและเย็นชาที่สุดในสามโลก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่ปาดน้ำตาให้เธอเมื่อครู่กำลังแผดเผาความรู้สึกอ้างว้างในใจจนมลายหายไปสิ้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูห้องทำงานผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่คิดจะเคาะขออนุญาตสักนิด พร้อมกับร่างสูงโปรดของคีย์ เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจ ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
“เฮ้ยธันวา! แย่แล้ววะ... ดีไซน์แบบแปลนโปรเจกต์ใหม่โดนคนวงในก๊อปปี้ไปปล่อยลงเว็บคู่แข่งแล้ว!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน “กำมะหยี่สีแดง” เสมอมานะคะ ❤️
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 8
แผลเป็นในใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!