เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 11

คำเตือนจากเพื่อนสนิท

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถ้าผมไม่มีใครเอา... คุณกล้าพอที่จะรับผิดชอบชีวิตผมไปตลอดชีวิตไหมล่ะครับ?” ประโยคคำถามท้าทายที่ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ กลั่นตัวเป็นความเงียบงันที่เปี่ยมไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตระหว่างคนทั้งคู่ ธันวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อหลังจากโยนระเบิดลูกนั้นใส่ความรู้สึกของรินรดา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคู่นั้นจดจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำอย่างได้ใจ เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ... ไฟที่พร้อมจะแผดเผาภาพลักษณ์ ‘สถาปนิกผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจ’ ของเขาให้มอดไหม้เป็นจุล แต่แปลกเหลือเกินที่เขากลับไม่รู้สึกเสียดายสักนิด ในขณะที่หัวใจดวงน้อยของรินรดากำลังเต้นรัวระคนสับสนจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิตเธอจากสถานการณ์อันตราย ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเออนุญาต ร่างโปร่งสูงของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบเฉียบก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพรายที่เคลือบความเจ้าเลไว้เต็มเปี่ยม... คีย์ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (ในแง่ของการเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ) และผู้กุมความลับทุกอย่างของธันวา “อุ๊ย... ผมขัดจังหวะดินแดนแห่งความหวานอะไรกันอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย?” คีย์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาเรียวรีมองสลับระหว่างธันวาที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ กับรินรดาที่รีบถอยหลังกรูดเว้นระยะห่างจากโต๊ะทำงานทันทีราวกับคนทำ ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกภายในเสี้ยววินาที “ถ้าว่างมากนัก มึงควรเอาเวลาไปตรวจแบบแปลนโครงการคอมมูนิตี้มอลล์โซน B ไม่ใช่มาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน คีย์” “โห... ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สมแล้วที่ยังไม่มีใครเอา” คีย์ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน เดินน่องเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังรับแขกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มเป็นมิตรให้หญิงสาว “สวัสดีครับคุณรินรดา ผมคีย์นะครับ... เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ เอ้ย เพื่อนสนิทของนายธันวาจอมปากจัดคนนี้ครับ” “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคีย์” รินรดาคลี่ยิ้มรับตามมารยาท แม้ในใจจะแอบเห็นด้วยกับคำว่า ‘ปากจัด’ ของอีกฝ่ายแบบเต็มร้อย “ผมขอตัวไปตรวจดูความเรียบร้อยโซนห้องครัวก่อนนะคะ พอดีมีบรีฟเพิ่มเติมกับช่างบิ้วอินนิดหน่อย” เธอยกเอกสารในมือขึ้นอ้างเพื่อหลบหนีจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ สายตาเหลือบมองธันวาแวบหนึ่งโดยไม่กล้าสบตาตรงๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินเลี่ยงออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้เพื่อนรักสองคนเผชิญหน้ากันในบรรยากาศที่อุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น คีย์หุบยิ้มเล่นๆ บนใบหน้า เปลี่ยนเป็นแววตาทรงภูมิและจริงจังขึ้น เขานั่งไขว่ห้างประสานมือมองเพื่อนสนิทที่กำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารบนโต๊ะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มึงกำลังเล่นเกมอะไรอยู่, ธันวา” ปลายปากกาในมือของสถาปนิกหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะจรดลงไปต่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง “เกมอะไร กูไม่ได้เล่นอะไรทั้งนั้น งานกูท่วมหัวจะตายห่าอยู่แล้ว” “อย่ามาทำเป็นไขสือ” คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น “กูเป็นเพื่อนกับมึงมานาน กูกองแปลนตึกกับมึงมาตั้งแต่สมัยเรียน มึงไม่เคยสายตาเป็นประกายเวลาพูดถึงอินฟลูฯ คนไหนเลย... จนกระทั่งผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในเซฟเฮาส์ของมึง” ธันวาเงยหน้าขึ้น ช้อนสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิท ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย แต่มุมปากขยับยิ้มเหยียดน้อยๆ “มึงคิดมากไปแล้วคีย์ เขาก็แค่ลูกค้า... ลูกค้ากระเป๋าหนักที่จ้างกูรีโนเวทบ้านก็แค่นั้น” “ลูกค้าเหรอ? ลูกค้าที่ไหนเขาทำหน้าแดงเวลาอยู่ใกล้กัน ลูกค้าที่ไหนเขาปล่อยให้เข้ามาปั่นป่วนพื้นที่ส่วนตัวจนมึงยอมเปลี่ยนกฎเหล็กในชีวิตตัวเองหมดทุกข้อ!” คีย์เค้นหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ “จำไม่ได้เหรอว่ามึงเคยประกาศกร้าวไว้ว่าไง ตอนที่บริษัทเราได้โปรเจกต์แรกๆ... มึงบอกว่า *‘ความรักคือความไร้ระเบียบ และกูไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายโครงสร้างชีวิตอันสมบูรณ์แบบของกูเด็ดขาด’*” คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ ธันวาชะงักไปจริง ๆ ภาพความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา แต่ทว่า... ใบหน้าของรินรดา รอยยิ้มมั่นใจยามที่เธอเถียงเขาคอเป็นเอ็น และดวงตากลมโตที่สั่นไหวทุกครั้งเวลาที่เขาเข้าใกล้ กลับเข้ามาพังทลาย ‘โครงสร้าง’ ที่ว่านั้นจนไม่เหลือชิ้นดี “คนเรามันเปลี่ยนความคิดกันได้” ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามกลบเกลื่อนความไหววูบในแววตา “เปลี่ยนเพราะอยากเปลี่ยน หรือเปลี่ยนเพราะมึงกำลังจะตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้กันแน่?” คีย์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน น้ำเสียงของเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดกวนประสาท “กูเตือนมึงด้วยความหวังดีนะธันวา ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พวกที่จะยอมอยู่เงาใคร และที่สำคัญ... เขามีปมเรื่องครอบครัวและความคาดหวังสูงมาก ถ้ามึงคิดจะเล่นๆ แค่แก้เบื่อ หรือแค่ใช้ความปากร้ายไปจี้ใจดำเขาเพื่อความสะใจ... กูบอกเลยว่ามึงนั่นแหละที่จะเจ็บจนกระอักเลือด” ธันวานิ่งเงียบไป ปากหนาเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง คำเตือนของคีย์ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เขารู้ดีว่ารินรดาเปราะบางแค่ไหนภายใต้เกราะกำบังความมั่นใจนั่น และเขาก็รู้ดีกว่าใคร... ว่าหัวใจที่เคยปิดตายของตัวเองตอนนี้มันกำลังเปิดประตูต้อนรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทีละนิดโดยห้ามไม่ได้ “กูไม่ได้เล่นๆ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาในที่สุด น้ำหนักของคำพูดนั้นหนักแน่นจริงจังจนคีย์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “หึ... ปากแข็งมาตลอด รอดูกลืนน้ำลายตัวเองไม่ไหวหรอกมึง” คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจปนเย้าแหย่ “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ธันวา... เพราะถ้าวันไหนที่มึงพลาดท่าตกหลุมรักเขาจริงๆ ขึ้นมา มึงจะรู้ซึ้งเลยว่า ‘สถาปนิกผู้กุมชะตากรรมตึกระฟ้า’ อย่างมึง จะกลายเป็นแค่ทาสแมว... อ้อ ไม่ใช่ ทาสเมีย ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขายิ้มได้” พูดจบ คีย์ก็เดินยิ้มร่าออกจากห้องไป ทิ้งให้ธันวานั่งนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางกองเอกสาร สถาปนิกหนุ่มถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือนวดคลึงขมับเบาๆ ความกังวลใจก่อตัวขึ้นในอก ไม่ใช่เพราะกลัวคำเตือนของคีย์ แต่เขากลัว... กลัวว่าตัวเองจะ ‘ตกหลุมรัก’ เธอจนหมดหัวใจจริงๆ อย่างที่เพื่อนว่า เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ตัดสินใจเดินออกจากห้องเพื่อตามหารินรดา เจ้าของบ้านสาวที่ตอนนี้อาจจะกำลังเดินตรวจงานอยู่มุมไหนสักมุมของบ้าน แต่ทว่า... เมื่อเขาเปิดประตูออกไปและเดินมาถึงโถงทางเดินใหญ่ เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วที่ไม่ใช่เสียงของรินรดาหรือช่างก่อสร้าง กลับดังลอยมาจากห้องรับแขกชั้นล่าง ธันวาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก้าวเท้าลงบันไดไปช้าๆ ด้วยความระแวดระวัง และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก ร่างสูงแข็งค้างอยู่บนขั้นบันไดขั้นสุดท้าย เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์ของเขาตอนนี้ คือคนๆ เดียวที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในชีวิต! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ หวังว่าจะชอบความฟินปนลุ้นระทึกนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%