ความเงียบงันในโถงรับแขกของเซฟเฮาส์ไม่ได้แปลว่าความสงบค่ะ แต่มันคือแรงระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานทันทีที่เข็มวินาทีขยับ ร่างสูงของธันวาแข็งค้างอยู่บนขั้นบันไดขั้นสุดท้าย สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของสถาปนิกหนุ่มกำลังจดจ้องร่างของแขกไม่ได้รับเชิญที่ยืนยันความหน้าด้านด้วยการก้าวเข้ามาเหยียบพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไรมารยาท
"ไงธัน... ไม่คิดว่าฉันจะหาเซฟเฮาส์ลับแลของนายเจอเหรอ?"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของ 'ภากร' ดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความเย่อหยิ่ง ผู้ชายคนนี้คือศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจ และเป็นอดีตเพื่อนร่วมรุ่นที่ธันวาเกลียดขี้หน้ายิ่งกว่าอะไรในโลก การปรากฏตัวของเขาในค่ำคืนก่อนวันงานเลี้ยงการกุศลครั้งใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้กับโซฟาตัวยาวขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากผู้มาเยือน เธอไม่ชอบสายตาที่ภากรใช้มองกราดไปทั่วร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเป็นสายตาที่ไร้ซึ่งมารยาทและเต็มไปด้วยความคุกทางเพศอย่างชัดเจน
"ถ้าคุณเดินผิดตึกแล้วเข้าห้องผิด กรุณาไ्सสติแล้วไสหัวออกไปทางประตูเดิมค่ะ" รินรดาชิงพูดขึ้นก่อนที่ธันวาจะได้อ้าปาก น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งบาดใจทำให้รอยยิ้มบนหน้าภากรชะงักไปนิด
ธันวาปรายตามองหญิงสาวที่ยืนประกาศตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพื้นที่แทนเขาแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มเยาะ เขาขยับตัวก้าวลงจากบันไดขั้นสุดท้ายเต็มความสูง ไหล่กว้างเหยียดตรงอย่างสง่างาม ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"รินพูดถูก... ประตูทางออกกว้างเท่าภูเขา แต่เธอเลือกจะมุดรูหมาเข้ามาเองแบบนี้ ระวังจะไม่มีปัญญาเดินออกไปสี่ห้องนะครับ เอ๊ย... สี่ขา" ธันวาจงใจเปลี่ยนคำพูดเพื่อเหยียบหน้าอีกฝ่ายอย่างเจ็บแสบ ปากร้ายสมชื่อสถาปนิกปากจัดที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามบ้านของตัวเอง
ภากรหน้าเสียไปวูบหนึ่งก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมนะธันวา สมแล้วที่ควงอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่มาออกงานกาล่าพรุ่งนี้ ถึงว่า... ช่วงนี้งานออกแบบถึงได้ดูดรอปลงไป เพราะเอาเวลาไปเอาใจผู้หญิงนี่เอง"
เปรี๊ยะ!
บรรยากาศในห้องเหมือนมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเกลียดที่สุดคือการดูถูกความสามารถของเธอและคนอื่นผ่านคำพูดเหยียดหยามพวกนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ สักชุด มือหนาของธันวากลับคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็วและแนบแน่น แรงดึงนั้นทำให้ร่างของเธอเซเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างของเขาโดยอัตโนมัติ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอโ로มาติกจางๆ จากตัวธันวาโชยเข้าจมูก รินรดาเบิกตากว้างเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ
"ระวังปากหน่อย ภากร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มที่สั่นเครือด้วยความโกรธ แต่สายตาที่เขาก้มลงมองรินรดากลับมีความอบอุ่นระคนหวงแหนแวบผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ผู้หญิงคนนี้... พาร์ทเนอร์ของฉัน และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ยืนข้างฉันในงานพรุ่งนี้ ส่วนนาย... เป็นได้แค่หมาลอบกัดที่วิ่งตามหลังฉันมาตลอดชีวิตนั่นแหละ"
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำเอาภากรหน้าดำคร่ำเครียด กำมือแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อบอดี้เกิร์ดร่างยักษ์สองคนของธันวาเดินเข้ามาประชิดตัวพร้อมผลักดันออกไปอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด "เชิญครับคุณภากร"
เมื่อประตูเซฟเฮาส์ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของความโล่งอก รินรดาก็รีบผลكตัวออกจากอ้อมแขนของธันวาโดยเร็ว ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกฉวยโอกาส แม้ว่าสถานการณ์เมื่อครู่เธอจะเป็นคนเริ่มก่อนก็ตาม
"ปล่อยเลยค่ะ ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณกอดแน่นขนาดนั้นสักหน่อย" รินรดาเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความใจเต้นแรงของตัวเอง
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมมองสำรวจร่างบางในชุดลำลองสบายๆ แต่แฝงความเซ็กซี่เบาๆ "ถ้าฉันไม่ดึงเธอเข้ามา เธอคงพุ่งไปตบหน้าไอ้ภากรเลือดกบปากไปแล้วมั้ง... ยัยตัวแสบ"
"ก็มันน่าโดนไหมล่ะคะ ปากเสียแบบนั้นสมควรโดนส้นสูงฉันสักทีจริงๆ" เธอบ่นอุบ เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหงุดหงิด
ธันวาเดินตามไปยืนค้ำหัวเธอ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความระอาปนเอ็นดูที่เขาไม่มีวันยอมรับออกมาตรงๆ มือหนายกขึ้นกอดอก "พรุ่งนี้งานกาล่าการกุศล... ชุดที่ฉันสั่งตัดให้เธอไปถึงห้องแต่งตัวแล้ว หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันต้องอับอายขายขี้หน้าล่ะ อินฟลูเอนเซอร์รินรดา"
"ระดับฉันแล้วค่ะคุณธันวา รับรองว่าสวยจนงานล่มเพราะคนมองแต่ฉันแน่นอน" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสบประสานกับเขาอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยอีโก้คละคลุ้งไปทั่วห้อง แต่ทว่าในแววตาของทั้งคู่กลับมีความหวานเชื่อมที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนแทบจะละลาย
เช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในงานเลี้ยงการกุศลหรูหราอลังการ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบกับชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงของรินรดา ชุดเดรสยาวผ่าข้างอวดเรียวขาสวยและส่วนเว้าโค้งที่สะกดทุกสายตาในงานให้หยุดนิ่ง เธอก้าวเดินเคียงข้างกับธันวา สถาปนิกหนุ่มในชุดสูททักסיโดสีดำสนิทที่ดูเนี๊ยบและทรงเสน่ห์จนผู้หญิงทั้งงานแทบจะกลืนน้ำลาย
พวกเขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจทันทีที่ก้าวเข้าฮอลล์ เสียงซุบซิบชื่นชมดังระงมไปทั่ว บ้างก็อิจฉา บ้างก็ชื่นชมในความเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบຫยก
ธันวาคอยโอบประคองเอวบางของเธออย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สายตาคมปราบปรามใครก็ตามที่กล้ามองเธอด้วยสายตาแทะโลมได้อย่างราบคาบ ทั้งคู่ทำหน้าที่พาร์ทเนอร์ธุรกิจได้อย่างไร้ที่ติ ยิ้มแย้ม ทักทายนักลงทุน และจิบแชมเปญด้วยความสง่างาม
กระทั่งงานดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญ พิธีกรประกาศเชิญพาร์ทเนอร์ธุรกิจดีเด่นขึ้นมารับมอบโล่เกียรติคุณ ธันวาจูงมือรินรดาเดินขึ้นไปบนเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว
รินรดายืนรับโล่ด้วยความภาคภูมิใจ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มสะกดใจคนทั้งฮอลล์ ขณะที่ธันวายืนมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
"ขอบคุณทุกคนมากนะคะสำหรับค่ำคืนนี้ และโดยเฉพาะ..." รินรดาหยุดพูดไปนิด หันไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอยิ้มละมุน "คนที่คอยปากจัดใส่ฉันทุกวัน จนทำให้ฉันมีแรงฮึดสู้และยืนอยู่ตรงนี้ได้ค่ะ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากแขกในงาน ธันวาส่ายหัวน้อยๆ อย่างหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากหนากลับยกยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ เขารวบเอวบางเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน
"คืนนี้... บนเตียงในเซฟเฮาส์ เธอโดนฉันลงโทษแน่ ที่กล้าแฉฉันต่อหน้าคนทั้งฮอลล์แบบนี้"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับแต่ทว่า...
จู่ๆ ไฟในฮอลล์ทั้งหมดก็ดับลงพรึบ! ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ ก่อนที่สปอตไลท์ดวงเดียวจะสาดส่องลงมากลางเวที ตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่... และร่างของใครบางคนที่ก้าวขึ้นมาพร้อมไมโครโฟนในมือ ก็ทำให้ลมหายใจของธันวาและรินรดาสะดุดกึกพร้อมกันทันที!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 12
งานเลี้ยงการกุศล
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!