เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับดังสนั่น จนเครื่องชงกาแฟแคปซูลราคาหลักหมื่นที่ตั้งอยู่มุมห้องสะดุ้งไหว ธันวาไม่ได้ตั้งใจจะทำลายข้าวของ แต่ความดันโลหิตที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในเวลานี้ มันกำลังบอกเขาว่าสถาปนิกหนุ่มผู้เนรมิตตึกระฟ้ามานักต่อนัก กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับอินฟลูเอนเซอร์สาวร่างเล็กที่มีดีกรีความแสบสันเกินพิกัด
รินรดากล้าดียังไง...
เธอกล้าดียังไงถึงยื่นเรื่องขอรื้อถอนอาคารเก่าในพื้นที่โปรเจกต์เดอะ ไพรม์โรส ที่เขาลงทุนลงแรงศึกษาความเป็นมาทางสถาปัตยกรรมมานานแรมปี แถมยังทำเรื่องตัดหน้าเขาด้วยการอ้างสิทธิ์ในฐานะทายาทรุ่นหลานของผู้ครอบครองเดิม ทั้งที่เอกสารสิทธิ์ทั้งหมดอยู่ในมือบริษัทของเขาเรียบร้อยแล้ว!
"ผู้หญิงคนนี้รนหาที่ตายชัดๆ"
ธันวาพึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพรีเมียมวาวโรจน์ด้วยโทสะ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็วเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มบริษัทจะดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดดิบเถื่อนที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในหัว
*คีย์: "อุ๊ย ตายแล้วคุณเพื่อน... ข่าววงในบอกว่าน้องรินรดานี่ของจริงนะ นายระวังอาคารอนุรักษ์หลังนั้นจะกลายเป็นหลุมศพโปรเจกต์นี้ก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ"*
ให้ตายสิ... เพื่อนสนิทอย่างคีย์นี่มันน่าเอาปากกาเคมีมาเขียนหน้าผากประจานข้อหาซ้ำเติมเสียจริง ธันวาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ปิดหน้าจอโทรศัพท์คว่ำลงอย่างแรง แล้วคว้ากุญแจรถสปอร์ตคู่ใจพุ่งตัวออกจากสำนักงานทันที ปลายทางคืออาคารเก่าริมน้ำที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่างเขากับเธอก
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานมาจอดเทียบท่าหน้าอาคารสไตล์โคโลเนียลที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้ใหญ่ ธันวาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีที่ยังคงรักษาฟอร์มความเนี๊ยบ สูทสีเทาเข้มไร้รอยยับและท่าเดินที่สง่างามราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสารสถาปัตยกรรม แต่แววตานั้นกลับดุดันพร้อมชำระบัญชีเต็มที่
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ ต้องชะงักกึก
รินรดากำลังยืนอยู่บนบันไดไม้หน้าอาคาร ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ กับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนสมส่วน เส้นผมสีน้ำตาลประกายทองถูกรวบเป็นหางม้าสูงอย่างทะมัดทะแมง มือข้างหนึ่งถือม้วนแบบแปลนพิมพ์เขียว อีกข้างกำลังชี้สั่งคนงานให้ขึงป้ายประกาศเขตหวงห้าม
ป้ายเขตหวงห้ามสีแดงเด่นชัด... ที่ตอกย้ำว่าเธอยึดพื้นที่ตรงนี้เป็นอาณาจักรส่วนตัวไปเสียแล้ว
"คุณรินรดา!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยเรียกดังลั่น กังวานก้องไปทั่วบริเวณระเบียงกว้าง
เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รินรดาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความท้าทายถูกส่งตรงมาให้เขาราวกับจะเยาะเย้ยว่า *'มาซะทีนะ พ่อสถาปนิกปากจัด'*
"อ้าว นึกว่าใคร..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ก้าวเท้าลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างจงใจยื้อเวลาให้เขาหงุดหงิดเล่น "นึกว่าสุนัขที่ไหนเห่าเสียงดัง ที่แท้ก็คุณธันวานี่เอง... ลมอะไรหอบมาถึงไซต์งานเล็กๆ ของฉันล่ะคะ หรือว่ากาลเทศะแถวนี้มันหาซื้อยาก จนคุณต้องมาเดินเร่หาเอาเอง?"
ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาเดินดุ่มเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะประชิด ความสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มทำให้เขาต้องก้มมองเธอลงมาเล็กน้อย ดวงตาสองคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนคนงานแถวนั้นต้องค่อยๆ ถอยร่นออกไปทีละคนอย่างรู้ความ
"คุณเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเย็นชาของเขาลอยเข้าปะทะจมูกเธอ แต่รินรดากลับเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว
"ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะคุณธันวา... ฉันกำลังปกป้องมรดกของตระกูลฉันต่างหาก" เธอย้อนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายแบบไม่เกรงกลัว "แปลกใจเหรอคะที่คนอย่างฉันรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมการฮุบที่ดินของคุณน่ะ?"
"เล่ห์เหลี่ยมงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักสวย "ถ้าคุณใช้สมองอันน้อยนิดลองอ่านเอกสารสิทธิ์ให้ดีๆ สักนิด คุณจะรู้ว่าบริษัทของผมได้สิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ การที่คุณดึงดันจะรื้อถอนนู่นนี่ตามใจชอบ มันไม่ได้เรียกว่าปกป้องมรดก... มันเรียกว่า 'ความโง่เขลา' ที่พยายามจะขัดขวางความเจริญต่างหากล่ะครับ"
คำว่า 'ความโง่เขลา' พุ่งชนความรู้สึกของรินรดาเข้าอย่างจัง มือบางที่ถือม้วนกระดาษกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความโกรธที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนปะทุขึ้นจนกลายเป็นความกล้าบ้าบิ่น เธอจะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายถูกเหยียบย่ำอยู่ฝ่ายเดียวเด็ดขาด!
"อ๋อเหรอคะ? ความเจริญบนคราบน้ำตาของชาวบ้านเนี่ยนะที่คุณภูมิใจนักหนา" รินรดาตอกกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ไม่แพ้กัน เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ถ้าสมองระดับสถาปนิกมือทองของคุณมันดีเลิศเลอเพอร์เฟกต์จริง ทำไมในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หน้าที่ 42 บรรทัดที่ 5 ถึงพิมพ์ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ผิดเป็นชื่อบริษัทคู่แข่งไปได้ล่ะคะ?"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่เธอขุดคุ้ยรายละเอียดปลีกย่อยขนาดนี้ขึ้นมาได้
"ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ..." รินรดาฉีกยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "และการคำนวณโครงสร้างฐานรากโซน B ของคุณ ที่อ้างว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์น่ะ คุณลืมไปหรือเปล่าว่าใต้ดินตรงนั้นมีแนวท่อระบายน้ำเก่าตัดผ่าน ถ้าคุณตอกเสาเข็มลงไปตามแบบบ้าๆ ของคุณนะ รับรองว่าตึกเก่าหลังนี้ได้ทรุดตัวลงมาฝังร่างคุณกับทีมงานกลายเป็นปุ๋ยฝังดินแน่ๆ ค่ะ!"
บทสุนทรพจน์ยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงเทคนิคและจุดบกพร่องที่เขาเองอาจมองข้ามไป ทำให้ธันวาถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเขากลัวคำขู่ แต่เพราะเขาคาดไม่ถึงเลยว่า... ผู้หญิงสายแฟชั่นและตกแต่งบ้านคนนี้ จะนั่งอ่านเอกสารทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรมหนาเตอะนั่นอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนจับผิดเขาได้คาหนังคาเขา
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าและเสียงแม่น้ำไหลเอื่อยๆ เป็นฉากหลัง รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนเรียวปากอิ่ม เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เริ่มมีร่องรอยของความตกตะลึงระบายอยู่บนนั้น
ธันวาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำลึกที่ตีรวนขึ้นมาในอก... ความรู้สึกทึ่ง ปนกับความหมั่นไส้ที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า
ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ปากดี แต่เธอฉลาดเป็นกรด และนั่นมันทำให้เธอยิ่งดู 'น่าสนใจ' จนอันตรายต่อหัวใจของเขาเหลือเกิน
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาหาเธออีกนิด จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่ปัดป่าวยุบยิบอยู่แถวแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์ที่คุกคามทำให้หัวใจดวงน้อยของอินฟลูเอนเซอร์สาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"เก่งมากนี่..." ธันวาเอ่ยกระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองต้องใจสั่นสะท้าน "ทำการบ้านมาดีเกินคาด... แต่คิดเหรอว่าข้อผิดพลาดเล็กๆ แค่นี้ จะทำให้สถาปนิกอย่างผมยอมจำนนน่ะ หืม?"
"คุณมันดื้อด้าน..." รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้ แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขากลับเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางมนของเธอไว้เบาๆ บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาตรงๆ
สายตาคู่คมที่มองมาในตอนนี้ ไม่มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความท้าทายและความร้อนแรงบางอย่างที่จ้องจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
"งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะครับคุณรินรดา..." ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมหู จนเส้นขนอ่อนทั่วร่างของเธอลุกชัน "ถ้าผมพิสูจน์ให้คุณเห็นได้ว่าแบบแปลนของผมปลอดภัยและถูกต้องไร้ที่ติ คุณต้องยอมเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์อาคารหลังนี้ให้ผมแต่โดยดี..."
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?" รินรดาเค้นเสียงถามกลับ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วอุ่นยังคงวนเวียนอยู่บนคางของเธอ
"ถ้าคุณชนะ..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "ผมจะยอมทำตามคำสั่งของคุณทุกอย่าง... แม้แต่เรื่องให้ถอนตัวจากโปรเจกต์นี้เลยก็ยังได้"
ข้อเสนอที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและอนาคตของโปรเจกต์ใหญ่ทำให้รินรดากลั้นหายใจ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบตกลงเพื่อฟาดหน้าเขาให้หงายเงิบอีกสักรอบ แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาแผדเสียงแหลมดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างคนทั้งคู่ สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานฉ่ำที่แดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินกันแน่ก็ไม่รู้) ก่อนจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
แต่เพียงแค่สายตาปะทะเข้ากับชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ... สีหน้ามั่นอกมั่นใจของธันวาก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในพริบตา
รินรดาลอบสังเกตเห็นอาการชะงักงันของชายหนุ่ม จึงเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "อุ๊ย มีสายเข้าเหรอคะ หรือว่าเจ้าหนี้ตามทวงเงินค่าแบบแปลนที่ทำพลาดซะแล้วล่ะ?"
ธันวาไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอเหมือนเคย ชายหนุ่มกดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงที่ตอบกลับปลายสายราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด "ว่าไง... มีอะไร?"
เสียงจากปลายสายลอดผ่านลำโพงออกมาดังพอที่รินรดาจะได้ยินชัดเจน ท่ามกลางความเงียบของไซต์งาน
*"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ... ตอนนี้มีคนจากกรมศิลปากรบุกมาที่ไซต์งานโปรเจกต์ของคุณแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่าอาคารหลังนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว! และคนที่ยื่นเรื่องให้ขึ้นทะเบียน... คือคุณรินรดาค่ะ!"*
ธันวาตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้าทันที ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิมด้วยความคาดไม่ถึง รินรดาชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากอิ่มจะคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยออกมาเป็นครั้งแรก
"อุ๊ย..." รินรดากระพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นตกใจ ทั้งที่ในใจกำลังหัวร่อร่า "สงสัย... ฉันจะลืมบอกไปสินะคะ ว่านอกจากสถาปนิกปากจัดอย่างคุณแล้ว ฉันยังมีเพื่อนสนิทเป็นรองอธิบดีกรมศิลปากรด้วยน่ะค่ะ!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความปากแข็งของพ่อสถาปนิกสายเปย์ด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 4
ฟาดมาฟาดกลับ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!