เสียงแค่นหัวเราะในลำคอของธันวา ดังชัดเจนกว่าเสียงเครื่องชงกาแฟราคาแพงลิบลิ่วที่ส่งเสียงคำรามฮึ่มฮั่มอยู่มุมห้องทำงานเสียอีก สถาปนิกหนุ่มปรายตามองเอกสารสิทธิ์การครอบครองพื้นที่โบราณสถานในมือ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับร่างบางที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า
ท่าทางลอยชายและดวงตาพราวระยับของรินรดา ทำให้เส้นเลือดขมับของธันวาเต้นตุบ เขากลืนคำพูดดูถูกเหยียดหยามทั้งหมดลงคอเมื่อครู่ลงไป พร้อมกับความจริงอันน่าหงุดหงิดที่ว่า... ยัยอินฟลูเอนเซอร์ปากเก่งคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาและยอดผู้ติดตามหลักล้าน
"รองอธิบดีกรมศิลปากรอย่างนั้นเหรอคะ..." ธันวาเอ่ยทวนเสียงต่ำ ทอดเสียงเยียบเย็นตามแบบฉบับคนถืออีโก้สูงลิ่ว แต่ดวงตาคมกริบกลับไหววูบไปชั่วขณะ "คุณคิดว่าการเอาชื่อเพื่อนมาขู่ จะทำให้ผมยอมพับโครงการที่ออกแบบมาสามเดือนลงถังขยะหรือไง"
"ไม่ได้ขู่ค่ะ แค่เตือนสติในฐานะเพื่อนร่วมโลก" รินรดาผละจากขอบประตู เดินน่องนิ่มตรงเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเธอกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว เธอยื่นมือเรียวไปเคาะเบาๆ บนแฟ้มงานพิมพ์เขียว "เพราะถ้าโครงการนี้ติดคุกติดตารางขึ้นมา คนที่ซวยไม่ใช่ฉันแน่ๆ ค่ะคุณธันวา... แต่เป็นสถาปนิกชื่อดังที่ประวัติสะอาดเอี่ยมอย่างคุณต่างหาก"
คำพูดแทงใจดำทำเอาธันวาต้องขบกรามแน่น สันจرامคมสันเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์มความเย่อหยิ่ง เขาเกลียดรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั่น ชะมัด... ยิ่งเวลารินรดายกยิ้มมุมปากและเชิดหน้าท้าทายแบบนี้ มันชวนให้นึกอยากคว้าเอวบางมาเขย่าแรงๆ ให้หายปากดีนัก แต่ติดที่ภาพลักษณ์ ‘คุณธันวาผู้เนี๊ยบกริบ’ ค้ำคออยู่ เขาจึงทำได้แค่แค่นเสียงลอดไรฟัน
"นั่งลงเถอะค่ะ ยืนค้ำหัวฉันแบบนั้น ฉันเกรงใจความสูงของคุณ... ที่อาจจะไม่ได้ช่วยให้สมองคิดวิเคราะห์ดีขึ้นสักเท่าไหร่" รินรดาว่าพลางถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้ามโดยไม่รออนุญาต แถมยังปัดมือไล่ฝุ่นจินตนาการบนที่นั่งอย่างกวนประสาท
ธันวาอยากจะไล่เธอออกจากห้องให้รู้แล้วรู้รอด แต่เอกสารในมือและสายตาคมกริบที่เธอมองมา มันคือกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้โปรเจกต์รีโนเวตเรือนโบราณผ่านฉลุยโดยไม่ต้องไปยืนเถียงกับข้าราชการโบราณคดีให้เสียเวลา สถาปนิกหนุ่มพรูลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ยอมทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างจำยอม
"กาแฟไหมคะ..." ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่เริ่มโรยตัวลงมา น้ำเสียงห้วนจัดจนเกือบจะเป็นการกระชากเสียง แต่การกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เมื่อนิ้วเรียวยาวกดปุ่มเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติบนโต๊ะทำงาน โดยไม่รอคำตอบรับจากคนตรงข้าม
รินรดากะพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นประหลาดใจ "อุ๊ย... นึกว่าคุณธันวาจะใจแคบเสิร์ฟแต่น้ำลายเค็มๆ ซะอีกค่ะ"
"ถ้าไม่อยากดื่ม จะได้เททิ้ง" เขาตอบกลับเสียงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม
"ดื่มสิคะ ของฟรีและของแพง... คนฉลาดเขาไม่ปฏิเสธหรอกค่ะ" รินรดายิ้มหวานหยด
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทำงานโทนสีเข้ม ธันวายื่นแก้วเซรามิกสีดำสนิทที่มีลายเส้นมินิมอลวางไว้ตรงหน้าหญิงสาว รอยนิ้วมือของเขาแตะโดนแก้วเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับกลัวโดนลวก ขณะที่รินรดายกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก กลิ่นหอมละมุนและรสชาติขมเข้มแต่กลมกล่อมทำให้เธอเผลอหลับตาพริ้มลงชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
ความเงียบที่เคยน่าอึดอัด... บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงจิบกาแฟเบาๆ และบรรยากาศตึงเครียดที่เจือจางลงทีละน้อย ธันวานั่งมองท่าทางผ่อนคลายของเธอผ่านกรอบสายตา เขาแอบลอบสำรวจเสี้ยวหน้าคมคาย จมูกรั้นๆ และริมฝีปากที่มักจะมีคำพูดจิกกัดเขาได้ตลอดเวลา ยอมรับก็ได้... ว่ายัยนี่เวลาหุบปากแล้วดูน่ามองกว่าตอนเถียงกันเป็นกอง
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีผงกาแฟติดอยู่รึไง" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมลืมตาขึ้นมามอง เธอวางแก้วลงกระทบโต๊ะเบาๆ ก่อนจะสบตากับเขาตรงๆ ด้วยแววตารู้ทัน
ธันวาเสมองไปทางอื่นทันที ใบหูขึ้นสีแดงจัดโดยที่เจ้าตัวพยายามตีหน้าตายเข้าสู้ "เปล่า... แค่คิดว่ากาแฟแก้วนี้มันรสชาติแย่กว่าที่คิด"
"ปากแข็ง..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่จงใจให้ได้ยิน ชายหนุ่มส่งเสียงฮึmฮัมในลำคอเตรียมจะสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการเปิดพรวดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของคีย์ เพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะผลักบานประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มราวกับถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"อุ๊ย ฉันมาขัดจังหวะการออกเดท... เอ้ย การประชุมลับอะไรรึเปล่าเพื่อนรัก" คีย์ลากเสียงยาว ลอยหน้าลอยตาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะทำงาน สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองระหว่างธันวาที่หน้าบึ้งตึงกับรินรดาที่นั่งไขว่ห้างยิ้มมุมปาก
ธันวาขบกรามแน่น อยากจะหยิบแก้วกาแฟสาดหน้าไอ้เพื่อนตัวดีจริงๆ "แกเข้ามาทำไม คีย์ อยากโดนเตะส่งท้ายปีใช่ไหม"
"ใจเย็นสิวะคุณสถาปนิก" คีย์ยกมือขึ้นยอมแพ้ปลอมๆ ก่อนจะหันไปทางรินรดาด้วยรอยยิ้มกว้าง "พอดีผมแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... และบังเอิญได้ยินข่าววงในมาว่า โปรเจกต์ที่คุณรินรดากับธันวากำลังจะร่วมมือกันเนี่ย..."
คีย์เว้นจังหวะ หันกลับมามองหน้าเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาธันวารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
"...กำลังจะถูกยกเลิกโดยคำสั่งด่วนที่สุดจากเบื้องบนครับ"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนรินรดาถึงกับหุบยิ้ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"หมายความว่ายังไง?" ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว
คีย์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เพื่อนรัก พร้อมกับรอยยิ้มระรื่น "ก็หมายความว่า... คนที่จะตัดสินว่าพวกคุณจะได้ไปต่อหรือม้วนเสื่อกลับบ้าน ไม่ใช่รองอธิบดีกรมศิลปากรอย่างที่เธอโม้หรอกนะรินรดา... แต่เป็น *'เขา'* คนนั้นต่างหากล่ะ"
ประโยคสุดท้ายของคีย์แขวนลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังก้าวใกล้เข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของธันวา!
---
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ ❤️
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 5
กาแฟแก้วแรก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!