เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของธันวาคมเสมือนใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกลงบนความมั่นใจของรินรดา รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกหนุ่มมือทองไม่ได้สื่อถึงความยินดีแม้แต่น้อย มันคือการเย้ยหยันที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมารยาททางสังคมอันแสนจอมปลอม ประโยคทักทายเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เผยให้เห็นรอยร้าวในอดีตที่ยังไม่เคยสมานสนิทระหว่างเขากับเธอ
ภายในห้องประชุมวีไอพีของสำนักงานสถาปนิกชื่อดัง กลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำแฟ้มผลงานออกแบบอินทีเรียร์ในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอปะทะสายตากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่มองตรงมาอย่างประเมินค่า ธันวาในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังนั่งไขว่ห้าง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี สมกับฉายา ‘สถาปนิกปากจัด’ ที่คนในวงการร่ำลือ
"ยินดีด้วยเหรอคะคุณธันวา... หรือสมเพชฉันกันแน่ที่ต้องผันตัวมาทำงานร่วมกับทีมอื่น" รินรดาย้อนถาม เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยกระแสความกรุ่นโกรธ เธอยืดตัวขึ้นตรงสู้สายตา ไม่ยอมลดราวาศอกให้ผู้ชายปากร้ายที่เคยหักอกหักใจเธอเมื่อหลายปีก่อน
"คุณคิดเอาเองเถอะครับว่ามันคืออะไร" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังอยากจะซัดแฟ้มใส่หน้าหล่อๆ นั้นสักที เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มผลงานของเธอขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ โดยไม่แม้แต่จะสบตากระดาษแต่ละแผ่นด้วยความใส่ใจ "แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า งานระดับโปรเจกต์คอมมิวนิตี้มอลล์ริมน้ำเนี่ย มันต้องใช้สติปัญญาและความเข้าใจในโครงสร้างจริงๆ ไม่ใช่แค่ใช้หน้าตาและยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียมาขายงานเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ตกอับบางคน"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นตอกย้ำปมในใจของรินรดาอย่างจงใจ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์พุ่งพล่านที่ตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ หลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงมองเธอเป็นแค่เด็กสาวไร้รสนิยมคนเดิมในอดีต
"ถ้าคุณธันวาจะกรุณาเปิดใจดูผลงานที่ฉันตั้งใจทำมาเสนอ ไม่ใช่เอาอคติส่วนตัวมาตัดสิน ฉันคิดว่าเราน่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่านี้นะคะ" รินรดาเค้นเสียงพูด รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวฝืนทนจนเกร็งไปหมด
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา ชั่วแวบหนึ่งที่นัยน์ตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดังเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเธอให้ตื่นตัว
"เปิดใจเหรอครับ?" ธันวาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "น่าเสียดายนะ... เพราะต่อให้คุณเอาแบบร่างนี้ไปให้เทวดาที่ไหนเซ็นรับรอง ผมก็ไม่มีวันเซ็นอนุมัติให้โปรเจกต์นี้ผ่านเด็ดขาด งานขยะแบบนี้ มันไม่มีวันถูกสร้างขึ้นมาบนที่ดินของผมหรอก"
เพล้ง! เสียงประหนึ่งแก้วแตกในความรู้สึก รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานจนมือไม้สั่นเทา คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยพร้อมคำดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ทำให้เธอแทบอยากจะกรีดร้องใส่หน้าคนตรงหน้า
"คุณมัน..." รินรดาอ้าปากจะด่าทอ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดออกไป ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของคีย์ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจของธันวาที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสวีทๆ ของพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?" คีย์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับกวาดสายตามองธันวาที่ยืนประชิดตัวรินรดาด้วยท่าทีน่าสงสัย "พอดีผมเดินผ่านมาแล้วได้ยินเสียงดัง... อ้าว รินรดา? เธอยังอยู่คุยกับไอ้ธันวาอยู่อีกเหรอเนี่ย โดนมันพ่นพิษใส่จนปางตายไปแล้วมั้ง"
รินรดาใช้จังหวะนี้ผุกลุกขึ้นยืนถอยห่างจากธันวา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงความนิ่งสงบกลับคืนมา ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกปากจัดด้วยความอาฆาตมาดร้ายเป็นครั้งสุดท้าย
"ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์อันแสนมีค่าของคุณนะคะ... ธันวา" เธอย้ำชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเน้นหนักทุกพยางค์ ก่อนจะคว้าแฟ้มผลงานของตัวเองมากอดแนบอก "แต่จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีก็แล้วกัน เพราะฉันนี่แหละ จะทำให้คุณต้องเป็นคนวิ่งมาขอร้องให้ฉันช่วยออกแบบโครงการนี้ด้วยตัวเอง!"
พูดจบ รินรดาก็ก้าวฉับๆ เดินสวนทางกับคีย์ออกไปจากห้องประชุมด้วยความมั่นใจที่กลับมาเปี่ยมล้น ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายไป พลางขบกรามแน่นโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
คีย์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ พร้อมกับอมยิ้มกริ่ม "ปากแข็งชะมัดเลยนะมึง... ปฏิเสธงานเขาซะขนาดนั้น ระวังเถอะ โดนยัยนั่นเอาคืนจนกระอักเลือดแน่"
ธันวาสบตากับเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในอกข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่คลอเบ้าตาของหญิงสาวเมื่อครู่ ภาพความทรงจำเก่าๆ วิ่งย้อนเข้ามาในหัว และก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากไล่เพื่อนให้ออกไปจากห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองหน้าจอที่มีเบอร์แปลกประหลาดโทรเข้ามา แต่พอกดรับสาย เสียงปลายสายที่ดังขึ้นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่ววินาที...
"สวัสดีค่ะคุณธันวา... ฉันโทรมาจากสำนักงานที่ดิน อำเภอริมน้ำ พอดีมีคนยื่นเรื่องขอรื้อถอนอาคารเก่าในพื้นที่โปรเจกต์ของคุณแล้วนะคะ... และคนๆ นั้นใช้ชื่อว่า 'รินรดา' ค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ฟินๆ นี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 3
ดีไซน์ที่ไม่มีวันบรรจบ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!