กล่องพัสดุกว่าสิบกล่องที่กองสูงท่วมห้องรับแขกบ้านสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ของรินรดา ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้เจ้าของบ้านสักนิด นอกเสียจากความหงุดหงิดจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม
"บอกว่าไม่เอาไงคะ... ผู้ชายคนนี้นี่มันน่าตีให้ตายนัก!"
รินรดาพึมพำกับตัวเองขณะใช้กรรไกรตัดเทปกาวกล่องสุดท้ายอย่างหมดความอดทน ตลอดสองวันที่ผ่านมา สงครามเย็นระหว่างเธอกับธันวายังคงคุกรุ่น หลังจากปะทะคารมกันครั้งใหญ่ในโปรเจกต์รีโนเวทห้องสมุดชุมชน เธอเลือกที่จะบล็อกการติดต่อทุกช่องทางเพื่อดัดนิสัยสถาปนิกปากจัดคนนั้น แต่ดูเหมือนว่าความเงียบของเธอจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่กระตุ้นให้ธันวาเปลี่ยนจาก 'โหมดเย็นชา' มาเป็น 'โหมดสายเปย์ระเบิดเถิดเทิง' แบบไม่มีใครห้ามอยู่
ภายในกล่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่กระถางต้นไม้มงคลหรือของตกแต่งบ้านทั่วไป แต่พวกมันคือเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังระดับโลกที่เธอเคยบ่นอุบอูยในสตอรี่อินสตาแกรมเมื่อสามเดือนก่อนว่าเป็นแบรนด์ในฝันที่คิวยาวเป็นปี และมีราคาแพงหูฉี่จนเธอยังไม่กล้าสั่งซื้อ
*ติณณ์*—เอ๊ย ธันวาต่างหาก ส่งมาทำไมตั้งมากมายขนาดนี้ รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนใจเต้นแรง เธอรู้ดีว่านี่คือวิธีง้อสาวฉบับคนซึนเดระของธันวา—ปากบอกว่าไม่ง้อ แต่การกระทำคือการกวาดสต็อกสินค้าครึ่งค่อนโลกมาวางกองไว้หน้าบ้านเธอเพื่อประกาศความเป็นเจ้า Z เจ้าของพื้นที่ทางใจอย่างหน้าด้านที่สุด
โทรศัพท์มือถือที่ถูกคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะกระจกสั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง จนเธอยอมพลิกขึ้นมาดู ปรากฏข้อความจากคีย์เพื่อนสนิทตัวแสบที่ส่งรูปภาพหน้าจอห้องแชทของธันวามาให้ดู
*[คีย์]*: "รินรดา ทางนี้แย่แล้วว่ะ แกช่วยรับโทรศัพท์ไอ้ธันวามันหน่อยเถอะ มันนั่งหน้าเครียดเป็นยักษ์เป็นมารอยู่ในออฟฟิศ ประชุมงานกับใครก็จิกกัดชาวบ้านไปทั่วจนลูกน้องจะร้องไห้กันหมดแล้วเนี่ย มันบอกว่าถ้าวันนี้แกไม่ยอมโทรกลับ มันจะเหมาบริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดมาบริจาคให้บ้านแกจริงๆ นะเว้ย"
*[รินรดา]*: "ก็ปล่อยให้มันทำไปสิคะ! คนบ้าอะไรเอาเงินมาผลาญเล่นแก้เครียด ฉันไม่ได้อยากได้สักหน่อย!"
*[คีย์]*: "ปากแข็งชะมัด... ระวังเถอะแก ของพวกนี้ไม่ได้มีไว้ซื้อความรู้สึก แต่มันคือป้ายประกาศว่า 'ผู้ชายคนนี้ยอมจำนนต่อเธอแล้ว' ต่างหากล่ะ ยอมลงให้มันหน่อยน่า คนซึนเจอคนมั่นหน้า มันก็เหมือนละครตลกคาเฟ่นั่นแหละคุณ"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้จะเถียงคีย์ไปแบบนั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงของสถาปนิกหนุ่ม เวลาที่เขาทำหน้าเหมือนคนเสียฟอร์มแต่มือเติบสั่งของพวกนี้มาง้อ มันคงเป็นภาพที่น่าขันและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รินรดาชะงัก หันไปมองผ่านกระจกใสแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มไร้เนกไท แผงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อยจากการเดินทางด้วยความรีบร้อนยืนอยู่ตรงนั้น ธันวา... เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงในเวลางานแบบนี้!
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าดวงตากลับฉายแววพยศอย่างชัดเจน
"บ้านฉันไม่ใช่คลังสินค้าสาขา 2 นะคะคุณธันวา ขนของพวกนี้กลับไปให้หมดเลย ไม่งั้นฉันจะจ้างรถบรรทุกไปเททิ้งหน้าออฟฟิศคุณจริงๆ ด้วย" รินรดาเปิดฉากถางทันทีที่บานประตูเปิดออก โดยไม่เปิดโอกาสให้ชายตรงหน้าได้อ้าปากพูด
ธันวาไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองกล่องพัสดุกองโตในบ้านเธอ ก่อนจะเบนกลับมาสบตาคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันมีความเหนื่อยล้า ความดื้อรั้น และความอ่อนโยนเจือจางซ่อนอยู่ลึกๆ
"ถ้าไม่ให้ส่งมาที่นี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างถือวิสาสะ จนเธอต้องถอยหลังกรูดไปจนติดผนังห้องรับแขก "ผมคงต้องย้ายสำมะโนครัวมาอยู่บ้านคุณแทนแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องเสียค่าขนส่งบ่อยๆ"
"นี่คุณ! พูดจาบ้าอะไรเนี่ย!" รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายที่ถูกรุกฆาตด้วยประโยคกำกวมแบบนั้น มือเรียวพยายามจะผลักอกแกร่งออกห่าง แต่ธันวากลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนเธอต้องหลบตา
"ผมยอมรับก็ได้..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ทำให้ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง "ว่าผมคิดถึงคุณจนทำงานไม่รู้เรื่อง... ยอมผมสักวันเถอะนะ รินรดา"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยอีโก้มาตลอดหลายวันราวกับถูกหลอมละลายด้วยสายตาเว้าวอนที่หาดูได้ยากจากผู้ชายปากจัดคนนี้
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะยอมพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีหยิ่งผยองนั้น เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสอง
*กริ๊งงงง!*
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ส่วนรินรดาอาศัยจังหวะนี้บิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แล้วเดินไปแง้มประตูหน้าบ้านดู ปรากฏว่าพนักงานส่งของยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดใหญ่ยักษ์ พร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ
"เอ่อ... มีพัสดุด่วนส่งถึงคุณรินรดาครับ ผู้ส่งระบุว่าเป็น... หมายศาล... เอ๊ย ไม่ใช่ครับ หมายเชิญประชุมด่วนจากคณะกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งครับ!"
รินรดาขมวดคิ้วรับซองเอกสารมาด้วยความงุนงง ทันทีที่เธอฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากสีระเรื่อกลายเป็นซีดเผือดลงทันที มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย
ธันวาที่เดินตามออกมาติดๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาอ่านด้วยความรวดเร็ว และดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและเนื้อหาด้านใน
"นี่มัน... หมายเรียกพยานคัดค้านสิทธิ์การถือครองที่ดินโครงการรีโนเวท... คีย์มันไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเรานี่!" ธันวาอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ
รินรดาหันขวับมามองหน้าชายหนุ่มทันที ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวงระคนผิดหวัง "นี่คุณกับคีย์ร่วมมือกันหลอกฉันตั้งแต่แรกใช่ไหม... โปรเจกต์นี้มันเป็นแค่เกมบ้าๆ ของพวกคุณสินะ!"
ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 18
ง้อสไตล์คนปากแข็ง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!