เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ทว่ามันไม่ใช่จังหวะของพนักงานส่งพัสดุหรือเสียงกริ่งอัจฉริยะที่รินรดาคุ้นเคย แต่มันคือความหนักแน่นและเย่อหยิ่งเล็กๆ ที่ต่อให้หลับตาเธอก็จำได้แม่นยำ
หญิงสาวชะงักปลายพู่กันที่กำลังเกลี่ยสีอะคริลิกบนเฟรมผ้าใบ หันไปมองหน้าจออินเตอร์คอมตรงทาง1เข้าด้วยสายตาที่ฉายแววหงุดหงิดระคนแปลกใจ หน้าจอคมชัดปรากฏร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มมือทองในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ทรงผมที่มักจะเซ็ตไว้อย่างเนี๊ยบยามนี้กลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากแรงลมข้างนอก และที่สำคัญ... ใบหน้าบึ้งตึงนั่นกำลังจ้องมองตรงมายังเลนส์กล้องด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ทะลุจอ
ธันวามายืนอยู่ที่หน้าบ้านเธอในเวลาเกือบสามทุ่มครึ่ง
รินรดาถอนหายใจยาว วางพู่กันลงบนถาดสี เดินด้วยฝีเท้าหนักหน่วงไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออกทันทีโดยไม่คิดจะเสียเวลาส่องตาแมว
"คุณว่างมากเหรอคุณธันวา?" เธอเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ถึงได้ถ่อสังขารจากคอนโดหรูใจกลางเมืองมาเคาะประตูบ้านคนอื่นตอนดึกดื่นแบบนี้ บ้านช่องไม่มีอะไรทำ หรือว่าแบบแปลนโปรเจกต์ใหม่มันห่วยจนคุณสติหลุดกันแน่คะ"
ธันวาไม่ได้ตอบทันที สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังประเมินความเสียหายของบางสิ่งที่เขาหวงแหนแต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือความคุกรุ่นในแววตาคู่นั้น
เขาก้าวล้ำเข้ามาในบ้านหนึ่งก้าวอย่างถือวิสาสะ บีบบังคับให้รินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่ได้ว่าง..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง "แต่ผมแค่สงสัย ว่าสมองส่วนไหนของคุณที่สั่งให้บล็อกเบอร์ผม ลบไลน์ผม และทำเป็นมองไม่เห็นผมเหมือนอากาศธาตุทั้งๆ ที่เราเพิ่งร่วมงานกันมาหยกๆ"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างท้าทาย เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสู้ความสูง
"อ๋อ... นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องอีโก้ของคุณที่มันพองโตจนคับอกจนทนไม่ได้สินะคะที่โดนผู้หญิงเมิน คุณธันวาคะ โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ และฉันก็ไม่มีหน้าที่ต้องมารายงานตัวหรือรองรับอารมณ์เอาแต่ใจของคุณหรอกค่ะ เชิญกลับคอนโดไปนอนนับแปลนตึกเล่นเถอะค่ะ ดึกแล้ว ฉันจะพักผ่อน"
พูดจบเธอก็ผายมือไปทางประตู เป็นเชิงไล่อย่างไร้เยื่อใย
แต่ธันวากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน นัยน์ตาคมปลาบวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง เขายื่นมือหนาไปดันบานประตูไม้สักปิดล็อกเสียงดัง *คลิก* ขวางกั้นโลกภายนอกไว้ เหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ในโถงทางเข้าที่อบอวลไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งคู่
"เมินผมเพราะโกรธเรื่องวันนั้น... หรือเมินเพราะกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวกันแน่ รินรดา"
ประโยคคำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรที่อาบยาพิษ รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจที่ถูกอีกฝ่ายอ่านทางออกทะลุปรุโปร่ง แต่เธอก็ไวพอที่จะสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งขึ้นมาปิดบังความหวั่นไหวได้อย่างแนบเนียน
"หลงตัวเองขั้น The Best จริงๆ นะคะเนี่ย!" เธอกัดฟันกรอด ต่อปากต่อคำด้วยความรำคาญที่ซ่อนความสั่นไหวไว้เบื้องลึก "ฉันจะไปกลัวอะไรคุณ ทัศนคติแบบคุณ ต่อให้หล่อรวยระดับท็อปเท็นของประเทศ ฉันก็มองเป็นแค่ฝุ่นใต้รองเท้าเท่านั้นแหละค่ะ!"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดผนังห้อง กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
"ฝุ่นใต้รองเท้าเหรอ..." เขาก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูจนเส้นผมของเธอไหวตามลมหายใจอุ่นๆ "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าผมจูบปิดปากตอนนี้ คุณจะยังกล้าพูดคำนี้อีกไหมรินรดา?"
รินรดาสะท้านเฮือก เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้สุดแรง แต่ร่างสูงกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโมโหปนความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ก่อตัวขึ้นในอก
"คนฉวยโอกาส! คนนิสัยไม่ดี! คุณมัน..."
คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาฉวยจังหวะที่เธอเผลอคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวเหนือศีรษะ ส่วนมืออีกข้างประคองกรอบหน้าของเธอไว้มั่น สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ร้อนแรงจนแผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ
"ใช่... ผมมันนิสัยไม่ดี และผมก็รำคาญตัวเองที่ต้องมานั่งหงุดหงิดเพราะผู้หญิงปากร้ายอย่างคุณด้วย!" ธันวาพ่นคำสารภาพกึ่งประชดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "แต่ถ้าคุณยังกล้าทำเป็นเมินผมอีก... ผมจะทำมากกว่าจูบแน่ รินรดา"
ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงัน รินรดานิ่งค้าง ตรึงอยู่กับประกายไฟในแววตาของสถาปนิกหนุ่มที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ อีกต่อไป หัวใจเต้นรัวรากับจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกหลอมละลายด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความปากแข็งของเขาสองคน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของธันวากำลังจะโน้มลงมาประทับปิดกั้นคำพูดทั้งหมด เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังแหลมขึ้นแทรกกลางบรรยากาศอันเร่าร้อน ตามด้วยเสียงเคาะรัวๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก
*“ริน! อยู่บ้านไหม เปิดประตูให้หน่อย ฉันมีเรื่องด่วนจะเม้าท์เรื่องโปรเจกต์ไอ้ธันวาตัวแสบ!”*
เสียงของคีย์ดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำเอาธันวาชะงักกึก ดวงตาคมดุหรี่ลงด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าเพื่อนสนิทตัวดีของเขามาขัดจังหวะในเวลาที่วิกฤตที่สุด
ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 19
คำสารภาพกึ่งประชด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!