เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 20

ความลับใต้พิมพ์เขียว

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
แผ่นกระดาษไขราคาแพงถูกขยำทิ้งลงถังขยะเป็นรอบที่สี่ของชั่วโมง รินรดากัดริมฝีปากจนเจ็บแปลบ ขณะที่ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาซึ่งเปิดไฟล์แบบแปลนโครงสร้างบ้านพักตากอากาศของลูกค้ารายใหญ่ค้างไว้ โปรเจกต์นี้คือใบเบิกทางชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เธอยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงบารมีของครอบครัว แต่ทว่า... เส้นผ่านศูนย์กลางของเสาหลักและองศาการรับน้ำหนักที่เธอคำนวณมาตลอดสามวันกลับผิดเพี้ยนอย่างไร้เหตุผล มันเหมือนกับมีใครบางคนจงใจรื้อโครงสร้างหลักทางวิศวกรรม เพื่อบีบให้เธอต้องยอมจำนนต่อความล้มเหลว "บ้าจริง... มันผิดพลาดตรงไหนวะเนี่ย" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีชอย่างขัดใจ นิ้วเรียวเล็กกดเลื่อนเมาส์ไปมาเพื่อเช็กประวัติการแก้ไขไฟล์ (Revision History) ด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ในสำนักงานสถาปนิกแห่งนี้ นอกจากตัวเธอเองแล้ว ก็มีเพียงแค่ 'เขา' คนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางโดยไม่ต้องขออนุญาต และคนๆ นั้นก็เพิ่งจะเดินมาเยาะเย้ยเธอด้วยสายตานิ่งสนิทเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก๊อกๆ... เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าไม่ได้ทำให้รินรดาลด ละสายตาจากหน้าจอเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงจดจ่ออยู่กับการไล่ดูโค้ดคำสั่งในระบบที่ถูกแก้ไขล่าสุดเมื่อตอนตีสามของเมื่อวาน "ถ้าจะมาทวงเอกสารส่งมอบงานล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าฝันไปเถอะ ฉันยังแก้โครงสร้างฐานรากไม่เสร็จ!" รินรดาตวัดเสียงใส่ออกไปอย่างดุดัน โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองว่าใครคือผู้มาเยือน "ดุเป็นแมวป่าตัวเดิมไม่เคยเปลี่ยน..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าหมั่นไส้ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ ธันวากวาดสายตาคมกริบมองกองกระดาษร่างแบบที่เกลื่อนกลาดอยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังขบขันกับความหัวเสียของหญิงสาว รินรดาตวัดตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือทั้งสองข้างท้าวลงบนขอบโต๊ะเพื่อกดดัน "คุณเข้ามาทำไมคะคุณธันวา พื้นที่ตรงนี้เป็นเขตปลอดคนเจ้าระเบียบปากจัดอย่างคุณ หรือว่ากลัวโปรเจกต์ของฉันจะพังจนต้องมาซ้ำเติมให้มันจบๆ ไปล่ะ" ธันวาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่สาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้รินรดาเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ถ้าผมจะมาซ้ำเติม คงไม่ต้องเสียเวลาเดินมาถึงนี่หรอกครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าแววตาสีเข้มกลับพาดผ่านประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "แต่ที่มา เพราะได้ยินเสียงคนแถวนี้สบถคำว่า 'บ้าจริง' ดังมาถึงห้องทำงานของผมต่างหาก รบกวนสมาธิคนอื่นเขานะครับคุณอินฟลูเอนเซอร์" "ปากจัด!" รินรดาพ่นคำด่าใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด "ถ้าไม่มีอะไรทำก็เชิญกลับไปตรวจแบบของตัวเองเถอะค่ะ อย่ามาเดินวนเวียนแถวนี้ให้รำคาญตาเลย" แทนที่จะเดินหนีตามคำไล่ ธันวากลับก้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางทับลงบนเมาส์แพดของเธอเพื่อหยุดการเลื่อนหน้าจอที่กำลังวุ่นวาย ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่บริเวณข้างแก้มเนียน รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนน่ากลัว ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะรัศมีความกดดันและเสน่ห์อันตรายที่ผู้ชายคนนี้จงใจแผ่ซ่านออกมาต่างหาก "ถอนหายใจแรงขนาดนี้ สมองคงตีบตันไปหมดแล้วสินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าแหย่ที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาร้อนฉ่า "ถอยออกไปเลยนะ!" รินรดาใช้มือผลักไหล่กว้างของเขาเต็มแรง แต่ธันวากลับมั่นคงราวกับกำแพงปูนเปลือยที่เขาเป็นคนออกแบบเอง เสื้อเชิ้ตสีขาวตึงเปรี๊ยะตามมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้า ขยับไหวเล็กน้อยขณะที่เขายืดตัวขึ้นยืนตรงตามเดิม แต่สายตาคมกริบนั้นกลับไม่ได้ละไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมไปแตะที่แป้นพิมพ์ เคาะปุ่มคำสั่งลัดสามครั้งติดต่อกันอย่างคล่องแคล่ว หน้าจอที่เคยแสดงผลข้อผิดพลาดสีแดงฉาน กลับถูกรีเฟรชใหม่กลายเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ เสาหลักที่เคยคำนวณผิดพลาดถูกปรับลดขนาดลงเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มความหนาแน่นของเหล็กเส้นภายในด้วยอัลกอริทึมขั้นสูงที่คำนวณแรงลมและแผ่นดินไหวไว้เรียบร้อย รินรดานิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าจอ สลับกับมองใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นของธันวา "นี่มัน..." เสียงของเธอดังแผ่วลงโดยอัตโนมัติ "คุณทำอะไรกับไฟล์ของฉัน?" ธันวาซุกมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋ากางเกงสแล็ค ท่าทางสบายๆ ของเขาช่างตัดกับความตื่นตระหนกในอกของหญิงสาวราวฟ้ากับเหว "ผมไม่ได้ทำลายงานของคุณ... ผมแค่แก้ 'จุดตาย' ที่คุณมองข้ามไปต่างหาก ถ้าปล่อยให้โครงสร้างเดิมผ่านไปถึงมือวิศวกรควบคุมงาน รับรองว่าแบบบ้านหลังนี้ได้พังครืนลงมาทับหัวคุณก่อนจะได้สร้างเสร็จแน่ๆ" "แล้วทำไม..." รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอับอายและซาบซึ้งตีรวนปะปนกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออก "ทำไมคุณถึงแก้ให้ฉัน ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันหน้าแตกต่อหน้าลูกค้าล่ะคะ ในเมื่อเราเป็นคู่แข่งกันไม่ใช่หรือไง" คำถามนั้นทำให้ธันวาชะงักไปชั่ววินาที แววตาที่มักจะฉายความเย่อหยิ่งและเย็นชาไหววูบลงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดากำลังกักเก็บไว้ในลำคอ "ใครบอกคุณว่าเราเป็นคู่แข่งกันล่ะครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง "สำหรับผมแล้ว... คุณไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นคนเดียวที่ผมยอมเสียเวลามานั่งแก้แบบให้ตอนตีสามต่างหากล่ะครับ" บรรยากาศภายในห้องทำงานพลنينเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว แต่ความร้อนจากสายตาที่ธันวากำลังส่งมากลับแผดเผาผิวแก้มของรินรดาจนขึ้นสีแดงจัด หัวใจของเธอดวงโตเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปากเก่งและอีโก้ที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้ประโยคบอกเล่าที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของสถาปนิกหนุ่มปากจัด รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ท่าทางเย็นชาและคำพูดคอยจิกกัดของเขา จะแฝงไปด้วยความใส่ใจที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ธันวาไม่ได้แค่ช่วยแก้แบบบ้าน... แต่เขาแอบเข้ามาแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้แทนเธอโดยไม่เอ่ยปากทวงบุญคุณเลยสักคำเดียว นิ้วเรียวของธันวายื่นเข้ามาปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอารินรดาสะấuสะท้านไปทั้งร่าง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยลืมความขุ่นเคืองทั้งปวงไปจนหมดสิ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่าง ธันวาก้มมองริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของเธอก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสับสนและความหวั่นไหว "ทีนี้..." เสียงกระซิบของธันวานุ่มนวลจนน่าใจหาย ชวนให้คนฟังเคลิบเคลิ้ม "คุณจะยอมรับความช่วยเหลือจาก 'คู่แข่ง' คนนี้ ไปทานมื้อค่ำเพื่อเป็นการไถ่โทษที่เคยปากร้ายใส่ผมได้หรือยังล่ะครับ... คุณรินรดา" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธด้วยฟอร์มเดิมๆ ตามนิสัย ทว่าก่อนที่เสียงหวานจะทันได้เปล่งคำว่า 'ฝันไปเถอะ' ออกมา— แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะขออนุญาตแม้แต่น้อย "พี่ธันวา! แย่แล้วครับ แบบแปลนโซนสระว่ายน้ำที่ส่งให้ลูกค้าเมื่อกี้ เกิดปัญหาใหญ่..." เสียงของคีย์ชะงักกึกทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า ภาพที่เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังยืนประชิดตัวอินฟลูเอนเซอร์สาวคนดังชนิดที่ปลายจมูกแทบจะแตะกันอยู่รอมร่อ ร่างสูงของเพื่อนสนิทเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วอุทานลั่นห้องด้วยความตกใจ "อุ๊บส์! ขอโทษครับ! ผมไม่น่าเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานแหววของคู่รัก(ปากแข็ง)เลยจริงๆ เชิญพวกคุณเคลียร์กันต่อตามสบายนะคร้าบ!" ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%