เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 21

ความเข้าใจที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระแทกของแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงที่วางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังพอจะทำให้รินรดาที่กำลังงงกับแบบแปลนบ้านสามมิติสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตากลมโตตวัดขึ้นมองเจ้าของห้องด้วยความหงุดหงิดทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ถ้าจะวางแบบไร้ความปรานีขนาดนี้ รบกวนซื้อโต๊ะใหม่มาสำรองไว้ด้วยนะคะ คุณธันวา" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วเรียวสวยท้าทาย ปากบางเฉียบขยับย้อนกลับอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่ดูดีจนน่าหมั่นไส้ ธันวาปรายตามองเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีตราความเรียบเฉยไว้ตลอดเวลาขยับยิ้มมุมปากนิดๆ อย่างน่าหมั่นไส้ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะราวกับจะจับผิด "สำหรับคนที่มีเวลาว่างมานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แทนที่จะตรวจเช็คสเปกวัสดุตามที่ผมบรีฟไปเมื่อวาน การวางแก้วให้มีเสียงดังหน่อย อาจจะช่วยปลุกวิญญาณอินฟลูเอนเซอร์เซเลบให้กลับเข้าร่างมาทำงานได้เร็วกว่าเดิมนะครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีผมลืมไปว่าคนแถวนี้ถนัดแต่การโพสต์ท่าสวยๆ มากกว่าการอ่านตัวเลข" คำพูดเจ็บแสบที่มาพร้อมกับน้ำเสียงเรียบเรื่อยบาดลึกถึงความรู้สึก ทำให้รินรดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ ความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่วถูกสะกิดจนต่อมความอยากเอาชนะพุ่งพล่าน เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งชนิดไม่ยอมลดละให้แม้แต่นิ้วเดียว "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้คุณเคยพูดจามนุษยสัมพันธ์ดีกับใครบ้างไหมคะ หรือว่าคลังคำศัพท์ในสมองของคุณมีแต่คำดูถูกคนอื่น ถึงได้ขยันพ่นมันออกมาทุกครั้งที่หายใจ" รินรดาตอกกลับ เสียงสั่นด้วยความโกรธแต่แววตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นจนธันวาชะงักไปนิด สถาปนิกหนุ่มไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยเข้าแตะจมูกจนเผลอหายใจติดขัด ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธใกล้ๆ จนเห็นแพขนตางอนงามที่กะพริบถี่ "ถ้าผมใจร้ายจริง คุณคงโดนผมไล่ออกไปจากเซฟเฮาส์หลังนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำหน้าเชิดใส่ผมแล้วครับ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจลดระดับลงกระซิบข้างใบหู ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นจังหวะปกติอยู่แล้วกระตุกวูบอย่างแรง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ได้รับอนุญาต รินรดาผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่มือเจ้ากรรมกลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นใต้ร่มผ้าที่อบอุ่นจนเธอต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก "ถอยไปไกลๆ เลยนะ! ใครอนุญาตให้เข้าใกล้ขนาดนี้เล่า!" ธันวาเหยียดยิ้มบางๆ แววตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่กลับฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือหนายื่นเลยผ่านไหล่บางของเธอไปหยิบกระดาษโน้ตสีเหลืองที่แปะอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้านหลัง ก่อนจะดึงมันออกมาแล้ววางลงตรงหน้าเธออย่างใจเย็น "แฟ้มสเปกวัสดุที่คุณหาว่าผมเรื่องมาก... ผมทำสรุปไฮไลท์สีชมพูไว้ให้หมดแล้วตรงหน้าจอ เพราะรู้ว่าคนสมองไวอย่างคุณคงไม่อยากเสียเวลาเปิดอ่านทีละร้อยหน้าหรอกมั้ง" ธันวาพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองเธอนั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด "แล้วก็... กาแฟแก้วนั้น ผมสั่งให้เลขาเอาแบบหวานน้อยมาให้ เพราะรู้ว่าคุณไม่ชอบทานหวานจัด... เลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นยักษ์มารสักที มันเปลืองพลังงานสวยๆ ของคุณเปล่าๆ" คำพูดนั้นทำให้รินรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอก้มมองแก้วกาแฟบนโต๊ะสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไม่ได้ดูน่าหมั่นไส้เหมือนเก่า ความใจดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากจัดและท่าทางเจ้าระเบียบถูกเปิดเผยออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้กำแพงความเกลียดชังที่เธอสร้างไว้พังทลายลงมาทีละน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนอยู่ในระยะใกล้ ความเงียบที่ไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของคนทั้งสอง ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณออกมาเบาๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "ว้าว... ฉันขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย ธันวา ริน" เสียงทุ้มคุ้นเคยของคีย์ เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มใบหน้า นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนใกล้กันเกินความจำเป็นด้วยแววตากรุ้มกริ่ม "พอดีฉันเอาเอกสารสำคัญโปรเจกต์ใหม่มาให้ดู... แต่ดูท่าทาง นายคงกำลังยุ่งอยู่กับการ 'เคลียร์ใจ' กับอินฟลูฯ คนเก่งสินะ" ธันวานิหน้าตึงขึ้นทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา ร่างสูงถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักตามเดิม ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง รินรด้ารีบก้าวถอยหลังออกห่างจากโต๊ะทำงาน ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เธอกำลังจะหันหลังเดินเลี่ยงออกไปเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่คำพูดต่อมาของคีย์กลับทำให้ฝ่าเท้าของเธอต้องหยุดชะงักค้างกลางอากาศ และทำให้ธันวาถึงกับหน้าถอดสี "อ้อ... รินรดาครับ พอดีผมบังเอิญไปได้ยินข่าววงในมาเรื่องครอบครัวของคุณ... ที่คุณกำลังพยายามปิดบังธันวาอยู่... คุณคิดว่าเขาจะรู้สึกยังไงเหรอครับ ถ้าเขารู้ว่าบริษัทคู่แข่งที่กำลังแย่งโปรเจกต์นี้กับเราอยู่... แท้จริงแล้วมีชื่อของคุณพ่อคุณเป็นประธานใหญ่?" หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าธันวาในวินาทีที่เธอกำลังจะเปิดใจรับความรู้สึกดีๆ จากเขา ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%