เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 22

วันหยุดที่ไม่ได้หยุด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงลิบลิ่วดังขึ้นจนรินรดาต้องสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งและท้าทายในเสี้ยววินาทีเพื่อไม่ให้ผู้ชายตรงหน้าจับไต๋ได้ว่าเธอแอบเผลอใจเต้นกับความหัวเสียของเขา "คุณธันวาคะ นี่มันวันอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนตามกฎหมายแรงงาน และที่สำคัญที่สุดคือฉันมีนัดไปสปากับเพื่อนสนิทตอนบ่ายสอง กรุณาใช้สมองอันปราดเปรื่องระดับสถาปัตย์มือทองคำนวณดูใหม่ซิคะว่า การลากฉันมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ในไซต์งานรีโนเวตตึกเก่ากลางกรุงตอนเที่ยงวัน มันละเมิดสิทธิมนุษยชนข้อไหนบ้าง" ธันวาถอนหายใจยาว พลางถอดแว่นสายตาเฟรมโลหะราคาแพงออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวอย่างนึกrchาคาญ ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบยามนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจนริ้วรอยจางๆ ตรงหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม แต่กระนั้นความดูดีแบบไม่ต้องพยายามของเขาก็ยังทำเอารินรดาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน "ถ้าคุณมีเวลามานั่งบ่นพึมพำไร้สาระแบบนั้น เปลี่ยนเป็นหยิบแบบแปลนโครงสร้างโซนห้องครัวขึ้นมาตรวจทานรอบสุดท้ายไม่ดีกว่าเหรอครับรินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มพิกัด "โปรเจกต์นี้ลูกค้ายอมจ่ายไม่อั้นเพราะเขาไว้ใจชื่อเสียงของผม และแน่นอนว่าเขาคงไม่ปลื้มแน่ถ้าอินฟลูเอนเซอร์สายตกแต่งบ้านคนดังอย่างคุณ จะทำงานพลาดตกหล่นรายละเอียดปลอมๆ แค่เพราะรีบไปนอนแช่น้ำนม" "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวยาวเข้าไปประชิดตัวเขาโดยอัตโนมัติเมื่ออารมณ์พุ่งปรี๊ด "ฉันรับปากว่าจะช่วยดูเรื่องมู้ดแอนด์โทนและการจัดวางพื้นที่ใช้สอย ไม่ได้เซ็นสัญญาขายวิญญาณให้มาเป็นทาสรับใช้คุณในวันหยุดนะคะคุณธันวา จำไว้ด้วย!" ธันวาไม่ถอยหนี เขายังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังฮึดฮัดราวกับแมวเปอร์เซียขนฟูยามถูกขัดใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปนกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ มันเป็นระยะห่างที่อันตรายเกินไปสำหรับคนปากแข็งสองคนที่ซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้กำแพงอีโก้หนาเตอะ "ใครบอกว่าผมมองคุณเป็นทาสล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดึงสติรินรดาให้ชะงัก "ถ้าเป็นทาส... ผมคงไม่ยอมขับรถไปซื้อกาแฟแก้วโปรดกับครัวซองต์อบร้อนที่คุณชอบมาวางไว้บนโต๊ะตั้งแต่แปดโมงเช้าหรอกนะ" รินรดาชะงักกึก ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ เผลอมองไปยังถุงกระดาษแบรนด์โปรดที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงานตั้งแต่เธอมาถึงโดยไม่ได้สังเกต เธอเม้มปากแน่น หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความวูบไหวแปลกประหลาดที่เธอเกลียดเสียเหลือเกิน "ก็... ก็คุณคงกลัวว่าฉันจะเป็นลมตายคางานแล้วเสียชื่อเสียงสตูดิโอของคุณมากกว่ามั้งคะ" เธอยังคงพยายามหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความหวั่นไหว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเช่นกัน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปทำให้เขาดูโดดเด่นท่ามกลางซากปรักหักพังของการรีโนเวต เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะด้านหลังโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือแก้มนุ่ม ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิงไปหมด "ปากแข็ง..." ธันวาพึมพำชิดริมหิมฝีปาก สายตาคมมองลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง "ทั้งๆ ที่เมื่อคืนคุณยังส่งข้อความมาบ่นในแชทส่วนตัวอยู่เลยว่าคิดถึงฝีมือการออกแบบของผม... เอ๊ะ หรือผมตาฝาดไปเองกันแน่นะครับคุณรินรดา" "ฉัน! ฉันไม่ได้..." รินรดาหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออกเมื่อโดนจี้จุดตาย มือเรียวเล็กยกขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งให้ออกห่าง แต่กลับถูกมือหนาคว้าจับเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้เธอสะท้านไปทั้งร่าง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงเจาะผนังหรือเสียงคนงานด้านนอกราวกับเลือนหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มใสไปเพียงนิดเดียวจนรินรดาต้องหลับตาปี๋ด้วยความลุ้นระทึก เรียวปากหยักลึกกำลังจะเอื้อnเอ่ยคำพูดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจมานาน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านหน้าที่ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต รินรดาออกแรงผลักอกธันวาเต็มแรงจนเขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว ขณะที่เธอรีบหันไปจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรลุกรน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ธันวาผ่อนลมหายใจออกทางปากด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังผู้มาเยือนที่ยืนอยู่หลังกระจกใส ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะฉายแววตกใจระคนแปลกใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ถือวิสาสะผลักประตูก้าวเข้ามาในไซต์งานโดยไม่รอฟังคำอนุญาต "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานมันเลี่ยนของคู่รักจำยอมเขานะครับเพื่อนรัก" เสียงทุ้มกวนประสาทของ "คีย์" เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ทั้งคู่ ธันวาขบกรามแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่รินรดาอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อพบว่า บุคคลที่สามที่โผล่เข้ามาในยามวิกฤตนี้คือศัตรูตัวฉกาจที่คอยจ้องจะแย่งโปรเจกต์ใหญ่ไปจากพวกเขา ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%