"มึงจะมายืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ตรงนี้อีกนานไหมไอ้ธันวา! แขกเขารอจนรากงอกแล้ว หรือจะให้เขาขึ้นมาถล่มเซฟเฮาส์ราคาเก้าหลักของมึงถึงข้างบน!"
คีย์ตะโกนก้องผ่านบานประตูไม้โอ๊คหนาเตอะที่ปิดสนิท ธันวาไม่ได้ตอบโต้อะไร มือหนาที่มักจะใช้จับปากกาเขียนแบบด้วยความมั่นคงกลับสั่นเทาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกำแน่นจนขึ้นข้อขาว เขามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน... หน้าจอที่เงียบสนิทมานานกว่าสามชั่วโมง
ไม่มีข้อความตอบกลับจากรินรดา
ปกติแล้วแม่คุณจะต้องส่งสติกเกอร์หน้ายักษ์หรือข้อความประชดประชันกลับมาภายในไม่กี่นาทีหากเขาเผลอทำตัวเย็นชาใส่ แต่นี่... ความเงียบเชียบของเธอเปรียบเสมือนสุญญากาศที่กำลังสูบเอาลมหายใจของเขาออกไปจนหมดปอด ธันวาไม่ได้กังวลเรื่อง 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่คีย์พูดถึงหรอก เขาแค่กำลังกังวลว่าความเงียบของรินรดาคือจุดเริ่มต้นของ 'การจากลา' ที่เขาไม่เคยเตรียมใจรับมือ
*ปัง!*
ธันวากระชากประตูเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนคีย์ที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง
"ใจเย็นไอ้คุณสถาปนิก ผู้หญิงคนนั้นน่ะ..."
"หุบปากซะคีย์" ธันวาตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่น "มึงมั่นใจนักไม่ใช่เหรอว่าจัดการได้ บอกคนข้างล่างไปว่ากูไม่ว่าง"
"ไม่ว่างเหรอ? มึงดูสารรูปตัวเองในกระจกก่อนไหม" คีย์พยักพเยิดไปทางบานกระจกเงาบานใหญ่ในโถงทางเดิน ธันวาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ย เนคไทไม่ได้ถูกผูกเรียบร้อยเหมือนทุกที สภาพที่ดูเหมือนคนกำลังสติหลุดนี่น่ะหรือคือชายที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในวงการสถาปัตยกรรม "รินรดาเขาอ่านข้อความมึงแล้ว แต่เขาไม่ตอบใช่ไหมล่ะ? ถึงได้ทำตัวเหมือนคนกำลังจะลงแดงแบบนี้"
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้ปฏิเสธ มันคือความจริงที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต
"เขาแค่งอนเรื่องเมื่อวาน" ธันวาพึมพำเหมือนบอกตัวเองมากกว่าบอกเพื่อน "เขาก็แค่... ต้องการเวลา"
"เวลาเหรอ? ในขณะที่ตระกูลวรโชติเมธีมาเคาะประตูบ้านมึงเนี่ยนะ?" คีย์เลิกคิ้วมองเพื่อนรักด้วยสายตาสมเพชแกมเอ็นดู "ถ้ามึงยังมัวแต่ห่วงเรื่องผู้หญิงจนเสียงานเสียการแบบนี้ ต่อให้มึงเก่งกาจแค่ไหน อนาคตมึงก็พังอยู่ดี ลงไปเคลียร์ข้างล่างเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะโทรบอกให้รินรดามาดูสภาพมึงตอนนี้ด้วยตัวเอง!"
คำขู่ของคีย์ได้ผล ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนในอก รวบรวมสมาธิเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลับมาเป็นสถาปนิกมาดนิ่งอีกครั้ง เขาเดินลงบันไดวนด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้ภายในใจจะยังคงวนเวียนอยู่กับความเงียบของรินรดาที่เหมือนเข็มแหลมคมทิ่มแทงหัวใจอยู่ทุกขณะ
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนในโถงรับรองดังขึ้นเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงความไม่พอใจของผู้มาเยือน ธันวาก้าวลงมาถึงขั้นสุดท้าย ก่อนจะหยุดชะงัก
ไม่ใช่รินรดา... แต่เป็นหญิงวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดที่ดูสูงส่งและเย็นชาจนน่าขนลุก
"คุณธันวา... การให้แขกผู้ใหญ่รอเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่มารยาทที่สถาปนิกที่มีชื่อเสียงเขาทำกันนะคะ" หญิงคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลังจนทำให้อากาศในห้องดูเบาบางลง
ธันวากระชับปกเสื้อให้เข้าที่ "ผมขออภัยครับ แต่ผมไม่มีนัดกับใครทั้งนั้นในวันนี้"
"คุณไม่มีนัด... แต่คุณมี 'ความลับ' ที่ต้องสะสาง" เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาและเลื่อนหน้าจอมาตรงหน้าเขา มันคือภาพถ่ายในมุมมืดของเซฟเฮาส์... ภาพที่รินรดากำลังยืนอยู่ในครัวของเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ธันวาตัวชาไปทั้งร่าง มือขวาของเขากำหมัดแน่นจนสั่น เขาสามารถทนต่อคำขู่เรื่องธุรกิจได้ แต่เมื่อมีใครสักคนแตะต้องถึงคนสำคัญที่สุดในหัวใจ สติของเขาก็แทบจะขาดผึง
"อย่ามายุ่งกับเธอ" ธันวาเค้นเสียงรอดไรฟัน
"หึ... ปากแข็งได้อีกนะคะ" หญิงวัยกลางคนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกดโทรศัพท์และยื่นสายมาให้เขา "คุยกับเธอสิคะ... ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจทำลายอนาคตที่เหลือของเธอทิ้ง"
ธันวารับโทรศัพท์มาด้วยมือที่สั่นเทา เสียงหวานใสที่คุ้นเคยจากปลายสายไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้น แต่มันกลับทำให้หัวใจเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
"ธันวาคะ... รินกำลังจะบอกคุณว่า... เราเลิกติดต่อกันเถอะค่ะ"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ประชดประชันใดๆ แต่นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... ความเงียบที่เขาหวาดกลัวมาตลอดทั้งวัน ได้กลายเป็นคำพิพากษาที่เย็นชาที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว
ธันวากำโทรศัพท์แน่นจนเกือบจะแตกคามือ เขามองไปที่หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่บังอาจพรากสิ่งที่เขารักไป
"คุณเลือกเองนะ..." ธันวาพูดเสียงเรียบเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน "ที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นคนไม่มีหัวใจแบบนี้"
เขากดวางสาย ทิ้งโทรศัพท์ลงบนพื้นจนแตกกระจาย ก่อนจะก้าวเข้าไปหาผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ... และในจังหวะนั้นเอง ประตูหน้าเซฟเฮาส์ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิด
รินรดาก้าวเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย มือเรียวบางถือกล่องเครื่องมือช่างที่เขาเคยให้เธอยืมไป เธอกวาดสายตามองธันวาและหญิงวัยกลางคนสลับกัน ก่อนจะวางกล่องนั้นลงบนโต๊ะด้วยเสียงดังสนั่น
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ" รินรดาเอ่ยเสียงใส ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยความเดือดดาล "แต่ถ้าจะประกาศสงครามกับใคร... รบกวนอย่าใช้ชื่อฉันเป็นเครื่องต่อรอง เพราะฉันไม่ใช่หมากในเกมเน่าๆ ของพวกคุณ"
เธอหันมาสบตาธันวา... แววตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—แววตาที่กำลังจะตัดเขาทิ้งไปจากชีวิตจริงๆ แล้ว
"เราจบกันตั้งแต่วินาทีนี้ค่ะธันวา... และไม่ต้องพยายามตามหา เพราะฉันจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความเงียบในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากกำมะหยี่สีแดงค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 17
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!