เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ของ *‘The Arch’* ดังสะท้อนก้องจนรินรดาต้องเลิกคิ้วสูง
เธอพับแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขึ้นถึงข้อศอก ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมคนขณะจ้องมองสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเย็นชาใส่เธอมาเกือบสิบนาทีเต็ม ตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาที่ได้รับจาก ‘ลูกค้ารายใหญ่’ นามว่ากรณ์
“คุณธันวาคะ ถ้ามีปัญหาอะไรกับแบบแปลนห้องรับแขก ก็กรุณาพูดออกมาตรงๆ ค่ะ อย่ามาทำหน้าเหมือนดิฉันติดหนี้คุณร้อยล้านแปด ทั้งที่ความจริงแล้ว งานนี้ฉันต่างหากที่เป็นคนจ่ายเงินจ้างคุณ”
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างบาดตาบาดใจ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของเขาโชยเข้าเตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเธอให้พุ่งสูงปรี๊ด
“จ้างเหรอครับ... อ๋อ หรือว่าเงินที่คุณได้มาจากไอ้คุณกรณ์เมื่อคร่าวโน้น มันทำให้คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์สั่งผมได้ทุกอย่าง?” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่กลับกรีดลึกในความรู้สึก “เพิ่งรู้ว่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังยุคนี้ นอกจากจะรับรีวิวของแต่งบ้านแล้ว ยังรับบริการเสริมเป็น ‘เด็กเสิร์ฟความใส่ใจ’ ให้กับบรรดานักลงทุนกระเป๋าหนักด้วยเหรอครับ รินรดา”
*เพี๊ยะ!* (เกือบจะ) — รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มจนมันร้อนผ่าว เธออยากจะยกมือขึ้นตบปากเสียๆ หายๆ นั่นสักทีสองทีให้สาสม แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้เขาแทน
“ปากเก่งจังนะคะ... อิจฉาเหรอคะ หรือว่ากลัวว่าส่วนแบ่งกำไรในโปรเจกต์นี้มันจะน้อยลงจนเอาไปเปย์สาวที่ไหนไม่ได้?” รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า ความสูงที่ต่างกันไม่มากนักเมื่อเธอใส่ส้นสูงทำให้สายตาของเราอยู่ระดับเดียวกัน “คุณกรณ์เขาเป็น สุภาพสตรี... เอ้ย สุภาพบุรุษค่ะ เขาให้เกียรติผู้หญิง ไม่เหมือนสถาปนิกปากจัดแถวนี้ ที่วันๆ เอาแต่พ่นคำพูด toxic ใส่คนอื่นเพราะกลัวว่าปมในใจตัวเองจะถูกขุดคุ้ย”
ดวงตาคมกริบของธันวาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเย็นชาจะถูกถมทับลงไปจนมิด
เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ผายมือไปทางประตูอย่างเยือกเย็น
“เชิญคุณเอา ‘ความสุภาพบุรุษ’ ของไอ้กรณ์ไปใช้ที่อื่นเถอะครับ เซฟเฮาส์หลังนี้ผมออกแบบด้วยจิตวิญญาณ ไม่ได้ทำไว้เพื่อรองรับคนประเภทที่แยกแยะระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้”
“ฉันนี่นะไม่แยกแยะ!” รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่น “คุณนั่นแหละที่เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอยู่ๆ ก็พาลใส่ฉันตั้งแต่วันงานเปิดตัวโครงการแล้ว! คนอะไร ใจแคบยิ่งกว่ารูเข็ม หวงก้างไม่เข้าเรื่อง!”
คำว่า *‘หวงก้าง’* หลุดออกจากปากเธอ ทำให้ธันวาชะงักไป ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนระอุบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มมุมปากหายไป เหลือเพียงใบหน้าเรียบตึงที่ซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา รินรดาผถอยหลังจนสะโพชนั่งแนบติดกับขอบโต๊ะทำงาน ด้านหลังคือเอกสารกองโต ด้านหน้าคือผู้ชายอันตรายที่กำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากเธอ
“หวงเหรอครับ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก จนรินรดาต้องเผลอมองกลีบปากของเขาโดยไม่รู้ตัว “คุณเอาสมองส่วนไหนคิดว่าผมจะไปหวงผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่สร้างภาพให้คนอื่นกดไลก์ฮะ?”
“ถ้าไม่ได้หวง... แล้วคุณจะเดือดร้อนอะไรกับดอกไม้ช่อบ้าๆ นั่นนักหนา!” เธอเถียงกลับเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“ผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องดอกไม้...” ธันวาหยุดพูดไปชั่วขณะ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนรินรดาขนลุกซู่ มือหนาทั้งสองข้างค้ำยันขอบโต๊ะไว้ เป็นการกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ “แต่ผมรำคาญ... รำคาญเวลาที่เห็นคุณไปยิ้มระรื่นให้ไอ้พวกผู้ชายที่มันจ้องจะเคลมคุณทางสายตาต่างหาก!”
รินรดาเบิกตากว้าง ความอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วอก คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งคนนี้ มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องตีความอะไรอีกแล้ว... เขาหึง! เขาหึงเธอกับกรณ์จริงๆ!
“อ๋อ ที่แท้ก็... อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้พูดเย้าแหย่ต่อ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสๆ ของคีย์ที่ดังแทรกเข้ามากลางบรรยากาศที่กำลังสุกงอม
“ธันวา! แฟ้มงบประมาณของล็อตใหม่ที่แกสั่งให้ฉันตรวจ... เฮ้ย! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกแกหรือเปล่าเนี่ย?”
ธันวาผละออกจากรินรดาด้วยความเร็วแสง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ส่วนรินรดารีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ด้วยความเขินอายจนหน้าแดงก่ำ
คีย์กวาดสายตามองเพื่อนสนิทสลับกับอินฟลูเอนเซอร์สาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มุมปากกระตุกขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะยกแฟ้มในมือขึ้นบังรอยยิ้มแล้วเอ่ยแซว
“โอ๊ะ ตายจริง... สงสัยฉันคงมาผิดเวลาจริงๆ ด้วย งั้นเชิญพวกนาย ‘เคลียร์แบบแปลน’ กันต่อตามสบายเลยนะ เดี๋ยวฉันไปรอข้างนอก... เชิญจ้า!”
พูดจบทายาทหนุ่มเจ้าสำราญก็หมุนตัวเดินกลับออกไปพร้อมกับปิดประตูดัง *‘คลิก’* เบาๆ ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
รินรดายกมือขึ้นทาบอก พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะหันไปเฉ่งพ่อสถาปนิกปากแข็งต่อให้สะใจ แต่พอหันไปสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่กลับมามองเธอนิ่งๆ อีกครั้ง คำพูดทุกคำก็ติดอยู่ที่ลำคอ
ธันวากวาดสายตามองเธอนิ่งนาน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอทัดหูให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอารินรดานิ่งค้าง ราวกับถูกมนต์สะกด
“คราวหลัง...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู จนขนอ่อนลุกชัน “ถ้าไม่อยากให้ผม ‘ปากจัด’ ใส่คุณอีก... ช่วยเก็บรอยยิ้มพวกนั้นไว้ให้คนที่เป็นเจ้าของตัวจริงก็พอครับ”
รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากเถียง ประตูห้องประชุมที่เพิ่งปิดไปก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งโดยคีย์ ที่คราวนี้ใบหน้าถอดสีและมีท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ธันวา... รินรดา! แย่แล้ว! ข้างล่าง... มีคนเอารูปฉาวของพวกแกสองคนไปปล่อยลงเพจข่าววงในแล้ว!”
(ขอให้ทุกท่านดื่มด่ำไปกับรอยร้าวที่กำลังจะถูกเติมเต็มด้วยความคลั่งรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นในตอนต่อไปนะคะ!)
---
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของกำมะหยี่สีแดงเสมอนะคะ*
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 15
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!