เสียงหัวingคิกคักผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ได้ทำให้สถาปนิกหนุ่มมือทองอย่างธันวาอยากละสายตาจากแบบร่างโครงสร้างอาคารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย—หากไม่ใช่เพราะเจ้าของเสียงนั้นคือ ‘รินรดา’ อินฟลูเอนเซอร์สาวปากกล้าผู้เข้ามาปั่นป่วนระบบประสาทของเขาในรอบสามเดือนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
“คุยอะไรกันนักหนากับไอ้หมอนั่น… หน้าจอจะทะลุเข้าหากันอยู่แล้วนะคะคุณริน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดไว้อย่างไม่คิดจะปกปิดดังขึ้น ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากปลายปากกาตัดเส้น แต่มุมปากหยักลึกที่มักจะเหยียดยิ้มเยาะใส่ลูกค้าเรื่องมาก กลับเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
รินรดาละสายจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความท้าทาย เธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ตั้งใจกวนประสาทคนตรงหน้าให้ถึงขีดสุด
“ก็คุยเรื่องงานค่ะ… อ้อ ไม่สิ พี่กรณ์เขาชวนไปดูวัสดุนำเข้าล็อตใหม่ที่เพิ่งลงท่าเรือพรุ่งนี้พอดี บอกว่าเกรดพรีเมียมเหมาะกับโปรเจกต์มินิมอลที่ฉันกำลังทำคอนเทนต์อยู่พอดีเลยค่ะ คุณธันวาขัดข้องอะไรเหรอคะ ถึงทำหน้ายักษ์ใส่ฉันตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว”
ธันวาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพรีเมียมจ้องมองรินรดาเขม็ง รังสีความเย็นชาที่เคยใช้สยบผู้รับเหมาและวิศวกรมานักต่อนักถูกงัดออกมาใช้เต็มพิกัด แต่ทว่า… มันกลับสั่นไหวเล็กน้อยด้วยพิษสงของความหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้
“พี่กรณ์… เรียกสนิทกันขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันในงานเปิดตัวอีเวนต์บ้านจัดสรรเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง หรือรสนิยมของคุณรินจะชอบผู้ชายประเภทปากหวานก้นเปรี้ยวแบบนั้น” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันแต่แฝงประกายไฟในแว่นตา “เตือนไว้ก่อนนะว่าตาเกรดพรีเมียมที่คุณว่านั่นน่ะ อาจจะเป็นไม้ฉำฉาย้อมสีเกรดต่ำที่หลอกขายอินฟลูเอนเซอร์สมองกลวงก็ได้”
“นี่คุณธันวา!” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะทำงานของเขาดัง ‘ปัง’ จนกาแฟลาเต้ในแก้วเซรามิกกระฉอกเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ “อย่ามาดูถูกรสนิยมฉันนะ! พี่กรณ์เขาเป็นถึงเจ้า-ของ-นำ-เข้า-วัสดุรายใหญ่ ไม่ใช่สถาปนิกปากจัดที่เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแล้วคอยจิกกัดชาวบ้านไปวันๆ อย่างคุณ!”
“ปากกล้าแบบนี้ ระวังจะโดนเขาหลอกจนหมดตัวแล้วจะมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งคาอกเสื้อผมนะรินรดา”
ธันวาลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธออยู่ แรงกดดันจากความเป็นชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและอีโก้ที่สูงลิ่วทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้น ยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
รินรดาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณเมื่อแผงอกกว้างของเขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด แต่ทว่าความทิฐิที่มีมากกว่าทำให้เธอยังคงเชิดหน้าสู้ สายตาคมกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์ปักหลั่น
“ต่อให้ฉันจะโดนหลอกจนหมดตัว มันก็เรื่องของฉันค่ะ! ไม่หนักหัว… อุ๊บ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาหมดความอดทนที่จะต่อปากต่อคำ ร่างสูงก้าวประชิดตัวรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวด้วยแรงอารมณ์ที่พรั่งพรู ปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะชนกับแก้วเนียนใสของคนอวดดีที่ยังดื้อดึงไม่เลิก
“ปล่อยนะ! คุณธันวา คุณบ้าไปแล้วรึไง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” รินรดาร้องประท้วง มือทั้งสองข้างระดมทุบลงบนอกเสื้อสูทของเขาอย่างแรงเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมแขนเหล็กกล้าที่รัดรึงเธอไว้ราวกับคีมเหล็ก
“ใช่… ผมมันบ้า” ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อจนรินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวงแหนที่ปิดไม่มิด “บ้าเพราะทนเห็นคุณส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นไม่ได้ บ้าจนอยากจะโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นออกนอกหน้าต่างชั้นยี่สิบซะให้เข็ด!”
หัวใจดวงน้อยของรินรดากระตุกวูบ คำพูดตัดพ้อที่เจือความหึงหวงอย่างรุนแรงทำให้สมองที่กำลังประมวลผลคำด่าทอถึงกับหยุดชะงัก เธอนิ่งอึ้ง มองเสี้ยวหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่ตรงเอว ส่งผ่านความร้อนรุ่มเข้ามาในหัวใจจนเกราะป้องกันทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
“คุณ… หวงฉันเหรอคะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ความมั่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาแทนที่
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่คมไหววับก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายดุดันกลบเกลื่อนความเขินอาย เขาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอตามสไตล์คนปากแข็ง
“ใครหวงคุณ? อย่าหลงตัวเองน่ารินรดา ผมแค่รำคาญที่โปรเจกต์ที่เราทำร่วมกันมันจะพังเพราะคุณเอาเวลาไปไร้สาระกับผู้ชายอื่นต่างหาก”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจี๊ยบแปลบที่อกข้างซ้ายตีกลับมาทันทีเมื่อได้ยินคำปฏิเสธเสียงแข็งนั้น ความกล้าหาญเมื่อครู่หายวับไปกับตา เธอดันอกเขาออกสุดแรงด้วยความน้อยใจ
“ถ้าคิดว่าฉันไร้สาระนัก ก็ไปจ้างอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นมาทำแทนสิคะ! ปล่อย!”
เธอบิดตัวหมายจะผละหนี แต่ธันวากลับกระชับวงแขนให้แน่นยิ่งขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากของเขากดแนบเข้ากับขอบใบหูเนียน เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดลาดไหล่ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“สายไปแล้วค่ะ… เพราะผมไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาแทนที่คุณทั้งนั้น”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงโต้แย้งใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับร่างสูงโปรศของ ‘คีย์’ เพื่อนสนิทและคู่ปรับทางธุรกิจที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต
“ไอ้ธันวา! เอกสารขออนุมัติงบจากฝั่งซัพพลายเออร์ล็อตใหม่มึงดู… เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนรึเปล่าเนี่ย?”
คีย์ชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นแฟชั่นเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนขบขัน เมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังยืนโอบกอดอินฟลูเอนเซอร์สาวคนดังไว้แนบอก ในท่าทางที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอันดีงามของบริษัทอย่างยิ่งยวด
รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เธอใช้จังหวะที่ธันวาหันไปถลึงตาใส่ผู้มาใหม่ สะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการแล้วคว้ากระเป๋าถือวิ่งพรวดพราดออกจากห้องทำงานไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
ธันวากัดฟันกรอด ส่งสายตาดุร้ายอาฆาตมาดร้ายไปยังเพื่อนรักที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
“มึงมาทำซากอะไรตอนนี้วะไอ้คีย์!” ธันวาคำรามลอดไรฟัน
“อ้าว ก็กูไม่รู้นี่ว่าเสือสถาปนิกกำลังจะขย้ำเหยื่อสาวคาโต๊ะทำงาน…” คีย์ลอยหน้าลอยตาเดินเข้ามาวางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะโน้มตัวกระซิบเสียงเบาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่บอกไว้ก่อนนะเพื่อน… ถ้าน้องรินเขาหนีไปซบไอ้กรณ์จริง ๆ ล่ะก็ ระวังตำแหน่ง ‘ว่าที่แฟน’ จะหลุดมือไปแบบไม่ต้องสงสัย!”
ดวงตาคมกริบของธันวาหรี่แคบลง รังสีความมุ่งมั่นและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันทีที่ได้ยินชื่อคู่แข่งหัวใจ—งานนี้ต่อให้ต้องรื้อโปรเจกต์ทั้งหมดทิ้งแล้วตามไปง้อถึงหน้าบ้าน เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยเธอนายให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นเด็ดขาด!
—
(ขอให้ทุกท่านดื่มด่ำไปกับรอยร้าวที่กำลังจะถูกเติมเต็มด้วยความคลั่งรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นในตอนต่อไปนะคะ!)
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 14
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!