เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 25

ความสัมพันธ์ที่ขยับขั้น

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังคลั่งรักแต่โดนขัดใจนั้น รุนแรงเสียจนคีย์ต้องยกมือขึ้นยอมแพ้พร้อมกับถอยหลังกรูดไปสองก้าว "อุ้ม... กูมาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าวะเนี่ย?" คีย์ชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเจื่อนลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบตัวธันวาเวลานี้พร้อมจะเผาบ้านใครก็ได้เป็นจุล "รู้ตัวก็ดีนี่" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อเพื่อนสนิทที่ดันโผล่เข้ามาผิดจังหวะเสียเหลือเกิน "ถ้าสมองมึงยังมีรอยหยักหลงเหลืออยู่บ้าง คงพอมองออกนะว่ากูไม่ได้อยากต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญตอนนี้" รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้กันถึงกับต้องแอบกลั้นยิ้ม แม้สถานการณ์จะตึงเครียดจนแทบขาดใจ แต่นัยน์ตากลมโตกลับพราวระยับด้วยความขบขัน หล่อนรู้ดีว่าธันวาหงุดหงิดเรื่องอะไร ก็เมื่อครู่... ก่อนที่ไอ้เพื่อนตัวดีจะโผล่พรวดพราดเข้ามา ทั้งคู่เพิ่งจะขยับเข้าใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันอยู่รอมร่อ "โหย ใจคอจะไมต้อนรับเพื่อนรักผู้ลงทุนลงแรงขับรถมาดูหน้างานให้เลยหรือไงวะคุณธันวา" คีย์ทำหน้ายู่ ยอมรับว่าเขากลัวรังสีออร่าทมิฬของเพื่อนตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่สัญชาตญาณความเสือกมันมีมากกว่า เลยเลือกจะทำเป็นมองไม่เห็นสายตาดุๆ นั้นแล้วเดินดุ่มๆ เข้ามาในเซฟเฮาส์ "พอดีกูมีเอกสารด่วนเรื่องแปลนโครงสร้างที่ต้องให้มึงเซ็นอนุมัติ ไม่งั้นทีมวิศวกรหน้างานได้ปวดหัวจนแทบกราบตีนแน่... ว่าแต่ ริน... เธอยังอยู่เหรอเนี่ย นึกว่ากลับไปตั้งแต่ตอนที่ฉันยังไม่มาซะอีก" "ฉันก็แค่อยู่เคลียร์รายละเอียดงานตกแต่งภายในกับคุณธันวาต่อค่ะ" รินรดาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้หัวใจดวงน้อยจะยังเต้นรัวระรัวไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "อีกอย่าง งานนี้โปรเจกต์ใหญ่ ฉันในฐานะอินฟลูเอนเซอร์และคนดูแลภาพรวม ก็ต้องรอบคอบเป็นธรรมดาค่ะ... จริงไหมคะคุณสถาปนิก?" ประโยคท้ายหล่อนจงใจหันไปเลิกคิ้วถามเจ้าของบ้านที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดทิ้งไว้กลางห้อง ธันวาปรายตามองหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่น่นเสียงในลำคออย่างหมั่นไส้ในความปากเก่งของหล่อน "เอาเอกสารมานี่" ธันวาแบมือขอแฟ้มจากคีย์ด้วยท่าทางกระแทקיםกระทั้น "เซ็นเสร็จแล้ว ไสหัวไปได้เลยนะคีย์ อย่าอยู่เป็นก้างขวางคอแถวนี้" "โห ปากคอเรานี่มัน... สมแล้วที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัด" คีย์ส่ายหัวเบาๆ ยื่นแฟ้มเอกสารให้แต่โดยดี ก่อนจะแกล้งกระซิบกระซาบเสียงเบาที่ตั้งใจให้คนฟังได้ยินกันถ้วนหน้า "เคลียร์กันดีๆ ล่ะมึง ระวังหัวใจตัวเองเถอะ อย่าปากแข็งนักเลย... ไปละ ไม่อยากอยู่เป็นเป้านิ่งให้สถาปนิกหวงก้างมันยิงด้วยสายตา" พูดจบ เจ้าตัวก็หันหลังเดินลิ่วๆ ออกจากเซฟเฮาส์ไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมทั่วพื้นที่ห้องรับแขกอีกครั้ง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับมาอึมครึม แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบก่อนหน้านี้ หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด คล้ายกับว่าระยะห่างที่เคยมี ถูกย่นย่อให้แคบลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ธันวาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปึง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีสบายๆ "มองอะไรคะ?" รินรดาเอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่หล่อนไม่วางตา "เปล่า" ธันวาตอบเสียงห้วน สองขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนหล่อนต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์ครัวโดยอัตโนมัติ สถาปนิกหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งยันเคาน์เตอร์ไว้ กักตัวหล่อนให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ "แค่กำลังคิดว่า... เธอนี่มันเก่งเหลือเกินนะรินรดา" "เรื่องอะไรล่ะคะ ชมหรือประชด?" "ทั้งสองอย่าง" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนสันจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวหล่อนผสมผสานกับกลิ่นกาแฟจางๆ ยิ่งทำให้สติที่ควบคุมไว้อย่างดีเริ่มสั่นคลอน "รู้ไหมว่าเมื่อกี้... ฉันเกือบจะจัดการไอ้คีย์ข้อหาข้อหาข้อหา... ช่างหัวมันเถอะ" รินรดาใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ หล่อนพยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองมา แต่ธันวากลับใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางหล่อนให้กลับมาสบตาตรงๆ "อย่าหลบตาฉันริน" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มทุบลงอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับใจกระตุก "ที่เราคุยกันค้างไว้... เรื่องที่เธอไม่ยอมเปิดใจให้ใครจริงๆ จังๆ เพราะกลัวความคาดหวัง... แล้วกับฉันล่ะ?" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตกใจที่จู่ๆ เขาก็วกกลับมาเรื่องนี้อย่างจริงจัง "คุณ... พูดเรื่องอะไรคะเนี่ย" "ฉันไม่ได้พูดเล่น" ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหล่อน ราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งพวกนั้น "ฉันเป็นคนเจ้าระเบียบ ฉันเกลียดความไม่สมบูรณ์แบบ และฉันไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น... แต่กับเธอริน... ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า ทุกครั้งที่เธอเข้ามาปأسป่วนในชีวิตฉัน ฉันไม่เคยอยากผลักไสเธอเลยสักครั้งวะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งและปากจัด ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หล่อนอ้าปากค้างเล็กน้อย พูดไม่ออกไปชั่วขณะ นี่เขา... กำลังบอกความรู้สึกตัวเองออกมาตรงๆ อย่างนั้นหรือ? สถาปนิกสายซึน ปากร้ายคนนี้น่ะนะ? "คุณธันวา..." หล่อนครางชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับละเมอ "ฉันอาจจะพูดจาไม่เข้าหู เป็นคนปากหมาในสายตาเธอ..." ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนหล่อนขนลุกซู่ "แต่เรื่องที่ฉันพูดตอนนี้... ไม่มีคำไหนโกหกเลยสักคำ" รินรดารู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ กำแพงในใจที่เคยสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากความคาดหวังพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ภายใต้ดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความจริงจังและเว้าวอนคู่นั้น หล่อนมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หล่อนไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาร่วมงานด้วย แต่หล่อนคือคนที่สามารถก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว... และพื้นที่หัวใจของนายสถาปนิกคนนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ มือเรียวเล็กของรินรดายกขึ้นวางบนอกแกร่งโดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอกไม่ต่างจากหล่อน "ถ้าฉันยอมก้าวเข้ามา... แล้วคุณจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังใช่ไหมคะ?" รินรดาตัดสินใจเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆ แต่แฝงไปด้วยความคาดหวังที่ซ่อนเร้นมานาน ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและความคลั่งรักที่ฉายชัดอยู่ในแววตา "ลองดูสิ... แล้วเธอจะรู้ว่าฉันสายเปย์แค่ไหน" เขาตอบเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ เปิดโอกาสให้หล่อนได้ปฏิเสธ... แต่รินรดากลับเลือกที่จะหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นร้อนที่กำลังจะทาบทับลงมา ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงแหลมสูงของใครบางคนที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอีกครั้ง "พี่ธันวาคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ? หนูเอาแบบแปลนแก้ไขด่วนมาให้ค่ะ!" ธันวาชะงักกึก เปลือกตาเปิดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด สถาปนิกหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่หน้ากระจกใส รินรดาลืมตาขึ้นเช่นกัน หล่อนรีบดันอกเขาออกเบาๆ แม้ใบหน้าจะแดงก่ำด้วยความเขินอาย แต่ก็แอบโล่งใจปนหมั่นไส้ในโชคชะตาที่ชอบแกล้งให้พวกเขาไม่ได้หวานกันจนสุดทางเสียที ธันวาหันไปมองหน้าประตูด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายได้ในรัศมีสามเมตร เขาหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนยิ้มขำท่าทางหัวเสียของเขา "เดี๋ยวฉันมาจัดการยัยนี่ให้จบ แล้วเราค่อยมาคุย 'เรื่องของเรา' ต่อ" ธันวากระซิบเสียงต่ำด้วยความคาดโทษ ก่อนจะผละตัวออกจากเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด หล่อนมองตามหลังแผ่นหลังกว้างที่เดินดุ่มๆ ไปเปิดประตูด้วยความรู้สึกที่หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ... และรอยยิ้มหวานก็ระบายอยู่บนเรียวปากอย่างห้ามไม่อยู่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%