เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 27

อีโก้เข้าครอบงำ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของชายร่างสูงโปร่งในสูทตัดเย็บเนี๊ยบเฉียบที่ดังขึ้น บริเวณโถงต้อนรับของเซฟเฮาส์ มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของธันวา ยิ่งกว่ารอยขีดข่วนบนแบบร่างสถาปัตยกรรมราคาแปดหลักเสียอีก “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะริน... ดูสวยขึ้นเป็นกองเลยนี่” ปกรณ์—อดีตคนรักเก่าที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจของรินรดาเมื่อหลายปีก่อน กำลังยืนส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้หญิงสาว ร่างระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววประหลาดใจระคนอึดอัดอย่างปิดไม่มิด หล่อนไม่คาดคิดว่าคนที่ไม่ควรจะโคจรกลับมาพบกันอีก จะมายืนส่งยิ้มหน้าตาเฉยอยู่กลางพื้นที่ส่วนตัวที่ธันวาเป็นคนออกแบบและหวงแหนนักหนา “คุณปกรณ์มาที่นี่ได้ยังไงคะ” เสียงของรินรดาเรียบสนิท แม้แววตาจะไหววูบไปชั่วขณะ “พอดีผมมารับงานรีโนเวทโครงการใกล้ๆ นี้ เลยแวะมาทักทาย... แล้วก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ ระหว่างเราขึ้นมาน่ะครับ” ปกรณ์จงใจทิ้งน้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับจะรื้อฟื้นความหลัง โดยไม่แยแสเลยสักนิดว่า บรรยากาศรอบตัวกำลังลดอุณหภูมิลดลงจนติดลบ เพล้ง! เสียงวางแก้วกาแฟเซรามิกกระทบลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนดังสนั่น ไม่เบาและไม่แรงจนเกินไป แต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ธันวาขยับตัวก้าวออกมาจากมุมห้อง ร่างสูงสง่าในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยที่ท่อนแขน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองผู้มาเยือนด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล “ถ้าจะมาทักทายเรื่องไร้สาระ กรุณาออกไปทางประตูเดิมที่เดินเข้ามาค่ะ ที่นี่คือเซฟเฮาส์ส่วนตัว ไม่ใช่ศาลาพักร้อนสำหรับคนหน้าด้านที่ชอบรุกล้ำพื้นที่คนอื่น” น้ำเสียงของธันวานั้นเย็นเยียบและเฉียบคมยิ่งกว่าใบมีดโกน สถาปัตยกรรมที่เขาบรรจงสร้างขึ้นมาทุกตารางเมตร ไม่ได้มีไว้ต้อนรับ ‘เศษขยะจากอดีต’ ของผู้หญิงที่เขากำลังหมายปอง—ไม่สิ... ของผู้หญิงที่เขาเป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในใจ ปกรณ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท กวาดสายตามองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะ “อ๋อ... คุณคือสถาปนิกปากจัดที่เขาลือกันสินะครับ ท่าทางจะหวงพื้นที่ดูแพงนี่น่าดู แต่ไม่รู้ว่า... หวงพื้นที่ หรือหวงคนกันแน่ถึงได้แสดงอาการปะทุขนาดนี้” รินรดากัดริมฝีปากแน่น หล่อนรู้ดีว่าธันวามีนิสัยหวงภาพลักษณ์และเกลียดความวุ่นวายแค่ไหน อีโก้ระดับร้อยชั้นของสถาปนิกหนุ่มกำลังถูกท้าทายด้วยถ้อยคำกวนประสาทของปกรณ์อย่างจัง และถ้าปล่อยไว้ สถานการณ์ตรงนี้คงไม่จบลงแค่การปะทะคารมแน่ “ธันวาคะ... ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ปกรณ์แค่ผ่านมาเฉยๆ เดี๋ยวเขาก็กลับแล้ว” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามจะดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อระงับอารมณ์พายุที่กำลังก่อตัว “ปล่อยค่ะรินรดา” ธันวาหันมามองหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์ ความหึงหวงที่ถูกปิดตายไว้ด้วยมาดนิ่งๆ พังทลายลงในพริบตา “คุณคิดว่าผมเป็นคนใจกว้างพอที่จะยืนมองผู้ชายหน้าตัวเมียมายืนหว่านเสน่ห์ใส่คุณถึงในบ้านตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ?” “นี่คุณธันวา! พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะ” ปกรณ์หน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อโดนตอกกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบ “ให้เกียรติเหรอคะ?” ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวปกรณ์ด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายต้องผถดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รังสีความเป็นผู้นำและความดุดันแผ่กระจายจนน่ากลัว “คนอย่างคุณสมควรได้รับความเกรงใจจากผมด้วยซ้ำเหรอ? คนที่เคยเหยียบย่ำความรู้สึกของคนอื่นแล้วเดินหนีไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจอยู่ในอาณาเขตของผมด้วยซ้ำ ออกไปค่ะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาโยนคุณออกไปจริงๆ” บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะหยิบมีดมาตัดได้ รินรดามองแผ่นหลังกว้างของธันวาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่... ผู้ชายปากจัดคนนี้ กำลังปกป้องหล่อนด้วยความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนความคลั่งรักไว้อย่างมิดชิด ปกรณ์กัดฟันกรอด ย่อมรู้ดีว่าสู้บารมีและความดุดันของธันวาไม่ได้ ชายหนุ่มส่งสายตาอาลัยอาวรณ์มาให้รินรดาแวบหนึ่งก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา “ฝากไว้ก่อนเถอะ... หวังว่าสถาปนิกคนเก่งจะดูแลของรักชิ้นนี้ได้ดีตลอดรอดฝั่งนะ” พูดจบ ปกรณ์ก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากเซฟเฮาส์ทันที ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เมื่อประตูกระจกปิดลง ธันวาก็หันขวับกลับมาหารินรดา ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นขวางทางหนีไว้ ทำ1ให้หล่อนตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย “ธันวา... คุณจะทำอะไรคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับหล่อนมันใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “ทำไมคะ?” ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ยังระอุไม่หาย “รู้สึกใจหายเหรอคะที่เห็นแฟนเก่ากลับมา? หรือว่า... ยังมีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่ให้กับไอ้สารเลวนั่นกันแน่?” “คุณมันบ้า อีโก้จัด!” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “เขาเป็นแค่อดีต! และฉันก็ไม่ได้สนใจเขาแล้วด้วยซ้ำ คุณต่างหากที่ทำตัวเป็นเด็กหวงของเล่นไปได้!” “ใช่! ฉันเป็นเด็ก และฉันก็หวงของฉันมากด้วย!” ธันวาประกาศกร้าวออกมาโดยไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์มาดขรึมอีกต่อไป ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย “จำไว้ว่ารินรดา... คุณเป็นของฉัน และไม่มีสิทธิ์ไปยืนให้ผู้ชายหน้าไหนมองด้วยสายตาแบบนั้นอีกเข้าใจไหมคะ?” รินรดาเบิกตากว้างกับคำพูดที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่มีคำว่าฟอร์มหลงเหลืออยู่เลย หล่อนอ้าปากจะเถียงกลับ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมา... ธันวาก็ก้มลงมาปิดริมฝีปากของหล่อนด้วยความร้อนรุ่มที่อัดอั้นมานานทันที ริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอย่างไร้ความปรานี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหาและหึงหวงที่ทำเอารินรดาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ หล่อนพยายามจะทุบอกเขาประท้วง แต่ปลายนิ้วเรียวกลับถูกมือหนาจับรวบขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังหลอมรวมกันด้วยความวาบหวามจนแทบละลาย... เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต “อุ๊ย! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีระบบสแกนหน้ามันเปิดให้อัตโนมัติอ่ะนะ...” คีย์ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงทางเข้า พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูง โดยมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่บ่งบอกว่า จงใจมาพังโมเมนต์หวานปนดุนี้เข้าอย่างจัง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%