โลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ราวกับสายธารแห่งความอัปยศอดสูที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปี หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ความเจ็บปวดจากการชะล้างไขกระดูกจะกรีดแทะเนื้อหนังจนแทบสลายเป็นจุล เขากลับนั่งขัดสมาธิอย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ไหล่ทั้งสองข้างทิ้งดิ่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ ลมหายใจเข้าออกยาวลึกราวกับเต่าจำศีล
"อึก... ร่างกายนี้ช่างเปราะบางเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาคู่คมกริบที่เคยสะท้อนความว่างเปล่า บัดนี้กลับเปล่งประกายสีครามเข้มเจิดจ้า ราวกับห้วงจักรวาลอันลี้ลับที่ไร้จุดสิ้นสุด ความทรงจำนับหมื่นปีของมหาเทพกระบี่ไหลทะลักเข้าสู่สมองส่วนลึก ดั่งเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลายลงมา เคล็ดวิชาพันเล่ม เพลงกระบี่ร้อยกระบวนท่า และความแค้นฝังหุ่นจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ต่างหลอมรวมเข้ากับสติสัมปชัญญะของเด็กหนุ่มผู้เป็นเพียงศิษย์สวะแห่งสำนักกระบี่เมฆา
นี่คือ "วิชาลับคืนชีพ" — การฝืนเบี่ยงเบนวัฏสงสาร ดึงวิญญาณที่แตกสลายกลับมาจุติใหม่ในร่างที่ต่ำต้อยที่สุด เพื่อใช้มันเหยียบย่ำกฎเกณฑ์สวรรค์ให้แหลکคาเท้า
รอบกายของเขา เวลานี้เกิดกระแสลมปราณปั่นป่วนรุนแรง อากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นสีขาวโพลน เม็ดฝุ่นและเศษหินรอบตัวลอยเคว้งคว้างอย่างไร้แรงโน้มถ่วง ปราณฟ้าดินบริเวณยอดเขาไร้ลักษณ์เริ่มถูกดูดกลืนเข้ามาในร่างของหลี่เฟยเทียนราวกับปากเหยี่ยวที่หิวกระหาย จุดตันเถียนที่เคยเหือดแห้งและตีบตัน บัดนี้ถูกชำระล้างด้วยอัคคีปราณบริสุทธิ์จนขยายกว้างขึ้นทีละน้อย
*เปรี้ยะ! เปรี๊ยะ!*
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นหวั่นไหว กล้ามเนื้อทั่วร่างถูกฉีกกระชากแล้วสร้างขึ้นใหม่ด้วยความเร็วสูง ความเจ็บปวดระดับที่ทำให้อัศวินผู้กล้ายังต้องหลั่งน้ำตา แต่หลี่เฟยเทียนกลับมุมปากยกย่อง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว เขารู้ดีว่ายิ่งรากฐานถูกทำลายแล้วสร้างใหม่ด้วยวิธีพิสดารมากเท่าใด พลังที่ได้กลับคืนมาก็จะยิ่งไร้เทียมทานมากเท่านั้น
ในห้วงจิตสำนึก มหาเทพกระบี่กำลังมองดูเศษเสี้ยวความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลี่เฟยเทียนผู้พี่น้องรังแก ผู้คนเหยียดหยาม และหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจที่ถูกบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับบุตรชายเจ้าสำนักใหญ่ ปณิธานอันแรงกล้าของร่างเดิมที่ยังคงตกค้างอยู่ ร้องขอให้เขาล้างแค้น ทวงคืนความยุติธรรม
"วางใจเถอะ... ร่างนี้ที่เจ้ายกให้ ข้าจะใช้มันเหยียบย่ำไอ้พวกสวะพวกนั้นให้จมดิน และใช้กระบี่ในมือสับกระดูกพวกมันเป็นร้อยท่อนเอง"
หลี่เฟยเทียนพึมพำเบาๆ กับความว่างเปล่า ทันใดนั้น แววตาก็เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว เขากำหนดจิตรวมศูนย์โคจร "คัมภีร์วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" บทที่หนึ่ง มวลพลังปราณสีทองอร่ามพุ่งทะยานจากจุดตันเถียนขึ้นสู่กระดูกสันหลัง ทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้าสิบเก้าจุดในรวดเดียว!
*ตูม!*
คลื่นพลังออร่าสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออกรอบตัว ทำลายผนังห้องพักไม้ไผ่จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เศษไม้ปลิวว่อนกลางอากาศท่ามกลางแสงอัสนีคำรามเบาๆ บนท้องฟ้ายามวิกาล เมฆฝนสีดำทะมึนเริ่มก่อตัวหมุนวนเป็นรูปอ่างน้ำวนเหนือยอดเขา สรรพสิ่งต่างสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัวต่อการจุติใหม่ของปีศาจ
ขอบเขตหลอมรวมปราณ ขั้นที่หนึ่ง... ขั้นที่สอง... ขั้นที่สาม!
การทะลวงผ่านเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงสามขั้นรวดโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง เสียงคำรามต่ำในลำคอดังขึ้นราวกับพยัคฆ์ร้ายตื่นจากจำศีล เหงื่อกาฬไหลโชนท่วมแผ่นหลัง แต่รัศมีลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มกลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก สามารถบาดเฉือนผิวหนังของผู้ที่อยู่ใกล้ในรัศมีสิบเมตรให้มีเลือดซิบได้ทันที
ทว่า ท่ามกลางพายุพลังปราณที่กำลังคลุ้มคลั่งนั้น ประตูห้องที่พังทลายลงก็ปรากฏเงาร่างบอบบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นอายความเย็นเยือกราศจากอารมณ์ลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูก แม้กระทั่งละอองฝนยังต้องแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเมื่อเข้าใกล้ร่างนั้น
เย่ว์ฉิงเซียน ศิษย์พี่หญิงผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งแห่งสำนักกระบี่เมฆา นางยืนถือกระบี่วิเศษไว้ในมือเรียวขาว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง นางสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ผิดแผกไปจากศิษย์น้องสวะผู้ไร้ค่าคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
"หลี่เฟยเทียน... เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่?" เสียงหวานใสทว่าเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยถาม พร้อมกับคมกระบี่ในมือที่ค่อยๆ ชักออกจากฝักช้าๆ "ไอร้อนประหลาดนี่... และพลังปราณที่กดดันข้าเมื่อครู่นี้... เจ้าไม่ใช่เขา"
หลี่เฟยเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ช้าๆ ทว่าทรงพลัง ดวงตาสีครามเข้มคู่นั้นกวาดมองสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งในความทรงจำคือคนเดียวที่เคยแอบมอบโอสถทิพย์ให้เขาในยามที่เขาตกอ่ำ มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายและความเย่อหยิ่งค้ำฟ้า
"ศิษย์พี่หญิง... ดึกดื่นค่ำมืดเช่นนี้ ท่านยังอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียน 'ศิษย์น้องผู้ไร้ค่า' คนนี้ถึงเรือนพัก หรือว่า... ท่านเกิดความคิดถึงข้าขึ้นมาจริงๆ?"
เย่ว์ฉิงเซียนขมวดคิ้วมุ่น จิตสังหารในแววตาวาบขึ้น นางไม่รอช้า พลิกข้อมือวาบหนึ่ง กระบี่เหมันต์ในมือสะบัดออกเป็นลำแสงสีฟ้าพุ่งตรงเข้าจี้ที่ลำคอของหลี่เฟยเทียนทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
"ตอบคำถามข้ามาก่อน... ไม่งั้นเจ้าได้ตายจริงๆ แน่!"
กระบวนท่ารวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทว่าหลี่เฟยเทียนกลับไม่หลบเลี่ยง เขากลับแย้มยิ้มเยือกเย็น ยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปข้างหน้าราวกับคีบจับปีกแมลงวัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ปลายนิ้วของเขาก็หนีบคมกระบี่เหมันต์ที่ทรงพลังที่สุดของนางไว้ได้อย่างมั่น and
*กริ๊ง...*
เสียงโลหิตหยดลงบนพื้นดิน พร้อมกับดวงตาของเย่ว์ฉิงเซียนที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อนางพบว่าพลังปราณเหมันต์ร้อยปีของตน ถูกปลายนิ้วมือเปล่าของเด็กหนุ่มสวะคนนี้บดขยี้จนแตกสลายไปอย่างไร้ร่องรอย!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางวิถีแห่งกระบี่ครั้งนี้ครับ!
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเหนือนภาลัย•ตอนที่ 2
วิชาลับคืนชีพ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเหนือนภาลัย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
