ทนายความผู้ไร้หัวใจ กับ อดีตภรรยาที่เขาสั่งให้ลืม•ตอนที่ 2

ระยะห่างที่สร้างขึ้นเอง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
"คุณลุงหน้าดุคนนี้ เป็นใครเหรอครับคุณแม่?" ประโยคใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับมีใบมีดบางเฉียบกรีดผ่านอากาศในล็อบบี้โรงแรมหรู ร่างสูงสง่าของศิลาในชุดสูททําเนียบทนายความมือหนึ่งชะงักกึก ดวงตาคมกริบที่เคยใช้จ้องมองคู่กรณีในศาลจนมุม ไหววูบลงอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจของทนายความผู้ไร้พ่ายกระตุกวาบจนเจ็บแปลบ คล้ายมีค้อนเหล็กหนักอึ้งทุบลงกลางอก เมื่อก้มลงสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจาก... ตัวเขาเอง ลัลนาสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นไหวในทรวงอก นิ้วเรียวบางภายใต้เสื้อคลุมไหมพรมเนื้อดีรีบดึงมือเล็กๆ ของลูกชายเข้ามาแนบกายทันที การเคลื่อนไหวของเธอเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเล ราวกับต้องการสร้างกำแพงแก้วใสขึ้นกั้นขวางระหว่างอดีตที่ถูกเผาทิ้งกับปัจจุบันที่เธอก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา "ไม่มีอะไรหค่ะลูก... ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเราจะไปสายนะ" เสียงหวานทุศนุ่มนวลเอ่ยบอกเด็กชายตัวน้อย แต่นัยน์ตาคู่คมที่เงยขึ้นสบกับศิลากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ไร้ร่องรอยของความอาวรณ์ ไร้เงาของภรรยาตัวเล็กผู้เคยนั่งร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาในค่ำคืนวันที่เธอถูกเขาผลักไสอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน "ดะ...เดี๋ยวก่อนครับ คุณลัลนา" ศิลาเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกไป น้ำเสียงที่เคยทรงพลังและราบเรียบเสมอเวลาอยู่หน้าบัลลังก์ศาล กลับสั่นพร่าอย่างน่าสมเพชในความรู้สึกของตนเอง เขาขยับก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว ทว่าลัลนากลับถอยหลังรักษาระยะห่างอย่างจงใจ ความห่างเหินนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานที่ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนฝังไว้ในใจเธอลึกที่สุด "ทนายศิลาคะ..." ลัลนาเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ "ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางกฎหมาย หรือเกี่ยวกับคดีความที่บริษัทของคุณรับผิดชอบอยู่ กรุณาอย่าใช้นามสกุลหรือความเป็นคนรู้จักมาทักทายฉันเลยค่ะ มันน่ารำคาญ..." คำว่า *'น่ารำคาญ'* พุ่งเข้าปักอกทนายความหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจนจุก เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ลัลนาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอดูลึกลงตัว สง่างาม ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาใกล้ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน... แต่ผมแค่..." ศิลากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาคมกวาดมองไปที่เด็กชายตัวน้อยที่กำลังซบหน้าลงกับไหล่บางของมารดา หัวใจของเขาบีบตัวเข้าหากันจนปวดหนึบ "เด็กคนนี้..." "ลูกของฉันค่ะ" ลัลนาตัดบททันทีโดยไม่ต้องรอให้เขาถามจบ ดวงตากลมโตสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก "ไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะทนายศิลา เด็กคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณ... และต่อให้มี คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตั้งคำถามค่ะ" ประโยคเชือดเฉือนนั้นคมกริบจนศิลาพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ เขามันก็แค่ผู้ชายใจร้ายคนหนึ่งที่เคยบอกปัดความเป็นพ่อ และเหยียบย่ำความรักของเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และเดินมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในเวลานั้น... ความมืดบอดแห่งความทะเยอทะยานและทิฐิอันโง่เขลาบังตา เขากลับเลือกที่จะเซ็นใบหย่าและไล่เธอออกไปจากชีวิต โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า เธอกำลังอุ้มสายเลือดของเขาไว้ในท้อง "ลัล... ผมขอร้อง ฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม" ศิลาใช้สรรพนามเก่าที่ไม่ได้เอ่ยมานานนับปี น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเวทนาจนน่าสมเพช ทว่าสำหรับลัลนาแล้ว มันเป็นเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้แห้ง ไร้ค่าและไร้ความหมาย "อย่าเรียกชื่อนั้นค่ะ มันน่าขยะแขยง" ลัลนาตอบกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา "จำไม่ได้เหรอคะว่าคุณเป็นคนสั่งให้ฉันไปให้พ้นหน้า และบอกว่าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าฉันอีก วันนี้ฉันทำตามที่คุณต้องการแล้ว... กรุณารักษาสัญญาเดิมด้วยนะคะ อย่าลดตัวมาใส่ใจกับคนไร้ค่าอย่างฉันเลยค่ะ" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด "มีอะไรหรือเปล่าครับคุณลัลนา? พอดีผมรอนาน เลยเดินมาตาม" ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงอีกคนเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างลัลนาอย่างสนิทสนม มือหนาวางลงบนไหล่บางของเธออย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมกับส่งยิ้มสุภาพให้ศิลา ทว่าสายตาที่มองกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและประกาศอาณาเขตอย่างชัดเจน ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นด้วยไฟโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาในอกโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นชายอื่นแตะต้องผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเขา... ถึงแม้เขาจะเป็นคนผลักไสเธอให้ไปอ้อมอกคนอื่นด้วยมือของตัวเองก็ตาม "นี่คุณ..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน "ขอตัวก่อนนะคะ ทนายศิลา พอดีเรามีนัดทานมื้อเที่ยงกันต่อ..." ลัลนาตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า เธอจูงมือลูกชายโดยมีชายหนุ่มข้างกายโอบประคองเดินผ่านหน้าเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ ศิลาสืนเท้าจะตามไป แต่เสียงเตือนจากสติและความเป็นมืออาชีพก็รั้งเขาไว้ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่กลางล็อบบี้ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาเล็กน้อยแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหน่วงหนับที่อกด้านซ้าย เขาแพ้แล้ว... แพ้อย่างราบคาบให้กับอดีตที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ในขณะที่ศิลากำลังยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปอย่างไร้หนทางแก้ไข สายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารใบเล็กที่หล่นอยู่บนพื้นพรมใกล้กับจุดที่เด็กน้อยยืนอยู่เมื่อครู่ ศิลาสาวเท้ายกมันขึ้นมาตั้งใจจะวิ่งตามไปคืน แต่เมื่อพลิกดูป้ายชื่อที่ห้อยอยู่ด้านข้าง ร่างทั้งร่างของทนายความหนุ่มก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ตัวหนังสือบนป้ายชื่อเด็กชายระบุชัดเจน... พร้อมกับนามสกุลที่เขาไม่มีวันลืม *ด.ช. ศตวรรษ... นามสกุลเดียวกับเขา* ดวงตาคมเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ทว่าความจริงที่ปรากฏตรงหน้ากลับกระแทกเข้าใส่หน้าผากอย่างแรง จนศิลาต้องเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว... เด็กคนนั้น... คือลูกของเขาจริงๆ ลูกที่เขาเคยโง่เขลาปฏิเสธ และเป็นลูกที่เธอกำลังพยายามซ่อน0ไว้ให้พ้นจากเงื้อมมือของเขา ทางหนีทีไล่ถูกปิดตาย ความรู้สึกผิดและการอยากแก้ตัวตีรวนขึ้นมาในอกพร้อมกับความหวังอันริบหรี่ ศิลาเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่อดีภรรยาเดินหายไป นัยน์ตาดำขลับลẫกอัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและแรงปรารถนาอันแรงกล้า *ในเมื่อเธอกลับมาพร้อมกับสิ่งที่สลักจิตวิญญาณของเขา... เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอก้าวเดินหนีเขาไปได้อีกเป็นครั้งที่สองต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ตาม!* *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ)* — กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจ กับ อดีตภรรยาที่เขาสั่งให้ลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%