ทนายความผู้ไร้หัวใจ กับ อดีตภรรยาที่เขาสั่งให้ลืม•ตอนที่ 3

บันทึกที่ถูกลบ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระดาษแฟ้มคดีราคาแพงถูกพลิกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราระดับเพนต์เฮาส์กลางกรุง หากแต่เป็นเพราะตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นกำลังกรีดแทงหัวใจของทนายความผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในศาลอย่างศิลาจนยับเยิน "คุณตรวจดูสัญญานี่ให้ละเอียดอีกครั้งสิคะ... คุณศิลา" น้ำเสียงของลัลนาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความอาลัยอาวรณ์ หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีในวันที่เธอหันหลังเดินจากไป มันเป็นน้ำเสียงของคนแปลกหน้าที่สุภาพและห่างเหินที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีให้กันได้ ศิลาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กดดันพยานปากเอกในศาลมานักต่อนัก บัดนี้กลับไหวระริกยามเมื่อต้องสบประสานกับดวงตากลมโตคู่เดิมที่เขาเคยจ้องมองด้วยความเบื่อหน่ายในอดีต แต่ในวันนี้... ดวงตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า มันไม่ใช่ลัลนาผู้หญิงเจ้าน้ำตา คนที่เคยนั่งรอเขากลับบ้านจนดึกดื่นพร้อมกับอาหารเย็นที่เย็นชืด ผู้หญิงคนที่เขาเคยสั่งให้ "เงียบ" และ "เจียมตัว" ในพื้นที่ของเขา ลัลนาในวันนี้สวมสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต เรือนผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเสริมบุคลิกให้เธอดูลึกล้ำและทรงอำนาจในแบบที่เขาไม่เคยรู้จัก เธอนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม วางตัวอย่างมั่นคง ราวกับราชสีห์ที่ก้าวเข้ามาในถ้ำของเสือโดยไม่เกรงกลัวต่อคมเขี้ยวใดๆ ทั้งสิ้น "คุณเปลี่ยนไปมาก... ลัลนา" ศิลาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามค้นหาเงาร่างของอดีตภรรยาผู้แสนอ่อนแอในตัวผู้หญิงตรงหน้า แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก "โลกเราไม่ได้หยุดหมุนแค่ที่คุณสั่งนี่คะ, คุณศิลา" มุมปากของลัลนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "คนที่ถูกผลักให้ตกลงไปในเหวและต้องปีนป่ายขึ้นมาด้วยลำแข้งของตัวเอง... ไม่มีทางเลือกอื่นหราקסค่ะ นอกจากต้องเรียนรู้ที่จะแข็งแกร่งจนกว่าจะไม่มีใครกล้าทำร้ายได้อีก" คำพูดนั้นบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของศิลาอย่างจัง มันคือคราบน้ำตาและหยาดเลือดที่เธอต้องแลกมาในวันที่เขากลายเป็นคนผลักเธอกระเด็นออกไปจากชีวิตเพียงเพราะความทะเยอทะยานและคำว่า "ภาระ" ที่เมธาวีคอยเป่าหูอยู่ข้างกาย ในขณะนั้นเอง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อสองปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว วันที่ลัลนากำลังยืนร้องไห้แทบขาดใจอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเอกสารหย่าที่เขาเป็นคนโยนใส่หน้าเธอโดยไม่แม้แต่จะฟังคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับชีวิตน้อยๆ ที่กำลังก่อ *...คุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกของเราอีก ศิลา...* คำพูดในวันนั้นสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาจนศิลาต้องกำมือแน่นเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นในอก เขาพยายามดึงสติกลับมาที่เกมตรงหน้า เพราะในเวลานี้ ลัลนาไม่ได้มาในฐานะอดีตภรรยาที่เขาสั่งให้ลืม... แต่เธอกลับมาในฐานะ "ทนายความฝ่ายโจทก์" ของคู่กรณีที่จ้องจะฮุบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของเมธาวี ลูกความคนสำคัญที่เขารับทำคดีให้อยู่ ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไร้ค่าคนนี้... บัดนี้กลับถือไพ่เหนือกว่าเขาทุกประตู "คุณรับทำคดีนี้เพราะต้องการแก้แค้นผมสินะ" ศิลาตัดสินใจพุ่งตรงไปยังประเด็นสำคัญ น้ำเสียงของเข้มงวดขึ้นพยายามใช้อำนาจของความเป็นมืออาชีพมาข่มขวัญเธอ ลัลนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำเอาศิลาหัวใจกระตุกวูบ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อความสำคัญตนเองของเขา "แก้แค้นคุณเหรอคะ?" เธอย้อนถาม ดวงตาสนเท่ห์มองเขาด้วยความรู้สึกสมเพชระคนเวทนา "คุณศิลาคะ... ตัวตนของคุณในตอนนี้ มันไม่ได้มีค่าพอให้ฉันต้องเสียเวลามาแก้แค้นด้วยซ้ำค่ะ ฉันก้าวข้ามผ่านผู้ชายใจร้ายคนนั้นมานานมากแล้ว สิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้... มันคือ 'งาน' และเป็น 'ความยุติธรรม' ที่คุณไม่เคยคิดจะมอบให้ฉันต่างหากล่ะคะ" ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีพีชช่างเฉียบคมและแม่นยำราวน้ำ T-bone ที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ศิลานิ่งงันไป เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงท่ามกลางความเงียบของห้องทำงาน ความหยิ่งทะนงในฐานะทนายมือหนึ่งของประเทศถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่าศตวรรษ "แต่ต่อให้คุณจะบอกว่ามันคือเรื่องงาน..." ศิลาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกราบจดจ้องที่ใบหน้าของเธออย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ความจริงที่คุณพยายามปกปิดมันไว้... คุณไม่มีทางซ่อนมันพ้นสายตาผมไปได้ตลอดหรอก ลัลนา" ลัลนารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของอดีสามีที่โน้มเข้ามาใกล้ เธอชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความอาลัยอาวรณ์ที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา แต่วินาทีต่อมา เธอก็กลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเยือกเย็นถูกระบายขึ้นบนใบหน้าสวยอีกครั้ง "ความจริงอะไรเหรอคะ? ที่ว่าฉันเคยเป็นผู้หญิงโง่คนหนึ่งที่เคยรักคุณจนหมดหัวใจน่ะเหรอ?" ลัลนาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "ถ้าคุณหมายถึงเรื่องนั้น... ฉันเผามันกลายเป็นเถ้าถ่านแล้วค่ะ และต่อให้คุณจะพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมาแค่ไหน คุณก็จะพบแค่ความว่างเปล่า... เหมือนกับบันทึกในหน้ากระดาษที่ถูกฉีกทิ้งและลบจนหมดเกลี้ยงนั่นแหละค่ะ" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตอยู่รอบตัว ศิลาไม่เคยรู้สึกจนมุมขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ความรู้สึกอยากครอบครองเธอกลับคืนมาพุ่งพล่านสวนทางกับความเป็นจริงที่ว่าเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลแล้ว ก่อนที่ศิลาจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยร่างของเมธาวีที่เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและท่าทีเอาแต่ใจตามเคย "ศิลาคะ! ทำไมคุณถึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้อยู่ในห้องนี้นานนักล่ะคะ? รู้ไหมว่าเธอกำลังทำให้หุ้นของเรา..." เมธาวีชะงักฝีปากลงเมื่อเห็นสายตาที่ศิลาใช้มองผู้หญิงอีกคน มันเป็นสายตาที่เธอไม่เคยได้รับมาตลอดการคบหากัน แม้แต่ในวันที่พวกเขากำลังจะแต่งงานกันก็ตาม ลัลนากวาดสายตามองเมธาวีหัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง ก่อนจะเก็บแฟ้มเอกสารเข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น "ดูเหมือนว่าลูกความของคุณจะมาตามแล้วนะคะ" ลัลนากล่าวด้วยน้ำเสียงราบ "งั้นฉันขอตัวก่อนค่ะ ทนายศิลา... หวังว่าในศาลสัปดาห์หน้า คุณจะเตรียมตัวมาดีกว่านี้นะคะ ไม่อย่างนั้น... คุณอาจจะแพ้ให้กับคนที่คุณเคยคิดว่าไม่มีค่า... จนหมดรูปเลยก็ได้" พูดจบ ลัลนาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอส่งยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย—รอยยิ้มที่สวยงามแต่เยือกเย็นจนน่ากลัว—ก่อนจะเดินผ่านหน้าเมธาวีออกไปอย่างสง่างามโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกเลย ศิลายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่บานประตูที่เพิ่งปิดลง หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าสงครามครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเขาก็ไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนไปเป็นใคร หรือพยายามวิ่งหนีเขาไปไกลแค่ไหนก็ตาม ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะหันกลับมาจัดการกับเอกสารบนโต๊ะ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ สีขาวที่ร่วงหล่นอยู่ใต้เก้าอี้ที่ลัลนานั่งเมื่อสักครู่ มันเป็นภาพถ่ายขนาดโพลาลอยด์ที่ถูกคว่ำหน้าเอาไว้ด้วยความเร่งรีบ ศิลาก้าวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย นิ้วแกร่งพลิกภาพนั้นกลับมาดู... และวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็แทบจะหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ในภาพนั้น... คือเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบ กำลังส่งยิ้มกว้างอวดฟันน้ำนมให้กล้อง ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! และที่มุมด้านหลังของภาพ มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำเอาไว้ว่า: *"ความลับที่คุณไม่มีวันได้รู้... ศิลา"* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระจกเงาสะท้อนใจ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายความผู้ไร้หัวใจ กับ อดีตภรรยาที่เขาสั่งให้ลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%