ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 38

โลกทั้งใบแตกสลาย

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงกระดาษ A4 พลิกคว่ำลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของความไว้เนื้อเชื่อใจที่กำลังปริร้าว มันดังชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อนในห้องทำงานที่เงียบสงบของท่านประธาน รินรดากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนปลายนิ้วเรียวสวยเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแวววาวซุกซนและดื้อรั้น บัดนี้กำลังสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความช็อก ความโกรธ และความเคว้งคว้างที่ถาโถมเข้ามาจนหายใจแทบไม่ทัน “คุณตั้งใจจะเก็บฉันไว้ในกรงนี้... ตั้งแต่วันแรกเลยสินะคะ คีริน” เสียงหวานที่เคยเจือความกวนประสาทและท้าทายในทุกๆ วินาที บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนน่าใจหาย รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบของคีรินไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่หน้ากากความนิ่งสนิทจะถูกสวมทับลงไปตามความเคยชินของประธานหนุ่มสายซึน “อย่าใช้คำว่ากรงให้มันดูดราม่าเกินไปเลยรินรดา มันก็แค่... สัญญาธุรกิจ” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ “เธอก็รู้ว่าคนอย่างฉัน ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีผลตอบแทน” *ผลตอบแทนงั้นเหรอ?* คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในอกของคนฟังจนเจ็บแปลบ รินรดาแค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเองตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เธอนึกว่าเขาแค่ปากร้ายตามประสาผู้ชายซึนๆ นึกว่าความใกล้ชิด ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และสัมผัสอุ่นจัดในยามที่เธอป่วยไข้ จะมีความหมายมากกว่าแค่ ‘ข้อผูกมัดทางกฎหมาย’ ทว่า บรรทัดสุดท้ายในเอกสารลับฉบับนั้น กลับตอกหน้าเธอด้วยความจริงอันโหดร้าย—*สบับสับเปลี่ยนกรรม-สิทธิ์ หุ้นส่วนชีวิตระยะยาว และเงื่อนไขการห้ามหย่าขาดก่อนครบกำหนดสามปี*—นี่มันไม่ใช่สัญญาจ้างทำงานทั่วไป แต่มันคือสัญญาจำยอมที่ถูกห่อหุ้มด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจที่เธอไม่มีทางหลุดพ้น “คุณนี่มัน... เล่ห์เหลี่ยมแพรวิพากษ์จริงๆ นะคะท่านประธาน” รินรดากลั้วหัวเราะทั้งน้ำตา หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าแต่เธอปฏิเสธที่จะกะพริบให้มันร่วงหล่นลงมาประจานความอ่อนแอ “สนุกมากไหมคะที่ได้นั่งมองฉันวิ่งเต้นอยู่ในฝ่ามือของคุณ ทำตัวเป็นยัยตัวแสบที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่หุ่นเชิดในเกมที่คุณขีดเส้นเอาไว้” “ริน...” คีรินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัว มือหนาเอื้อมออกหมายจะคว้าต้นแขนเรียวบางนั้นไว้เพื่ออธิบาย แต่รินรดากลับถอยหลังกรูดราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” น้ำเสียงหวานตวาดกร้าว ดวงตาดุดันจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนทุกครั้ง “คุณเกลียดธันวา นักหนา กลัวว่าเขาจะดึงฉันไปจากบริษัทของคุณ กลัวว่าแผนการกักขังคุณธรรมปลอมๆ นี่จะพังทสินะคะ? ถึงได้รีบเร่งเป่าหูให้ฉันเซ็นมันโดยไม่ทันได้อ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนแบบนี้!” “ฉันไม่ได้ทำเพื่อบริษัท!” คีรินเผลอตะคอกกลับด้วยความโมโห ความหงุดหงิดที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาผ่านดวงตาคมกริบที่แดงก่ำ “เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น!” “แล้วคุณหมายความว่ายังไงล่ะคะ!” รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำตากลั้นไม่อยู่ร่วงเผาะลงอาบแก้มเนียน “ถ้ามันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว ถ้ามันไม่ใช่การควบคุม... แล้วความรู้สึกที่คุณทำเหมือนแคร์ฉัน รักฉัน หวงฉัน มันคืออะไรวะคะ? หรือว่านั่นก็อยู่ใน ‘เงื่อนไข’ ของสัญญาบ้าๆ นี่ด้วย!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ทันที คำถามนั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง คีรินชะงักงัน ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าทุกอย่างที่ทำไปไม่ได้มีไว้เพื่อธุรกิจ แต่มันทำเพราะ ‘หัวใจ’ ของเขามันถูกผู้หญิงปากเก่งคนนี้ขโมยไปตั้งแต่แรกพบต่างหาก แต่ทิฐิและฟอร์มของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับรั้งคำพูดเหล่านั้นเอาไว้ในลำคอ “ถ้าเธอคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นแค่หุ่นเชิด... งั้นก็คิดแบบนั้นไปสิ” คีรินแค่นยิ้มหยัน ปิดบังความเจ็บปวดร้าวลึกไว้ภายใต้ท่าทีเยชา “ในเมื่อเซ็นสัญญาไปแล้ว เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาโวยวายอะไรทั้งนั้น รินรดา” เปรี้ยง! ราวกับโลกทั้งใบแตกสลายลงตรงหน้า รินรดาเบิกตากว้าง มองผู้ชายตรงหน้าที่เธอมอบความรู้สึกดีๆ ให้ด้วยความรู้สึกที่พังทลายลงไม่เป็นชิ้นดี ความซึนที่เธอเคยคิดว่ามันน่ารัก กลับกลายเป็นกรงเล็บแหลมคมที่ขยี้หัวใจเธอจนแหลกเหลวในพริบตา “ค่ะ... ฉันมันโง่เอง” รินรดายิ้มทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดแต่กลับน่าเวทนาที่สุดในชีวิตของเธอ “จำเอาไว้เลยนะคะคีริน... คนอย่างรินรดา ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ฉันก็จะไม่ยอมอยู่ใต้เงาบ้าๆ ของคุณไปตลอดชีวิตแน่!” พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี หมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานนรกนี่ทันที หัวใจดวงน้อยแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความรู้สึกผูกพันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและรอยร้าวที่ไม่มีวันประสาน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของธันวา เพื่อนสนิทที่คีรินเกลียดขี้หน้าเข้ากระดูกดำ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทและสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยรินรดาอย่างออกนอกหน้า “ริน... ฉันมารับเธอกลับบ้านแล้วนะ ทางนี้เคลียร์เรียบร้อยดีใช่ไหม?” ธันวาเอ่ยทักเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นมือไปโอบไหล่บางของรินรดาไว้ต่อหน้าต่อตาประธานหนุ่ม คีรินเลือดขึ้นหน้า ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟโทสะและหึงหวงจนแทบคลั่ง ยิ่งเห็นรินรดาไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของไอ้เพื่อนตัวแสบแถมยังยืนพิงไหล่กว้างนั้นราวกับหาที่พักพิง สติของประธานหนุ่มสายซึนก็ขาดผึ่งลงทันที “ปล่อยมือออกจากตัวเมียฉัน!” คีรินคำรามลั่น ก้าวพรวดเดียวเข้ามาหมายจะกระชากตัวรินรดาออกห่าง แต่ทว่า... รินรดากลับหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ อีกต่อไป ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของคีรินดิ่งวูบลงสู่เหวลึก “เมียเหรอคะ? ขอโทษทีนะคะท่านประธาน... แต่คนในสัญญาฉบับนี้ กำลังจะขอ ‘ยกเลิก’ และหย่าขาดจากคุณเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!” ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%