กรอบรูปทองคำบนผนังห้องทำงานกระจกใสสะท้อนภาพรินรดาที่กำลังยืนกอดอก ใบหน้าเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในมือยังคงสั่นระรัว ภาพข่าวหน้าหนึ่งของสำนักพิมพ์ธุรกิจชื่อดังระบุตัวตนของ ‘ท่านประธานคีริน’ คู่กับทายาทตระกูลดังในงานกาล่าร์การกุศลเมื่อคืนอย่างชัดเจน—พร้อมแคปชั่นแสดงความยินดีล่วงหน้ากับงานหมั้นที่กำลังจะมาถึง
หมั้นอย่างนั้นเหรอ? หึ ช่างเป็นข่าวที่ตบหน้าคนที่นั่งรอเขาอยู่ทั้งคืนได้เจ็บแสบดีแท้
ประตูกระจกบานหรูเปิดผางเข้ามาพร้อมร่างสูงของคีริน ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาไหวระริก เขาถอดสูทพาดไว้บนแขน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความร้อนรนที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกสั้นๆ พร้อมกับจะเอื้อมมือมาแตะไหล่
"อย่าเข้ามาค่ะ" รินรดายกมือขึ้นห้าม ปลายเล็บเรียวแทบจะจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก แววตาที่มองเขานั้นทั้งตัดพ้อและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน "ท่านประธานว่างมากเหรอคะ ถึงได้มีเวลาไปเดินเล่นออกงานคู่กับคุณหญิงศចีจนเป็นข่าวใหญ่โตขนาดนี้ หรือว่าตารางงานของบริษัทเรามันว่างงานจนต้องไปรับจ็อบเป็นคู่หมั้นจำเป็นกันแน่คะ"
คีรินชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความซึนเดระที่ติดตัวมาตลอดทำให้เขาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นแทนที่จะอธิบายออกไปตรงๆ
"รู้แล้วก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรให้มากความ" น้ำเสียงเย็นชาถูกงัดขึ้นมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวตามนิสัยปากร้ายของเขา "ผู้ใหญ่เขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ขัดไม่ได้ ก็แค่ทำตามหน้าที่"
*แค่ทำตามหน้าที่...*
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของคนฟังจนชาดิก รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ แต่รอยยิ้มหยันบนเรียวปากบางกลับถูกคลี่ออกอย่างงดงามและเยือกเย็น เธอยอมรับว่าที่ผ่านมาเธอหวั่นไหว เธอก้าวข้ามกำแพงความเย็นชาของเขามาได้ทีละนิด คิดว่าหัวใจของประธานหนุ่มสายซึนคนนี้มีเพียงแค่เธอคนเดียว แต่สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่เกมตบตาทางธุรกิจ
"เยี่ยมค่ะ" รินรดาพยักหน้ารับเบาๆ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยแต่เธอกะพริบไล่มันออกไปอย่างรวดเร็ว "งั้นต่อจากนี้ เราก็คงไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก ในเมื่อท่านประธานมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ร,รินก็ขอลาออกจากการเป็นเลขาฯ ส่วนตัว และขอจบทุกอย่างไว้แค่นี้ค่ะ!"
"ริน!" คีรินพุ่งเข้าคว้าข้อมือเล็กไว้ทันที แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงแต่เต็มไปด้วยความร้อนรนจนน่าใจหาย ดวงตาคมดุฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "คุณพูดบ้าอะไรออกมา แค่เรื่องข่าว..."
"ปล่อยค่ะ!" รินรดาตวัดสายตากล้าหาญกลับไปมอง ไม่ยอมก้มหัวให้ความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น "อย่ามาแตะต้องตัวรินด้วยมือข้างเดียวกับที่ไปตกลงหมั้นหมายกับคนอื่น! มันน่ารังเกียจค่ะ!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว เคมีที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยการหยอกล้อบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่เต็มไปด้วยเศษแก้วบาดลึก คีรินอยากจะอธิบายเรื่องสัญญาหมั้นจอมปลอมที่มารดาของเขากับตระกูลนั้นจัดฉากขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ศักดิ์ศรีและความปากแข็งทำให้คำพูดติดอยู่แค่ที่ลำคอ
ในจังหวะที่คีรินกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสารภาพความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจ...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสองครั้งก่อนที่มันจะถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปรดของธันวา เพื่อนสนิทที่คีรินเกลียดขี้หน้าเข้ากระดูกดำ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะนะครับ พอดีผมมารับ *'แฟนของผม'* กลับบ้าน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาโอบไหล่บางของรินรดาเอาไว้ต่อหน้าต่อตาคีริน "ไปกันเถอะริน เธอก็พูดชัดเจนแล้วนี่ว่าไม่อยากอยู่ที่นี่กับคนใจร้ายแถวนี้"
คีรินเบิกตากว้าง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด มือหนากำหมัดแน่นจนสั่นเทาเมื่อเห็นมือของธันวาแตะอยู่บนไหล่ของคนที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าอะไร
ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 37
ฟางเส้นสุดท้าย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!