เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสราคาแพงระยับดังขึ้นจนรินรดาสสะดุ้งเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาสีหน้ารabราบเรียบไว้ได้อย่างแนบเนียน เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาดุดันที่ส่งตรงมาจากชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดแห่งอาณาจักรคีรินกรุ๊ปเลยสักนิด
"คุณทำบ้าอะไรลงไป รินรดา"
คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน กรามขบเข้าหากันจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะผสมความไม่เข้าใจ ไอร้อนจากอารมณ์คุกรุ่นแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางดูคับแคบลงถนัดตา
"ฉันทำตามหน้าที่ค่ะ ท่านประธาน" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และเว้นวรรคจังหวะได้อย่างน่าหมั่นไส้ในสายตาคนฟัง "โปรเจกต์นี้เราประเมินความเสี่ยงแล้วว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุนต่อ ฉันในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาจึงมีสิทธิ์ขาดในการระงับมัน"
"แต่คุณไม่ปรึกษาผม!" คีรินก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ร่างสูงใหญ่กดดันลงมาจนรินรดาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เพื่อรักษาระยะห่าง "หรือว่าสมองคุณมันว่างเปล่าจนคิดอะไรเองไม่ได้ นอกจากวิ่งแจ้นไปปรึกษาไอ้ธันวาเพื่อนรักของคุณน่ะฮะ!"
คำพูดเจือความประชดประชันและท่าทีหึงหวงอย่างไร้เหตุผลนั้น ทำให้รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนคีรินชะงัก
นี่สินะ... ตัวตนที่แท้จริงของเขา
ในสายตาของคีริน เธอก็เป็นแค่ลูกน้องที่ไม่มีอำนาจต่อรอง เป็นผู้หญิงที่เขาจะชี้นิ้วสั่งหรือกล่าวหาด้วยถ้อยคำรุนแรงยังไงก็ได้ตามแต่อารมณ์จะพาไป ความห่วงใยและความใกล้ชิดที่ผ่านมาตลอดหลายเดือน มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอหลอกตัวเองไปฝ่ายเดียว ว่าสักวันหนึ่งคนปากร้ายใจแข็งคนนี้จะมองเห็นค่าเธอกล่าวคือมากกว่าเลขาหรือพนักงานคนหนึ่ง
รินรดากะพริบตาช้าๆ เพื่อสกัดกั้นความร้อนผ่าวที่ตีรื้นขึ้นมาบริเวณขอบตา เธอยืดตัวตรง สบตากับผู้ชายที่เธอเผลอมอบหัวใจให้อย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก
"ถ้าการที่ฉันทำงานตามระบบ แต่มันขัดหูขัดตาและทำให้คุณต้องเหนื่อยมาตะคอกใส่แบบนี้..." รินรดาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "งั้นใบลาออกนี่ น่าจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ดีที่สุดค่ะ"
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกเลื่อนไปตรงหน้าคีรินอย่างแผ่วเบา แต่เสียงของมันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงาน
คีรินนิ่งงิ่ง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว มือหนาที่กำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัวคลายออกโดยอัตโนมัติ
"คุณว่าอะไรนะ..." น้ำเสียงของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงราวกับมีใครเอามือมาบีบเค้น "ลาออกเหรอ? รินรดา คุณเล่นบ้าอะไรเนี่ย!"
"ฉันไม่ได้เล่นค่ะ และฉันก็ไม่ได้บ้า" รินรดายิ้มรับ รอยยิ้มที่ฝืนที่สุดในชีวิต "ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณอาจจะสนุกกับการลดทอนคุณค่าของฉัน สนุกกับการใช้คำพูดแย่ๆ เพื่อกดให้ฉันอยู่ต่ำกว่า... แต่ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันรักตัวเองมากพอที่จะไม่ยอมยืนให้ใครเหยียบย่ำซ้ำๆ หรอกค่ะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคีรินจนชาหนึบ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวแล้วใช้มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"ปล่อยค่ะ! ฉันเจ็บ" รินรดาขมวดคิ้วสะบัดข้อมือหนี แต่คีรินกลับยิ่งออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้น ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และสับสน
"ผมไม่อนุญาต!" คีรินตวาดลั่น "คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น! เรื่องโปรเจกต์ผมยอมรับก็ได้ว่าผมโมโหเกินไป แต่เรื่องลาออก... ฝันไปเถอะรินรดา ผมไม่เซ็น!"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันอีกต่อไปแล้วค่ะท่านประธาน" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยไร้ซึ่งประกายความหวัง เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว "เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะ ต่างคนต่างอยู่... ทางใครทางมัน"
ประโยคบอกลาที่เยือกเย็นที่สุดหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม คีรินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า ความซึน ความปากแข็ง และทิฐิอันสูงส่งที่เคยมี พังทลายไม่เป็นท่าเมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะเดินออกจากชีวิตเขาไปจริงๆ
ชายหนุ่มอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำสารภาพความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก คำว่า 'รัก' ที่เขาไม่เคยกล้าพูดออกไปกำลังจะหลุดจากริมฝีปาก
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายของความสัมพันธ์ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"รินรดา อยู่ไหม... อ้าว ท่านประธาน ขอโทษทีครับพอดีผมมารับแฟน เอ๊ย มารับเพื่อนร่วมงานไปกินข้าว"
ร่างสูงของธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามเคย สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันอย่างมีความหมาย ก่อนที่ธันวาจะถือวิสาสะเดินเข้าไปดึงร่างของรินรดาให้ถอยห่างจากอ้อมแขนของคีรินมาอยู่ข้างกายตนเองอย่างสนิทสนม
"ไปกันเถอะริน กองบก. เลี้ยงฉลองโปรเจกต์ใหม่ที่เธอเพิ่งเคลียร์เสร็จพอดี" ธันวาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง โดยไม่สนใจสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของประธานหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
รินรดาพยักหน้ารับเบาๆ เธอเหลือบมองคีรินเป็นครั้งสุดท้าย ชายหนุ่มยืนตัวแข็งทื่อ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาส่ำระริกด้วยความเจ็บปวดและหึงหวงจนแทบคลั่ง แต่เธอก็เลือกที่จะหมุนตัวเดินตามธันวาหันหลังให้อย่างไม่ลังเล
เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับหัวใจของคีรินที่หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะวิ่งตามออกไปนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความบนมือถือบนโต๊ะทำงานก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ส่งภาพถ่ายบางอย่างมาให้... ภาพที่ทำให้คีรินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด!
ดอกเดซี่ริมทางรักรี้ดทุกคนนะคะ ❤️
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 36
ความผิดหวังของรินรดา
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!