“ถ้าคุณยังมองฉันด้วยสายตาแบบเมื่อกี้อีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสจากลูกจ้างในความดูแล... ท่านประธาน”
เสียงหวานใสที่เจือความท้าทายดังขึ้น ท่าىกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก รินรดาก้าวถอยหลังจนสะโพกมนชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังแนบชิดกับความเย็นเยียบของไม้เนื้อดี ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ยิ่งนึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่เพิ่งแนบแตะลงบนพวงแก้มเมื่อครู่ ใบหน้าร้อนผ่าวก็ยิ่งเห่อแดงขึ้นไปอีกจนเธอต้องแสร้งเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในดวงตา
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นคมขยับเข้าหาเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวคุกคามเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนลมหายใจของคนตรงหน้าแทบสะดุด ประธานหนุ่มวัยสามสิบปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนสูทราคาแพง ก่อนจะยันมือทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะ กักขังร่างเพรียวบางไว้ตรงกลางอย่างจงใจ
“ฉวยโอกาสเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างนึก
“ฉันพูดความจริงค่ะ” รินรดาเบี่ยงหน้าหนีลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ ที่นี่ที่ทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมานึกอยากทำอะไรก็ได้”
“สนามเด็กเล่นเหรอ?” คีรินทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโทนดุที่คุ้นเคย แววตาพราวระยับเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเข้มจัดตามวิสัยของนักบริหารผู้เด็ดขาด “คนที่เข้ามาปั่นหัวผมจนงานการเสียหาย... คือคุณต่างหาก รินรดา”
“ฉันไปปั่นหัวคุณตอนไหนไม่ทราบคะ ทะเบียนรถก็เคลียร์แล้ว งานโปรเจกต์ใหม่ก็ส่งตรงเวลา ฉันทำหน้าที่พนักงานได้อย่างไม่มีที่ติค่ะ” เธอเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนอย่างไม่เกรงกลัว
“แต่ปากของคุณมันไม่ได้ทำงานตามหน้าที่เลยสักนิด!”
คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงและแววตาดุดันขึ้นในฉับพลันเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเขินอายที่เผลอแสดงออกมาเมื่อครู่ ใครใช้ให้เธอนัยน์ตาสุกใสเป็นประกายตอนที่เขาเผลอเข้าใกล้กันเล่า ยิ่งนึกถึงจังหวะที่หัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะเมื่อครู่ คีรินก็ยิ่งต้องเพิ่มดีกรีความดุใส่ เพื่อรักษามาดประธานสายโหดที่สร้างมานาน
“อ๋อเหรอคะ? สงสัยท่านประธานคงชินกับการฟังแต่คนประจบประแจง จนพอเจอคนที่พูดความจริงเข้าหน่อยเลยรับไม่ได้สินะคะ” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ายวนปนหมั่นไส้ “ถ้ากลัวว่าฉันจะทำให้คุณเสียสมาธิมากนัก ทำไมไม่ไล่ฉันออกซะล่ะคะ?”
“คิดว่าผมไม่กล้าหรือไง!”
คีรินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมสลวยที่ลอยมาแตะจมูก ประธานหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวระคนหวงแหนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอก ชายหนุ่มเม้มปากแน่น พยายามดึงสติกลับมาแล้วปรับน้ำเสียงให้กลับสู่โหมดเย็นชาและน่ากลัวที่สุด
“คุณมีค่าพอกับโปรเจกต์พันล้าน รินรดา... อย่าประเมินตัวเองต่ำเกินไป” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมถูกพ่นออกมา “แต่จำไว้ ว่าถ้าคุณยังกล้าลองดีกับผมอีกครั้ง ผมจะไม่แค่ตักเตือนด้วยคำพูดแน่”
“อุ๊ย! น่ากลัวจังเลยค่ะ” รินรดาแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก สีหน้ากวนประสาทแบบสุดฤทธิ์ “งั้นรบกวนท่านประธานกรุณาปล่อยลูกจ้างคนนี้กลับไปทำงานที่โต๊ะสักทีนะคะ พอดีเดดไลน์งานเอกสารมันไม่รอความกรุณาจากคนปากร้ายแถวนี้หรอกค่ะ”
หญิงสาวใช้มือเล็กดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่าคีรินกลับทำตัวราวกับเป็นกำแพงหินผาที่ไม่ยอมขยับเขยื้อน เขากลับคว้าข้อมือเรียวบางไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า รั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมจนความอบอุ่นจากร่างกายทั้งสองผสานกัน
“ปล่อยนะคะ!” รินรดาอุทานเสียงหลง หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำรัวอีกครั้งเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่ลุกโชนไปด้วยไฟบางอย่าง
“ยังเคลียร์เรื่องที่คุณไปนั่งทานข้าวกับธันวาไม่จบ... อย่าเพิ่งหวังว่าจะได้ออกไปไหน” คีรินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แต่ไม่เคยเนียนเลยสักนิด “คุณก็รู้ว่าผมเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนั่นแค่ไหน”
“เรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ ธันวาเป็นเพื่อนสนิท...”
“เพื่อนสนิทที่มองคุณด้วยสายตาเกินคำว่าเพื่อน... ผมดูออกตั้งแต่ครั้งแรกที่มันเหยียบเข้ามาในบริษัท!” คีรินตัดบทเสียงกร้าว แววตาดุจัดจนน่ากลัว “อย่าทำให้ผมต้องใช้วิธีเด็ดขาดในการจัดการกับเพื่อนสนิทของคุณนะ รินรดา”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงในทันที แรงกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายความหึงหวงที่ฉายชัดในแววตานั้นมันชัดเจนเสียจนเธอต่อไม่ถูก
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นรัวให้แตกกระเจิงในพริบตา
“ท่านประธานครับ เอกสารด่วนจาก... อ๊ะ! ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าท่านประธานกำลัง... เอิ่ม สะดวกอยู่หรือเปล่าครับ”
เสียงของเลขานุการหนุ่มดังแทรกเข้ามาพร้อมกับที่บานประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างรวดเร็วโดยไม่รออนุญาต ดวงตาของเลขาฯ เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพท่านประธานสายโหดกำลังกักขังพนักงานสาวคนเก่งไว้แนบชิดกับโต๊ะทำงานในท่าทางที่ชวนคิดไปไกลโข
คีรินผละออกจากร่างบางทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุคมตวัดมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
รินรดาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้า สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นซองเอกสารลับที่เลขานุการหนุ่มถือเข้ามาในมือ... มันคือเอกสารโครงการที่ถูกประทับตราลับสุดยอดจากบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ และชื่อบนหน้าซองนั้น... กลับเป็นลายมือของธันวา!
ดอกเดซี่ริมทางขอบอกเลยว่า... บทนี้มีความฟินจนใจเจ็บและแอบเสียวสันหลังวาบไปพร้อมๆ กัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 22
กลับสู่โหมดดุเหมือนเดิม
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!