"นายเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู!"
เสียงหวานตวาดแว้ดขึ้นทันทีพร้อมกับที่รินรดาดีดตัวออกจากวงแขนแกร่งราวกับโดนไฟลวก สองมือบางรีบยกขึ้นเสยผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและลูบชุดเดรสทำงานของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาจนลามเลียไปถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง เธออยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด สายตาตื่นตระหนกหันไปถลึงใส่ผู้มาใหม่ที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงธรณีประตู
ธันวากะพริบตาปริบๆ สมองของหนุ่มตี๋เพื่อนสนิทประมวลผลภาพเมื่อครู่ไม่ทัน ประธานหนุ่มจอมโหดกับเพื่อนรักของเขากำลัง... เกือบจะจูบกัน? หรือจูบกันไปแล้วรอบหนึ่งวะเนี่ย?
"ฉัน... ฉันเคาะแล้วนะริน สามครั้งถ้วนด้วย!" ธันวาละล่ำละลักแก้ตัว สีหน้าเหเกเกกะทำตัวไม่ถูกเมื่อปะทะเข้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคีริน ประธานหนุ่มเวลานี้ดูเหมือนเสือร้ายที่กำลังโดนขัดจังหวะเวลาล่าเหยื่อ นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นตวัดมองเพื่อนสนิทของเธอด้วยแววตาที่พร้อมจะควักปืนออกมายิงทิ้งได้ทุกเมื่อ
"แกตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นป้ายห้ามรบกวนหน้าห้อง" คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกจนธันวาต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
รินรดารีบขยับตัวไปยืนขวางกลางระหว่างผู้ชายสองคนที่กำลังส่งกระแสจิตฟาดฟันกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอแอบถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เหตุการณ์เมื่อครู่... สัมผัสอุ่นจัดริมฝีปากนั่น ความวาบหวิวที่เล่นงานหัวใจจนเต้นผิดจังหวะ มันยังคงหลงเหลือความร้อนระอุอยู่บนกลีบปากของเธอจนต้องเม้มเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย!
"พอเลยทั้งคู่แหละ!" รินรดาตวัดเสียงดุใส่คีรินก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท "แกมีธุระอะไรยะไอ้ธันวา ถึงได้พรวดพราดเข้ามาเหมือนไฟลนก้นแบบนี้"
ธันวาทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาทำไม เขาดึงเอกสารในมือขึ้นมาโบกไปมา "อ๋อ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่ไงริน ท่านรองฯ สั่งให้เอามาให้แกตรวจทานด่วนที่สุดก่อนจะส่งให้... เอえ... ท่านประธานอนุมัติ" เสียงของธันวาแผ่วลงในช่วงท้ายเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุร้ายที่คีรินส่งมาสมทบ
"วางไว้ตรงนั้นแล้วแกก็ไสหัวออกไปได้แล้ว" คีรินเอ่ยไล่เสียงห้วนจัด ใบหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท เขายังคงหงุดหงิดไม่หายที่จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มเมื่อครู่ต้องสะดุดลงเพราะไอ้เพื่อนตัวดีนี่แท้ๆ
"เอ่อ งั้นฉันวางไว้ตรงนี้นะริน โชคดีนะแก..." ธันวายิ้มแหยๆ รีบโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานใกล้ที่สุด แล้วหมุนตัววิ่งแน่บออกจากห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มแทบไม่ทัน ปิดประตูตามหลังให้อย่างรู้ความ
ภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง บรรยากาศอึมครึมและเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนพุ่งทะยานสูงลิ่ว รินรดายืนตัวเกร็ง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคีรินยังคงลอยวนอยู่รอบตัว จนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
คีรินมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ประธานหนุ่มกระแอมเบาๆ ในลำคอเพื่อขับไล่ความแห้งผาก ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดอย่างเงียบเชียบ
"เรื่องเมื่อกี้..." คีรินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อย
"รินไม่ได้ตั้งใจ!" รินรดารีบสวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เธองัดมาดดุแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องเขาตาเขียว "หมายถึง... อุบัติเหตุค่ะ! มันเป็นอุบัติเหตุล้วนๆ ที่ท่านประธาน... เอえ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เองต่างหาก!"
คีรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจ ท่าทีเก้อเขินเมื่อครู่หายวับไปกับตา เมื่อเห็นแม่ตัวแสบเริ่มออกอาการปะทะฝีปากเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"อุบัติเหตุเหรอ?" คีรินทวนคำ เสียงทุ้มลากยาวอย่างเจ้าเล่ห์ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง "ปากนุ่มๆ เมื่อกี้... อุบัติเหตุงั้นสิรินรดา"
"ท่านประธาน!" รินรดาหน้าแดงก่ำเป็นลูกหวสุก เธอตวัดมือขึ้นชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว "อย่ามาพูดจา18+แถวนี้เด็ดขาดนะ! เรากำลังทำงานกันอยู่นะคะ!"
"ทำงาน?" คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูขาวสะอาด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนเธอต้องสะท้านเฮือก "เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินเสียงเอกสาร ฉันได้ยินแต่เสียงหัวใจเธอที่เต้นดังกว่าเสียงแอร์ซะอีก"
รินรดาแทบอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้สมกับความรู้ทันของคนเจ้าเล่ห์ หัวใจเจ้ากรรมก็ทรยศเสียจริง ดันเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันจริงๆ
"ถอยไปเลยนะ!" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่แทนที่เขาจะถอย คีรินกลับคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วตรึงไว้แนบลำตัว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับมาดดุเดือดทำเอารินรดาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก
ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาคมลึกล้ำที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไปในระยะประชิด คีรินมองเธอด้วยสายตาที่ทำเอาคนใจแข็งอย่างเธอต้องหลบตา
"ถ้าฉันไม่ถอยล่ะ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปาก จนรินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
เพล้ง!
เสียงกระถางต้นไม้ตกแตกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากระเบียงกระจกด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบกระจกดังปัง! พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก ท่ามกลางความตกใจ คีรินดึงรินรดาเข้าหาตัวแล้วกอดปกป้องไว้แนบอกทันที นัยน์ตาคมกริบตวัดมองทะลุกระจกใสออกไป
รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นข้อความสีแดงฉานที่ถูกเขียนด้วยลิปสติกเด่นหร่าอยู่บนกระจกด้านนอก...
*‘ระวังตัวไว้... คนต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่กระจก’*
ดอกเดซี่ริมทางขอบอกเลยว่า... บทนี้มีความฟินจนใจเจ็บและแอบเสียวสันหลังวาบไปพร้อมๆ กัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 21
ถอยไปตั้งหลัก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!