ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 14

โหมดคนใจร้ายใจดี

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
เสียงลูกบิดประตูที่ถูกบิดจนเกือบหลุดคามือ สะท้อนความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นอยู่เต็มอกของคีรินได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ รินรดากะพริบตาปริบๆ หญิงสาวไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววท้าทายเสียจนคนมองยิ่งหมั่นไส้ระคนหมั่นเขี้ยว "ท่านประธานคะ... ถ้าประตูบานนี้พังขึ้นมา ฉันจะคิดเงินเพิ่มจากบัญชีเงินเดือนของคุณฐานทำลายทรัพย์สินบริษัทนะคะ" เสียงหวานเอ่ยแซวหน้าตาเฉย ทว่าดวงตากลมโตกลับระยิบระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ได้เห็นเสือหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังจะแปลงร่างเป็นแมวหวงก้าง คีรินแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศรอบตัวเขา ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวแคบลงถนัดตา "ปากเก่งนักนะรินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้มลงมาจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นดุดันและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน "เมื่อกี้มันอะไร... ไปยืนหัวร่อต่อกระซิกอะไรกับไอ้ธันวาหน้าห้องทำงานฉันไม่ทราบ?" "อ๋อ..." รินรดาแกล้งทำเป็นลากเสียงยาว ลอยหน้าลอยตากวนประสาท "หมายถึงตอนที่ธันวาชมว่ากาแฟฝีมือฉันอร่อย แล้วก็ชวนไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันน่ะเหรอคะ? อืม... ก็น่าสนใจดีนะคะ ธันวาตามใจเก่งแถมไม่เคยดุฉันเลยสักครั้ง" *เพล้ง!* เสียงกระจกแห่งความอดทนในใจคีรินแตกละเอียดไม่เป็นท่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอเบาๆ ไม่ได้บีบให้เจ็บ แต่เป็นการกักตัวไม่ให้เธอขยับหนีไปไหน รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวแทบจะเดือดพล่าน "เธอ-กล้า-มาก-นะ" คีรินเน้นทีละคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "อยากไปกินข้าวกับมันนักใช่ไหม? ได้... เคลียร์งานบนโต๊ะให้เสร็จภายในสิบนาทีนี้ แล้ววันนี้เธอต้องไปกินข้าวกับฉัน คนเดียว!" "อุ๊ย! เผด็จการจังเลยค่ะ ท่านประธานก็มีเลขาหน้าห้องตั้งหลายคน ทำไมต้องมาบังคับเลขาตาดำๆ อย่างฉันด้วยล่ะคะ" รินรดาเอียงคอถาม รอยยิ้มมุมปากของเธอยั่วเย้าเสียจนคีรินอยากจะก้มลงไปปิดปากช่างเจรจานั่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด "เพราะฉันเป็นเจ้านาย และฉัน-สั่ง-เธอ!" ชายหนุ่มตอกกลับเสียงเข้ม แม้ปากจะร้ายกาจแต่ทว่ามือที่กุมข้อมือเผลอคลายแรงลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาบังเอิญไปสัมผัสโดนรอยแดงจางๆ ที่ข้อมือของเธอเข้า ดวงตาคมวูบไหวไปชั่วขณะ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอด "เจ็บหรือเปล่า..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างกะทันหัน จนรินรดาถึงกับชะงัก คีรินพลิกข้อมือเธอขึ้นมาสำรวจร่องรอยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยที่ซ่อนเร้น รินรดามองการกระทำนั้นด้วยความรู้สึกที่ประหลาดในอก ผู้ชายปากร้าย ใจร้อน และเผด็จการคนนี้ มักจะมีมุมอ่อนโยนแบบนี้หลุดออกมาให้เธอใจสั่นเล่นเสมอ ยามที่เขาทำหน้าดุแต่แววตากลับสั่นไหว มันช่างเป็นภาพย้อนแย้งที่ทรงพลังและทำลายเกราะกำบังของเธอราบคาบ "ถ้าเป็นห่วงกัน... ทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่ตั้งแต่แรกด้วยล่ะคะ" เสียงหวานเอ่ยเบาลง ความพยศเมื่อครู่วูบหาย เหลือเพียงความนุ่มนวลที่สะท้อนผ่านแววตา "ฉันไม่ได้เป็นห่วง..." คีรินรีบชักสีหน้ากลับเป็นเย็นชา ปากแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึก "ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอเจ็บจนทำงานไม่ได้ งานของฉันก็จะเสียหายต่างหาก อย่าสำคัญตัวเองผิดน่า รินรดา" "ค่ะๆ พ่อคนปากแข็ง" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงให้เสียเวลาเพราะรู้ดีว่าขืนเถียงต่อ ประธานหนุ่มคนนี้คงหาเรื่องมากลบเกลื่อนความเขินอายอีกยาว "รู้ตัวก็ดี..." คีรินพึมพำเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือจากข้อมือเธออย่างอ้อยอิ่ง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงปรับมาatมาดขรึมตามเดิม "สิบนาที... เคลียร์เอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อย ฉันรอที่ห้องอาหารชั้นบน ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียว" พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ กลับออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้รินรดายืนอมยิ้มอยู่คนเดียวท่ามกลางกองเอกสาร หญิงสาวส่ายหัวเบาๆ กับความซึนเดระของเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะลงมือจัดการงานที่เหลืออย่างอารมณ์ดี เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รินรดาก้าวออกจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องอาหารส่วน V.I.P. ชั้นบนสุด บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ทว่าทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป รอยยิ้มบนใบหน้าก็ต้องสะดุดกึก โต๊ะอาหารตัวยาวไม่ได้มีแค่คีรินนั่งอยู่เพียงลำพังอย่างที่เธอคิด ร่างสูงโปรดของใครอีกคนกำลังนั่งไขว่ห้างพูดคุยอย่างออกรสกับคีรินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และบุคคลนั้นคือ 'ธันวา' เพื่อนสนิทของเธอเอง! คีรินหันมามองเธอนิ่งๆ แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์นิดๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ ขณะที่ธันวาหันมาโบกมือทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "อ้าว ริน มาพอดีเลย... พอดีฉันบังเอิญเจอท่านประธานที่ล็อบบี้ ท่านใจดีชวนฉันขึ้นมาทานข้าวด้วยกันพอดีน่ะ น่ารักใช่ไหมล่ะ" ธันวาเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่พลิกผันไปในชั่วพริบตา นี่มันสงครามประสาทรูปแบบใหม่ชัดๆ! *** รี้ดเดอร์คะ... งานนี้ยัยตัวแสบของเราจะรับมือยังไงไหวเมื่อเสือสองตัวมาเจอกันแบบนี้! กดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ดอกเดซี่ริมทาง" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%