ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 13

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
หน้าจอแท็บเล็ตยังคงสว่างวาบด้วยข้อความที่ธันวาเพิ่งส่งเข้ามาเย้าแหย่ รินรดากะพริบตาถี่เพื่อขับไล่ความพร่ามัวที่จู่ๆ ก็เข้าจู่โจม ปลายประสาทรับความรู้สึกเริ่มรวนเรจนนิ้วเรียวที่ถือเครื่องมือสื่อสารสั่นเทา ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ร่างกายที่เคยกระฉับกระเฉงและพร้อมปะทะฝีปากกับคนใจร้ายอย่างคีรินเสมอในยามนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ให้ตายสิ... เธอดื้อแพ่งทำงานเอกสารงบประมาณกองโตนี่ข้ามคืนจนลืมดูแลตัวเองไปสนิทเลยสินะ ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่ร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดเข้ารูปจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต คีรินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่กวาดสายตามาเห็นสภาพของเลขาฯ ตัวแสบที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานอย่างหมดสภาพ เอกสารกองพะเนินยังคงกองอยู่รอบตัว ทว่าเจ้าตัวกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเถียงเขาเหมือนเช่นทุกวัน "นี่เธอ... จะอู้งานหรือไง รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหงุดหงิดถูกพ่นออกมาตามความคุ้นชิน แต่เมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใกล้แล้วพบว่าไม่มีเสียงย้อนกลับกวนประสาทเช่นเคย คีรินก็ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ความเงียบที่ผิดปกติทำให้เขาต้องก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ร่างบางสั่นสะท้อนน้อยๆ ลมหายใจที่เป่ารดผิวโต๊ะร้อนผ่าวจนน่าตกใจ เมื่อมือหนาสัมผัสเข้ากับไหล่บอบบางเพื่อจะเขย่าเรียก เขาก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความตกใจ—ตัวเธาร้อนราวจับไข้ป่า! "รินรดา!" ไร้เสียงตอบรับ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศและดื้อรั้น บัดนี้ปิดสนิท ริมฝีปากบางซีดเซียวไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับวิกฤตบริษัทใดๆ กลับรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกักค้างในอก ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงของคนตรงหน้า สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุมพังทลายลงในเสี้ยววินาที คีรินไม่ลังเลที่จะกวาดเอกสารบนตักของเธอออกแล้วช้อนร่างบางขึ้นแนบอกทันที น้ำหนักตัวที่เบาหวิวเกินมาตรฐานทำให้เขาขบกรามแน่นด้วยความโมโหตัวเองที่ปล่อยให้เธอบ้างานจนล้มป่วยลงไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ "คุณ... ปล่อยฉันนะ ท่านประธาน..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก รินรดาพยายามฝืนเปลือกตาขึ้นมองคนอุ้ม ปลายเล็บจิกเข้าที่อกเสื้อสูทราคาแพงตามความเคยชินปากเก่ง "ฉัน... เดินเองได้..." "เงียบปากแล้วซุกหัวอยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากให้ฉันจับเธอโยนลงแม่น้ำเจ้าพระยาตอนนี้" คีรินเอ็ดเสียงเข้ม ดุเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอกที่กำลังเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของเธอยังคงลอยแตะจมูก แม้ในยามที่เจ้าตัวกำลังจะหมดสติคาอ้อมกอด เขาก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพนักงานออฟฟิศที่เหลียวมองเป็นตาเดียว ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและไม่เคยสนใจใคร กลับกำลังอุ้มเลขาฯ สาววิ่งวุ่นราวกับคนเสียสติ รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง เครื่องปรับอากาศภายในห้องโดยสารเย็นฉ่ำ แต่คีรินกลับรู้สึกว่าอากาศรอบตัวช่างน้อยนิดเหลือเกิน สายตาคมกริบเหลือบมองกระจกมองหลังสลับกับร่างที่นอนขดตัวอยู่เบาะหลัง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปรับแอร์ให้เบาลงก่อนจะถอดเสื้อสูทคลุมร่างที่กำลังสั่นสะท้านด้วยพิษไข้ให้อย่างเบามือที่สุด ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าเกลียดความยุ่งเหยิ่ง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับบีบตัวแน่นทุกครั้งที่เห็นเปลือกตาบางคู่นั้นปิดสนิทอย่างไร้เรี่ยวแรง "อย่าเป็นอะไรนะ..." คีรินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ยามที่รถติดไฟแดง เขารีบเอื้อมมือไปแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนที่แผ่ซ่านทำเอาเขาต้องสบถเบาๆ ในลำคอ "ดื้อนัก... ร่างกายตัวเองแท้ๆ ทำไมไม่รู้จักรักมันบ้างเลย" เมื่อมาถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวสุดหรูใจกลางเมือง คีรินไม่พาเธอกลับไปส่งหอพักตามที่เคยคิดไว้ในตอนแรก ความโลภและห่วงกังวลลึกๆ ในใจสั่งให้เขาพาเธอมารักษาตัวในสายตาของเขาเองจะดีที่สุด ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนคิงไซส์นุ่มฟูอย่างทะนุถนอมราวกับเธอกลายเป็นแก้วเจียรไนเปราะบางที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นถูกนำมาเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และเรียวแขนขาวเนียนอย่างเบามือที่สุด ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยปรนนิบัติใครต้องมานั่งเช็ดตัวให้ลูกน้องตัวแสบด้วยความทุลักทุเล แต่กระนั้นก็ไม่มีคำบ่นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักเลยสักแอะ มีเพียงแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนตัดพ้อ "อื้อ... หนา..." รินรดาครางแผ่วในลำคอ ดวงตาคู่วามปรือขึ้นมองเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะปะทะเข้ากับร่างสูงที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนผ้าชุบน้ำให้เธออยู่ข้างเตียง "ตื่นแล้วเหรอ แม่คนเก่ง" คีรินดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้เธอเสียงนุ่มโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก "ไข้สูงขนาดนี้ ยังจะฝืนทำงานอีกนะ เธอนี่มัน... หาเรื่องเจ็บตัวเก่งเป็นที่หนึ่งจริงๆ" รินรดากะพริบตาช้าๆ มองใบหน้าคมคายที่ดูเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน เธอยกยิ้มมุมปากฝืนความเจ็บป่วย "เป็นห่วงฉันเหรอคะ... ท่านประธาน" "เพ้อเจ้อ" คีรินรีบเบนสายตาหนีแก้เก้อ ขยับตัวจะลุกขึ้นหยิบยาและน้ำแกงร้อนๆ ที่แม่บ้านเพิ่งจัดเตรียมไว้ "ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอตายคาโต๊ะทำงาน ฉันจะต้องเสียเวลาหาเลขาฯ ใหม่ที่เรื่องมากเท่าเธอต่างหากเล่า" ปากแข็ง... ช่างเป็นผู้ชายที่ปากแข็งที่สุดในสามโลก รินรดาหัวเราะแหบแห้งในลำคอ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะดึงผ้าห่มคลุมโปงหนีความน่าหมั่นไส้นั้น เสียงกริ่งหน้าประเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศน่ารักๆ ภายในห้องนอนทันที กริ่ง... กริ่ง... คีรินขมวดคิ้วฉับ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงว่าใครคือคนที่อาจจะยืนอยู่หลังประตูบานนั้นในยามวิกาลแบบนี้ เขาหันไปมองรินรดาที่นอนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่แพ้กัน ร่างสูงลุกขึ้นเดินออกไปที่ห้องโถงใหญ่ด้วยฝีเท้าหนักแน่น เปิดประตูห้องออกกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าบุคคลที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตูกลับทำให้เส้นเลือดข้างขมับของประธานหนุ่มปูดโปนขึ้นมาทันที "สวัสดีครับคุณคีริน... พอดีผมติดต่อรินรดาไม่ได้ เลยแวะมาดูให้แน่ใจว่ายัยตัวแสบของผมปลอดภัยดีไหม..." ธันวายกมือไหว้ทักทายด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ในมือถือถุงโจ๊กและยาแก้ไข้มาพร้อมสรรพ คีรินแค่นAยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหนาบีบลูกบิดประตูแน่นจนข้อต่องอขาว แรงหึงหวงและกรุ่นโกรธพุ่งทะยานจนแทบจะระเบิดออกเป็นจุล ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้ดอกเดซี่ริมทางเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%